TCEB ร่วม 5 ฝ่าย ตั้งภาคีไหมไทย ชูขอนแก่นโมเดล ลุยตลาดโลก

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ลงนามตั้งภาคีไหมไทย ร่วมกัน 5 องค์กร เร่งผลักดันผลิตภัณฑ์บุกตลาดทั่วโลก ปี 67 จะไปฝรั่งเศส และออสเตรเลีย
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ลงนามตั้งภาคีไหมไทย ร่วมกัน 5 องค์กร เร่งผลักดันผลิตภัณฑ์บุกตลาดทั่วโลก ปี 67 จะไปฝรั่งเศส และออสเตรเลีย

TCEB ร่วมลงนาม 5 องค์กรตั้งภาคี “ไหมไทย” นำสินค้าลุยตลาดโลก ปักหมุดแรกในอีสานที่ “ขอนแก่น” ปี67 ชิมลงบุก ฝรั่งเศส ออสเตรเลียพร้อมใช้ความเก๋าแต่ละองค์กรปั้นโมเดลชุมชนต่อยอดรายได้กว่า 6,600 ล้าน

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่าทีเส็บได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันกับ 5 องค์กร ตั้งภาคีเครือข่ายไหมไทยผลักดันอุตสาหกรรมนี้สร้างชื่อเสียงในต่างประเทศ โดยจะใช้จังหวัดขอนแก่นเป็นประตูนำผ้าไหมไทยสู่ตลาดโลกปี 2567 จะลองนำเข้าไปร่วมแสดงสินค้าในงานไหมที่ฝรั่งเศสและออสเตรเลีย

รวมถึงสานต่อการทรงงานมากว่า 54 ปีของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อพัฒนาผ้าไหมสร้างรายได้ให้ประชาชนเพิ่มขึ้น ควบคู่กับยกระดับความเป็นอยู่ของคนในชุมชนผู้ผลิตไหม โดยคำนึงถึงภารกิจที่จะต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งการพัฒนาคุณภาพ ส่งเสริมตลาด ส่งเสริมมาตรฐาน และอื่น ๆ

เปิด “ขอนแก่นโมเดลไหมอีสาน” ศูนย์รวมภาคีเครือข่าย 5 องค์กร จะนำความเชี่ยวชาญมาช่วยต่อยอดไหมของชุมชนสร้างรายได้ปีละกว่า 6,600 ล้านบาท
เปิด “ขอนแก่นโมเดลไหมอีสาน” ศูนย์รวมภาคีเครือข่าย 5 องค์กร จะนำความเชี่ยวชาญมาช่วยต่อยอดไหมของชุมชนสร้างรายได้ปีละกว่า 6,600 ล้านบาท

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ไหมกลายเป็นอาชีพสำคัญของเกษตรกรนับแสนคนกว่า 86,000 ครัวเรือน ส่งผลดีกับอุตสาหกรรมไหมไทยซึ่งมีขนาดตลาดใหญ่มูลค่ารวมแต่ละปีสูงถึง 6,600 ล้านบาท แตกต่างจากอดีตเป็นเพียงอาชีพในครอบครัวเท่านั้น ขณะนี้สามารถต่อยอดไปสู่สินค้าต่าง ๆ มากกว่าเครื่องแต่งกาย ด้วยดีไซน์การใช้ประโยชน์เพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งภายใน ของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องสำอางจากโปรตีนไหม และอีกมากมาย

นายจิรุตถ์กล่าวว่า ตามข้อตกลงความร่วมมือของภาคี 5 องค์กร ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) สมาคมไหมไทยและสิ่งทอขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และทีเส็บ จะใช้ความชำนาญที่แตกต่างกันมาส่งเสริมผู้ประกอบการไหมไทยได้ครบทุกกระบวนการการนำไหมไทยสู่ตลาดโลก

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่พร้อมจะดีไซน์ผืนผ้าผงาดในวงการแฟชั่นโลกในอนาคตต่อไป
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่พร้อมจะดีไซน์ผืนผ้าผงาดในวงการแฟชั่นโลกในอนาคตต่อไป

โดยเฉพาะทีเส็บจะใช้ความชำนาญด้านการจัดประชุมและแสดงสินค้ามาสนับสนุน 2 ด้านหลัก ได้แก่

ด้านที่ 1 ส่งเสริมให้ขอนแก่นเป็นเมืองทางการค้าผ้าไหมซื้อขายแลกเปลี่ยนกับพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศและเชิญชวนผู้ซื้อจากต่างประเทศเข้ามาด้วย โดยจะใช้กลยุทธ์พัฒนาเต็มรูปแบบทำให้เกิด “งานเทศกาลไหมนานาชาติ” สร้างชื่อเสียงติดตลาดสากล

