ตำรวจ บิ๊กโจ๊ก บิ๊กต่อ ศึกใหญ่ใกล้จบ เจ็บหนักทั้งคู่!

บิ๊กโจ๊ก บิ๊กต่อ เบื้องหลัง จุดจบ ความคืบหน้า สตช. ศึกสีกากี
เปิดเบื้องหลัง บทวิเคราะห์ ศึกสีกากี บิ๊กต่อ VS บิ๊กโจ๊ก

มีคำถามของสังคมมากมายว่า เบื้องหลังสงคราม ตำรวจ บิ๊กโจ๊ก ถูกให้ออกจากราชการไปแล้ว ความคืบหน้า บิ๊กต่อ จะลงเอยอีท่าไหน จุดจบ จะถูกให้ออกจากราชการ เช่นเดียวกับ จุดจบ ของ บิ๊กโจ๊ก ทั้งที่อายุราชการ ตำรวจ บิ๊กต่อ ก็เหลือเพียง 6 เดือนกับอีก 8 วัน เท่านั้น หรือไม่ มาวิเคราะห์เกมนี้กัน และ เบื้องหลัง เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ประเด็นความขัดแย้ง  “ บิ๊กโจ๊ก ” กับ “ บิ๊กต่อ ”  ถูกจับจ้องและติดตามจากสังคมอย่างใกล้ชิดและเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ว่า ศึกครั้งนี้จะเป็น “ สงครามครั้งสุดท้าย ” หรือไม่

เบื้องหลัง การนองเลือด จะมี จำนวนผู้บาดเจ็บและล้มตายเท่าไหร่ ระดับไหนบ้าง เมื่อ “บอส” ระดับบิ๊ก เลเวลสูง มีพลังสะสมแข็งแกร่งทั้งสองฝ่าย ใช้กระบวนท่าพิเศษ อย่างไม่ออมแรงให้กัน ดึงดันจะต้องให้ราบกันไปข้างหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด “บอส” รายแรก ถูกปรับลดพลังแทบจะเหลือศูนย์ เพราะถูกสงสัยว่า การ์ดพลังที่ใช้ ชี้แจงแหล่งที่มาได้ไม่ชัด และอาจจะมีการ  “ โกงเกม ” เกิดขึ้น  จากที่เคยเป็น “ โจ๊กหวานเจี๊ยบ ” กลายเป็น “ โจ๊กหวานไม่เป็น เย็นไม่ได้ ” แสดงน้ำเสียงหงุดหงิด ออกมาชัดเจน เมื่อถูกสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ออกทีวี

หรือนี่ คือตัวตนที่แท้จริง ของ “ บอส ” ผู้เคยมี “ สื่อ” เป็นพันธมิตรมาโดยตลอด ถึงขั้นถูก “จับโป๊ะ” ได้ว่า “บอส” ส่งต่อการ์ดเติมพลังใบเล็กใบน้อย ต่อสายสัมพันธ์กับ “ สื่อ” บางคน เป็นรายเดือน หรือรายครั้ง แต่เรื่องที่ถูกตั้งข้อสงสัยก็เงียบหายไป

คงเพราะมีการ์ดเติมพลังใบใหญ่กว่า ที่งัดมาใช้กัน โดยเฉพาะการ์ดระดับ “ แรร์ไอเทม ” จาก บ้านจันทร์ส่องหล้า

โปลิศ เล่นละคร ” ลิงหลอกเจ้า “

ย้อนกลับไป ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ “สงครามสีกากี” ที่มีผู้นำทัพ ฝ่ายหนึ่ง คือ “ บิ๊กต่อ” และอีกฝ่ายบอสคือ “ บิ๊กโจ๊ก ” ทั้งคู่เกณฑ์ไพร่พล เปิดสงครามใส่กัน ดูท่าแล้วจะยืดเยื้อ แม้นายกฯเศรษฐา “ ซูเปอร์บอส ” จะเคยส่งสัญญาณให้สงบศึก และหันไปทำหน้าที่เพื่อประชาชน

