กสศ. เดินหน้าสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย



  • วางรากฐานการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ
  • พัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษาให้มีความพร้อม
  • มุ่งมั่นปฏิรูปด้านการศึกษา

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร กสศ. ครั้งที่ 13/2565 บอร์ดและคณะรัฐมนตรี มีมติรับทราบและรับรองการดำเนินงาน ของ กสศ. ในรอบสามปี (14 พ.ค. 61 – 13 พ.ค. 65) ถึงความสำเร็จและไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 สามารถให้ความช่วยเหลือสนับสนุนเงินและค่าใช้จ่ายแก่เด็กและเยาวชนจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งเสริมสร้างการพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษาให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน เกิดผลสัมฤทธิ์สำคัญที่นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถสร้าง 1) นวัตกรรมการคัดกรองความยากจน 2) ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ “Information System for Equitable Education หรือ iSEE” 3) ระบบการติดตามนักเรียนทุนรายบุคคลผ่านเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก 4) การระดมความร่วมมือร่วมกับภาคเอกชน (Innovative Finance) ผ่านความร่วมมือในรูปแบบต่าง ๆ 5) การระดมทุนจากภาคประชาสังคม และภาคเอกชน 6) เกิดต้นแบบการทำงานร่วมกันในพื้นที่

Asian boy and three little girls in student uniform sitting on grass and enjoy to play a hand game together, they talk and laugh with funny, copy space, rural lifestyle concept

อีกทั้ง คณะกรรมการประเมินผล กสศ. ได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้ กสศ. ดำเนินการในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในเรื่อง 1)การเสริมสร้างการบริหารจัดการภายใน (Strengthening Internal Foundation) 2) ความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย (Networking and Partnership) และ 3) การมุ่งหน้าสู่ความเสมอภาคทางการศึกษา (Supporting Equitable Education) โดยมุ่งเน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในด้านต่าง ๆ รวมถึงแผนการส่งต่อที่ชัดเจนแก่หน่วยงานด้านนโยบายและภาคีที่เกี่ยวข้อง

thai teacher in official outfit standing and holding file folders

“การดำเนินงานของ กสศ. เป็นสร้างนวัตกรรมและองค์ความรู้ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย มีการจัดการงบประมาณด้านการศึกษาโดยใช้หลักความเสมอภาค และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ท้องถิ่น ชุมชนและภาคประชาสังคมให้มีส่วนร่วมจัดการศึกษาในพื้นที่นำร่อง ปรับเปลี่ยนการทำงานแบบแยกส่วน มาเป็นการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ที่คนในพื้นที่มีส่วนร่วมออกแบบวางระบบให้มีโครงสร้างที่เหมาะสมกับบริบทและสภาพปัญหาความต้องการของพื้นที่ตนและสามารพัฒนาให้เกิดความต่อเนื่องได้ ถือได้ว่า เป็นการวางพื้นฐานและสร้างจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่จะพัฒนาต่อยอดสู่ระบบนิเวศน์เพื่อการบูรณาการและนำไปสู่การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาได้ต่อไป ในส่วนของข้อเสนอแนะที่ได้รับก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพื่อให้เป็นแนวทางในการทำงาน จะนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตต่อไป” ดร.ไกรยส กล่าว

###