สอดคล้องกับนโยบายทีเส็บได้ตั้งเป้าหมายใช้อุตสาหกรรมไมซ์กระจายโอกาสให้ทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง และขอนแก่นก็เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับการจัดให้เป็นเมืองไมซ์ หรือ MICE CITY อันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยมีทีเส็บสนับสนุนต่อเนื่องมาตลอด

ด้านที่ 2 ทีเส็บจะร่วมกับสมาคมไหมไทยและสิ่งทอขอนแก่น นำผู้ประกอบการและผ้าไหมไทยไปร่วมในงานแสดงสินค้าระดับโลกหรือ Exhibition ที่เกี่ยวข้อง ปี 2567 จะดำเนินการทันทีเข้าไปร่วม 2 งานใหญ่ คืองาน Silk in Lyon ที่ฝรั่งเศสซึ่งทั่วโลกนิยมมาร่วมงานนี้ และงานสิ่งทอ World Cotton Day ที่ออสเตรเลีย

นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอนแก่น (CEA ขอนแก่น) กล่าวว่า ในนามผู้แทนสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หน่วยงานรัฐที่มีภารกิจส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย ในภาคอีสานทาง CEA เล็งเห็นถึงอุตสาหกรรมงานฝีมือและหัตถกรรม มีศักยภาพสูงเป็น 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่โดดเด่นโดยเฉพาะ “ผ้าไหม” ที่มีช่างฝีมือท้องถิ่นศักยภาพสูง มีนักสร้างสรรค์สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการได้อย่างดีเยี่ยม ดังนั้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม กับ สร้างสรรค์คุณค่า ควบคู่ไปกับส่งเสริมและพัฒนานักสร้างสรรค์และช่างฝีมือ การลงนามความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาศที่ได้มีส่วนช่วยยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์เมืองขอนแก่น สู่ระดับภูมิภาคและประเทศต่อไป 

ในฐานะที่ CEA ดูแลการพัฒนาครอบคลุมห่วงโซ่ระบบนิเวศสร้างสรรค์ ประกอบด้วย แรงงานสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ การพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ ยกชั้นเป็นทรัพยากรสำคัญขับเคลื่อนให้เกิดการนำเอากระบวนการคิดเชิงออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ที่ผสานต้นทุนทางด้านวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น (Creativity & Culture) มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นสถาบันการศึกษาที่สนับสนุนงานด้านวิชาการ การวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม รวมถึงการให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ด้วยองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงพัฒนากำลังแรงงานภาคอุตสาหกรรม จึงพร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไหมและสิ่งทอกับทุกภาคส่วนโดยมี “ศูนย์ส่งเสริมผ้าพื้นถิ่นอีสานไทย-ฝรั่งเศส -Franco-Thai Isan Textile Promotion Centre : FTITP เป็นหน่วยงานให้ความรู้ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในหลายมิติ โดยบูรณาการศาสตร์จัดการเรียนการสอน การวิจัย บริการวิชาการ ส่งเสริมและยกระดับคุณภาพ รวมถึงพัฒนาเชิงพาณิชย์อุตสาหกรรมสิ่งทอผ้าพื้นถิ่นอีสานให้แข่งขันในตลาดโลกได้

รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มีศูนย์ความเป็นเลิศอุตสาหกรรมไมซ์และอีเว้นท์เชิงธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และศูนย์วิจัยชุมชนเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่ (สนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ) ให้การส่งเสริมด้านงานวิจัย สร้างฐานข้อมูลอุตสาหกรรมผ้าไหม และหัตถกรรม บ่มเพาะองค์ความรู้ ให้แก่ชุมชน ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และนักออกแบบไทย ให้บริการข้อมูลวิชาการ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน สนับสนุนการพัฒนานักศึกษาและร่วมฝึกประสบการณ์ เพื่อเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ ไปพร้อมกับการพัฒนาสินค้าและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน และสมาคมระดับประเทศและนานาชาติ ยกระดับผ่านอุตสาหกรรมไมซ์สู่สายตาชาวไทย และเวทีโลก จึงพร้อมนำไหมไทยสู่เวทีโลกต่อไป

นายภพพล เกษมสันต์ อยุธยา นายกสมาคมไหมไทยและสิ่งทอขอนแก่น กล่าวว่า สมาคมฯ ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในอุตสาหกรรมฯ ภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ สร้างงานและแสวงหาโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการไหมไทยและสิ่งทอขอนแก่น ขยายโอกาสเชื่อมโยงผ้าไหมอีสานให้สากลยอมรับ และสนับสนุนการค้าและความร่วมมือเชิงพาณิชย์กับหน่วยงานในและต่างประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจขอนแก่นและภาคอีสาน  เพิ่มทั้งรายได้ โอกาส และเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระดับนานาชาติได้

-เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ททท.บูมเที่ยวขอนแก่น 11 เดือน โกย 2.8 หมื่นล้าน โต 16%