แต่ภาพการโอบกอด จับมือ ยิ้มแย้มใส่กัน ที่ไม่ได้ออกมาจากใจ เหมือนคำขอโทษของคู่ขัดแย้ง ที่มาออกรายการ “ โหนกระแส ” ของพี่หนุ่ม-กรรชัย ที่อยากได้ยิน ” คำขอโทษ ” จากฝ่ายตรงกันข้าม แต่คำขอโทษที่ออกมา พี่หนุ่มก็บอกว่า มันไม่มีประโยชน์ ถ้าคำขอโทษนั้น “ไม่ได้ออกมาจากใจ”

ภาพที่ทั้งสองฝ่าย ทำสัญญาสงบศึก จึงเป็นแค่การเล่นละคร “ ลิงหลอกเจ้า ”

หลังฉาก “ บอส ” จูบปากกันนั้น เบื้องหลังยังเต็มไปด้วยการจ้องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จนทำให้วงการสีกากีลุกเป็นไฟ และดูจะเป็นไฟไหม้ป่าที่โหมกระหน่ำสตช. สร้างมลพิษ และเต็มไปด้วยฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ทำลายสุขภาพของประเทศเสียด้วย

หลังม่านศึกสีเลือดหมู ทั้งคู่ไม่เคยลดราวาศอกให้แก่กัน ยังระดมยิงทั้งปืนใหญ่ โดรนทำลายล้างติดขีปนาวุธ ปืนเล็ก ปืนสั้นใส่กันไม่ยั้ง โจมตีกันเป็นระลอก

ในที่สุด นายกฯเศรษฐา ก็เข้ามากดปุ่มออกจากเกม ยุติการห้ำหั่น รับตัว 2บอส คู่กรณี มาช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรีแบบ “แพ็คคู่” ลงนามในคำสั่งให้ บิ๊กต่อ และ บิ๊กโจ๊ก พ้นจากการทำหน้าที่ผบ.ตร. และรองผบ.ตร.เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา แต่ยังอยู่ในตำแหน่งเหมือนเดิม ได้รับเงินเดือนและสวัสดิการเหมือนเดิม พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

เบื้องหลัง นาทีกดปุ่ม ปลด ” บิ๊กโจ๊ก ” ออกจากราชการ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมะม่วงสุกงอมเต็มที่ ไม่ต้องมีคนสอย ก็ร่วงมาเองตามธรรมชาติ ยังไม่ทันที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะรายงาน

รักษาการ “ บิ๊กบอส ” ที่ชื่อ “ บิ๊กต่าย ” ก็ขอตัว “ บิ๊กโจ๊ก ” กลับต้นสังกัด และลงมือแก้โค้ด ลบ “ บอส ” ออกจากเกมไปก่อน พร้อมกับพวกอีก 5 ราย โดยลงนามในคำสั่งให้  “ บิ๊กโจ๊ก ” ออกจากราชการ

ต้นตอมาจากการพบ พยานหลักฐานที่ชัดเจน ที่ “ บิ๊กบอส ” รักษาการผบ.ตร. หอบแฟ้มใหญ่ ไปรายงาน “ซูเปอร์บอส” นัดส่ง “ของ” ให้นายกฯเศรษฐา ที่ “หัวหิน” ได้เห็นเต็มๆตา “ซูเปอร์บอส” จึงกดปุ่มไฟเขียว ปลดล็อกเข้าสู่เลเวลต่อไปให้ ” บิ๊กบอส “

งานนี้ มือที่มองเห็น ที่ “บิ๊กโจ๊ก” เคยรับการ์ดเติมพลัง ถูกบล็อกไม่ให้เข้ามาชุบชีวิต “บอส” ในครั้งนี้ เพราะ มีพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินที่ชัดเจน ประมาณว่า “ไม่ได้ทุจริต แต่ประพฤติผิดในหน้าที่”

” บิ๊กต่อ”มือปราบผ้าเหลืองร้อน

ในวงการสีกากี รู้กันดีว่า หลับตาชี้ไปที่ใคร ก็มักจะเจอแต่สีเทา กับสีเทาเข้ม แทบจะไม่มีใครบริสุทธิ์ ขาวสะอาด หรือ ถ้ามี ก็คงไม่ได้เติบโตในหน้าที่การงาน เป็นตำรวจระดับล่าง ที่ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต

