พรรณนภา เอกอัครราชทูตไทย ประจำอิสราเอล รับรางวัลนักการฑูตแห่งปี

พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล รับรางวลนักการฑูตแห่งปีจาก ยิตซัค เอลดาน ประธาน ACI
พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล รับรางวลนักการฑูตแห่งปีจาก ยิตซัค เอลดาน ประธาน ACI

ฑูตไทย ประจำอิสราเอล พรรณนภา จันทรารมย์ ได้รับรางวัลนักการฑูตแห่งปี 2024 ได้รับการยอมรับจากสโมสรนักการฑูตของอิสราแอล (Ambassador’s Club of Israel: ACI) จากโศกนาฏกรรม กาซา

เหตุการณ์การนองเลือดจากกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปีที่ผานมา ซึ่งนำไปสู่สงครามในฉนวนกาซาที่ดำเนินมาเกือบ 9 เดือนนั้น ไม่เพียงเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับชาวยิว และ ชาวอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชาวไทยด้วย

ในวันนั้น มีชาวไทย 39 คนเสียชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานด้านเกษตรกรรมในชุมชนชายแดน 

นอกจากนี้ ยังมีชาวไทยอีก 23 คนได้รับบาดเจ็บ และ 31 คนถูกลักพาตัวไปเป็นตัวประกันในเมืองกาซา

วิกฤตการณ์ นี้นับเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ สำหรับ พรรณนภา จันทรารมย์  เอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล หลังเหตุโจมตี เธอ และ ทีมงานได้ดำเนินการช่วยเหลือชาวไทยอย่างเร่งด่วน โดยจัดการส่งพลเมืองไทย 7,470 คนกลับประเทศ ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ 35 เที่ยวบิน จาก กรุงเทลอาวีฟ ไปยังกรุงเทพฯ โดยแรงงานไทยประมาณ 1,000 คนอาศัยอยู่ในเมืองคิบบุตซ์ หรือ เมืองโมชาวิมที่ติดกับฉนวนกาซา และ เลบานอน

“มีทูตเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้ในอาชีพของพวกเขา” ยิตซัค เอลดาน ประธาน ACI กล่าว “เฉพาะผู้ที่เป็นมืออาชีพที่สุดเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ”

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ทาง ACI ได้ยกย่อง นางสาวพรรณนภา ให้เป็น “นักการทูตแห่งปี” ประจำปี 2024 เพื่อเป็นการยอมรับถึงความเป็นมืออาชีพของเธอ

งานประกาศรางวัลจัดขึ้น ในเมืองเฮิร์ซลียา โดยมีนักการทูต นักรธุรกิจ และ บุคคลสำคัญอื่นๆ ประมาณ 100 คนเข้าร่วม รวมถึงเอกอัครราชทูตจากกรุงเทลอาวีฟอย่างน้อย 15 คนจากหลากหลายประเทศ เช่น จีน และแซมเบีย

“พิธีของเราจัดขึ้นในขณะที่อิสราเอลอยู่ในภาวะสงคราม และ ในขณะที่ชาวอิสราเอล และ ชาวต่างชาติ 120 คนถูกผู้ก่อการร้ายฮามาสจับเป็นตัวประกัน” เอลดานกล่าว โดยมี นางสาวพรรณนภา อยู่เคียงข้าง “ผลงานที่ยอดเยี่ยมของเธอเมื่อเผชิญกับภารกิจที่เธอต้องจัดการ ทำให้เธอเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรางวัลนี้”

นายกิล ฮัสเคิล   chief of state protocol กล่าวว่า “เราขอส่งกำลังใจให้คุณในปีอันเลวร้ายนี้ในฐานะเอกอัครราชทูต และ ในฐานะพลเมืองไทย ประเทศไทยไม่อาจคาดหวังให้เอกอัครราชทูตคนใดทำหน้าที่ได้ดีไปกว่าคุณในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้”

ในสุนทรพจน์รับรางวัล นางสาว พรรณนภา  กล่าวว่าเธอรู้สึก “เป็นเกียรติอย่างยิ่ง” ที่ได้รับเกียรตินี้

