
- เผยสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่สมัคร MEA e-Bill ทั้งเก่าและใหม่ จะได้รับส่วนลดเพิ่มจากเงินอุดหนุนภาครัฐมูลค่า 4,000 บาท
- เดิมซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ได้รับส่วนลด 18,000 บาท แต่เมื่อสมัคร MEA e-Bill จะได้เพิ่มรวมเป็น 22,000 บาท
- ลั่นพร้อมร่วมขับเคลื่อนนโยบายสู่การใช้รถ EV ให้ได้ 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริษัทเดโก้กรีนเอนเนอร์จีจำกัดในเครือบริษัทเมททูวินโฮลดิ้งจำกัด(มหาชน)ร่วมเป็นผู้สนับสนุนในโครงการ“MEESOOK LIFE #6”ซึ่งจัดโดยการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.)เพื่อส่งมอบความสุขให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าของกฟน.ผ่านกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเช่นการส่งเสริมให้ลูกค้าใช้บริการMEA e-BillและMEA Pointซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการลดภาวะโลกร้อน
นายกฤตเมธตั้งพิชญโพธิวัฒน์ประธานกรรมการบริหารบริษัทเดโก้กรีนเอนเนอร์จีจำกัดบริษัทในเครือMTWกล่าวว่าบริษัทมีความยินดีอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการMEESOOK LIFE#6ที่มุ่งให้คนไทยหันมารับเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือMEA e-Billมากยิ่งขึ้นสอดรับกับการดำเนินงานของเดโก้ที่ในวันนี้เราเดินหน้าพัฒนาทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคและตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันในการให้ความสำคัญด้านพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นการผลิตจักยานยนต์ไฟฟ้าที่ในวันนี้เดโก้ถือเป็นรายแรกในตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เข้าลงนามMOUร่วมมาตรการลดภาษีกับกรมสรรพสามิตรับสิทธิเงินอุดหนุนจากภาครัฐ 18,000บาท/คัน

ทั้งนี้ สำหรับสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่สมัคร MEA e-Bill หรือรับเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งเก่าและใหม่ จะได้รับส่วนลดเพิ่มเติมจากเงินอุดหนุนภาครัฐมูลค่า 4,000 บาท ซึ่งแต่เดิมเมื่อซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า BEV จะได้รับส่วนลด 18,000 บาท แต่เมื่อสมัครบริการดังกล่าว จะได้ส่วนลดเพิ่มรวมเป็นมูลค่า 22,000 บาท เมื่อซื้อ DECO e-Bike ที่ตัวแทนจำหน่ายเข้าร่วมโครงการทุกสาขา โดยให้สิทธิ์เดือนละ 999 คัน เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2566
“เดโก้ยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจนอกจากจะเข้าร่วมแคมเป็นGreen Lucky Drewเพื่อส่งต่อความสุขให้กับคนไทยได้มีโอกาสเข้าถึงรถมอไซค์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นจากที่เรามีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศมากกว่า200สาขาล่าสุดยังได้เซ๊นต์MOUเพื่อเป็นผู้ผลิต(OEM)ให้กับบริษัทไนท์โกลเบิลจำกัดเพื่อเป็นตัวตัวแทนจำหน่ายไปยังต่างประเทศในอาเซี่ยนเช่นสปป.ลาว,เวียตนาม,กัมพูชา,เมียนมาร์,ฟิลิบปินส์และอินโดนีเซียเพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังจากโรงงานแห่งใหม่สร้างเสร็จและเริ่มการผลิตได้มากกว่า 4,000คันต่อเดือนในช่วงไตรมาสที่3ของปีนี้และพร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีส่วนช่วยสำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศรวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยภาครัฐในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การใช้รถEVให้ได้1.2ล้านคันภายในปี2579”นายกฤตเมธ กล่าว