ตำรวจเหล่านี้ ประดับฐานะบนบ่า “จนถาวร” ระดับ 3 ดาว ต้องหาเวลาทำงานพิเศษ เพื่อจุนเจือครอบครัว เพราะรายรับไม่พอรายจ่าย อย่าไปคิดถึงเรื่องจ่ายเงิน “ ซื้อตำแหน่ง ” เลย และหาเงินต่อลมหายใจไปวันๆยังลำบาก

“ บิ๊กต่อ ” เอง ก็ใช่ว่า จะหลุดพ้นบ่วงกรรม แม้จะได้ชื่อว่า “ มือปราบสายธรรมะ ” หรือ “ โรโบคอปสายบุญ ” แต่เส้นทางของนักรบย่อมมีบาดแผล ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ตอนนี้คงอยู่ในอาการ “ มือปราบผ้าเหลืองร้อน ” เพียงแต่หลักฐานของ “บิ๊กโจ๊ก” ขึ้นทางด่วนมาก่อน ของ “บิ๊กต่อ” คงมาเร็วๆนี้

” บิ๊กโจ๊ก ” ไม่ขอตายเดี่ยว

คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า หลักฐานจะหนักแน่นมากพอ ที่จะสกัดการเติมการ์ดพลังให้ “บิ๊กต่อ” ได้หรือไม่ เพราะฝ่าย “ บิ๊กโจ๊ก” เคยลั่นวาจาออกมาก่อนหน้านี้ว่า “ มีข้อมูลลับ ที่เปิดเมื่อไหร่ ก็ตายหมู่ทั้งสตช.”

ไพ่ที่อยู่ในมือ “บิ๊กโจ๊ก” จะเป็นอาวุธหนัก ระดับสึนามิ ล้ม “บิ๊กต่อ” และ ฉุดลงเหวไปด้วยกันหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่คำขู่ คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เพราะ การปล่อยข่าวรายวัน ยังปรากฎออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างเป็นขบวนการ นั่นคือสัญญาณ ที่บอกว่า งานนี้ “ไม่ขอตายเดี่ยว”

ทุกครั้งที่เกิดสงคราม จะสร้างความเสียหายแทบจะล่มสลาย แต่เมื่อสงครามยุติ ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างบ้านสร้างเมืองกันใหม่ ให้ดีขึ้น มีการจัดระบบ ระเบียบ  วางผังเมืองกันอย่างรอบคอบ คำว่า “เจริญ” และ “พัฒนา” ก็จะตามมา

ถ้ารอให้เกิดการ “ปฏิรูปตำรวจ” ตามธรรมชาติ คงต้องรอ “ ชาติหน้า ” เพราะ “ ผลประโยชน์ ” ทำให้ผู้มีความมักใหญ่ ใฝ่สูง หิวโหย และ อยากเป็น “บอส” เพื่อครอบครองมัน ในวิกฤตย่อมมีโอกาส

การผ่าตัดใหญ่สตช. น่าจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ เพราะเกมการแย่งชิงอำนาจ มีความเชื่อมโยงกับ ปัญหายาเสพติด หวยเถื่อน บ่อนการพนัน เว็บพนันออนไลน์ การค้ามนุษย์ การรีดไถประชาชน การส่งส่วย ฯลฯ ถ้าไม่ทำตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่า โอกาสจะมาอีกเมื่อไหร่

นี่คือจุดเริ่มต้นของพรรคเพื่อไทยในมือนายกฯเศรษฐา ที่จะพิสูจน์สโลแกนของพรรคที่ว่า เป็นพรรค ” ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ” เรียกคืนศรัทธาและชดเชยราคาที่ต้องจ่ายไปจากการตระบัดสัตย์ เมื่อครั้งจัดตั้งรัฐบาล

คนชายขอบ

อ้างอิง : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง นายกฯเศรษฐา เด้งฟ้าผ่า “บิ๊กต่อ”-“บิ๊กโจ๊ก” ดับไฟสตช.