“นี่ไม่ใช่ความสำเร็จของฉันเพียงคนเดียว ยังมีอีกหลายคนที่ควรได้รับรางวัลนี้ร่วมกัน” เธอกล่าว “แม้ในช่วงเวลาที่ท้าทายและยากลำบากที่สุดนี้ โครงการสถานทูตหลายโครงการก็เป็นไปได้ด้วยการสนับสนุนและความร่วมมือจากพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมของเรา เราร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมการติดต่อระหว่างประชาชนและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศของเรา”

นางสาว พรรณนภา สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาขาวิชาภาษาเยอรมันจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปริญญาโทสาขาวิชารัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เธอเป็นนักการทูตอาชีพตั้งแต่ปี 1990 และเคยประจำการที่สถานทูตและสถานกงสุลไทยในเยอรมนี อินเดีย นอร์เวย์ และ สวิตเซอร์แลนด์ 

นอกจากนี้ เธอยังเคยดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมกิจการยุโรป กระทรวงการต่างประเทศของไทยอีกด้วย

“ความสัมพันธ์ของเราได้พัฒนาจนกลายเป็นสิ่งที่พิเศษและไม่เหมือนใคร ครอบคลุมถึงการเมือง เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี” เธอกล่าว “ฉันถือว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้เป็นทูตที่นี่ในอิสราเอล เนื่องจากชาวอิสราเอลหลายคนที่ฉันพบมักจะแบ่งปันความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับประเทศไทย รางวัลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงมิตรภาพอันยาวนานของเรา”

เอกอัครราชทูตที่เคยได้รับรางวัลนักการทูตแห่งปีในครั้งก่อนๆ ได้แก่ Emanuele Giaufret จากสหภาพยุโรป (2018), Max Haber จากปารากวัย (2021), Khaled Yousef Al Jalahma จากบาห์เรน และ Abderrahim Beyyoudh จากโมร็อกโก (2022)

ทางด้านประธานาธิบดีอิสราเอล ไอแซก เฮอร์ซ็อก แสดงความยินดีกับ ฑูตไทย ในข้อความวิดีโอที่บันทึกไว้ว่า

“ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างชาติของเราเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เมื่อชาวไทย 39 คนถูกสังหารและมากกว่า 30 คนถูกลักพาตัวไปยังฉนวนกาซา” เฮอร์ซ็อกกล่าว “เราเรียกร้องให้นักการทูตจากทุกประเทศทำตามแนวทางของคุณ ฉันยังดีใจที่เราได้ลงนามในข้อตกลงเรื่องการจ้างงานในภาคเกษตรมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของการเอาชนะศัตรูของเรา”

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อิสราเอลและไทยเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 70 ปี ด้วยพิธีปลูกต้นไม้ในป่าเบนเชเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนแห่งชาติชาวยิว

ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เจริญรุ่งเรือง โดยอิสราเอลเป็นคู่ค้ารายใหญ่เป็นอันดับ 40 ของไทย และใหญ่เป็นอันดับ 6 ของตะวันออกกลาง ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2566 การค้าทวิภาคีมีมูลค่า 857 ล้านดอลลาร์ โดยไทยส่งออกไปยังอิสราเอลมีมูลค่า 546 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวน 209,320 คนเดินทางมาเยือนประเทศในปี 2566 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด เพิ่มขึ้น 61% จากจำนวน 124,246 คนในปี 2565

ฑูตไทย ประจำอิสราเอล กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีคนไทย 6 คนถูกควบคุมตัวอยู่ในฉนวนกาซา และมีคนไทยราว 35,000 คนทำงานอยู่ในอิสราเอล ซึ่งมากกว่าจำนวน 30,000 คนที่อยู่ในประเทศเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากข้อตกลงระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศเมื่อเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม ประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธอย่างไทยได้พยายามรักษาความเป็นกลางเมื่อเผชิญกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

In wake of Gaza tragedy, Thai diplomat wins coveted award

พิพัฒน์ บิน อิสราเอล เจรจาดูแล แรงงานไทย กำชับเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือให้จบ มิ.ย.นี้