กกต. ตกที่นั่งลำบากเลือก สว. พลาดเสี่ยงคุก

เริ่มแล้ว กกต. ตกที่นั่งลำบากเลือก สว. พลาดเสี่ยงคุก
เริ่มแล้ว กกต. ตกที่นั่งลำบากเลือก สว. พลาดเสี่ยงคุก

ยกหนึ่ง การเลือก สว. 2567 ระดับอำเภอผ่านเข้ารอบ 23,645 คน เตรียมเลือก ระดับจังหวัดในวันที่ 16 มิ.ย. แต่กว่าจะเลือกระดับอำเภอได้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต. ) ต้อง “ลุยไฟ” เพราะ ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้วินิจฉัยว่า 4 มาตราที่เกี่ยวกับวิธีการเลือกระดับอำเภอ จังหวัด และ ระดับประเทศ ของพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

แต่สาระสำคัญหนึ่งที่ศาลทิ้งท้ายไว้ ที่ทำให้คนอ่านและกกต.ขนลุก คือ การขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั้น ศาลเห็นว่า ยังไม่ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง อีกทั้งหาก กกต. เห็นว่าจะเกิดความเสียหายดังกล่าวย่อมมีหน้าที่และอำนาจที่จะดำเนินการได้ตามรัฐธรรมนูญ และพ...ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.

เวลานั้นความกดดันตกไปอยู่ที่กกต. จึงเป็นที่มาของการประชุมกันเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผลสรุป คือกกต. ตัดสินใจเดินหน้าเลือกสว. ระดับอำเภอ ตามกำหนดการเดิม

โดยให้เหตุผล 4 ข้อในการเดินหน้าเลือก สว. 1.ศาลระบุว่ายังไม่ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายร้ายแรงยากแก่การเยียวยาได้ในภายหลัง 2.เหตุผลในการรับคำร้อง ระบุว่ายังไม่ใช่เหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามกฎหมาย จนอยู่ในวิสัยที่จะเยียวยาในภายหลังไม่ได้

3.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา132 เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทุกฉบับให้ส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบ ซึ่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ที่ใช้สำหรับการเลือก สว.ครั้งนี้ก็ผ่านขั้นตอนนี้มาแล้ว  และ 4.ณ วันที่กกต.กำลังปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ออกโดยชอบด้วยรัฐสภา ซึ่งคือกฎหมายการเลือก สว.ฉบับนี้

จนถึงนาทีนี้ “การเลือกสว.” เต็มไปด้วยขวากหนาม โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของ “สมชาย แสวงการ” สว. ที่จับตาทุกความเป็นไปของการเลือก และให้สัมภาษณ์รายวัน ล่าสุด เพิ่งจะจี้ให้กกต. ตรวจสอบผู้สมัครที่ได้ศูนย์คะแนน เพราะเชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นพวกที่รับจ้างให้มาลงสมัคร เพื่อเลือกบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามที่นายจ้างประสงค์!!!

นอกจากนี้ ยังเกิดความผิดปกติหลายเรื่องส่งกลิ่นว่าจะมีการทุจริต ทั้งการเกณฑ์ขนคนของนายทุน เจ้าของกิจการ การใส่เสื้อเหมือนกัน อยู่ในร้านเดียวกันมาสมัครพร้อมกัน

อย่ามโน “ทุจริต” ต้องมีหลักฐาน

เสรี สุวรรณภานนท์
เสรี สุวรรณภานนท์

ในทางตรงกันข้าม “เสรี สุวรรณภานนท์” สว. เตือนสติว่า สว.ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกสว.มากไป เพราะมีกฎหมายห้ามไม่ให้วุ่นวายแทรกแซง ที่สำคัญยังบอกด้วยว่า ทำอะไรต้องมีหลักฐาน และเมื่อพบว่าทุจริตต้องส่งให้กกต. เป็นคนจัดการ แค่คิดว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้แล้วทุจริต ถือว่าไม่ถูกต้อง

สิ่งที่ “อาจารย์เสรี” ต้องการสื่อสารแปลเป็นภาษาชาวบ้านแบบง่ายๆ คือ อย่ามโนไปเอง ทุจริตต้องมีหลักฐานมัดให้แน่น อย่าพูดลอยๆเพราะมันหลวมเกินไป

ฉะนั้น ต้องคอยติดตาม “สว.สมชาย” จะมีไม้เด็ด โชว์ผลงานเข้าตากรรมการหรือไม่ หากงานนี้มีหลักฐานมัดแน่นหนา การจัดเลือกสว.กกต.ก็จะทำงานลำบาก และไม่อาจประกาศผลได้ทัน 2 ก.ค. แน่นอน โดยเฉพาะหากพบทุจริตตั้งแต่ระดับอำเภอ แล้วผ่านเข้ารอบมายังระดับจังหวัด และประเทศ จะยิ่งยุ่งยาก กลายเป็นคำถามว่าจะต้องไปเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมดหรือไม่

สารพันปัญหาฝ่าอีก 2 ด่าน

ไหนจะกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชน การที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้สว.เป็นผู้แทนของชวงชนชาวไทย แต่ในข้อเท็จจริง ประชาชนจะมีส่วนร่วมได้ต้องอายุ 40 ปีขึ้นไป และยังต้องแถมเงินให้กกต.อีก 2,500 บาทเป็นค่าสมัครเข้าไปมีส่วนร่วม ถามว่าเรื่องนี้ถูกต้องหรือไม่ และย้อนแย้งกับกฎหมายสูงสุดของประเทศหรือไม่

เห็นทีสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และที่ไม่รู้อีกในอนาคตกกต. ตกที่นั่งลำบาก รับงานยาก โดยยังมีอีก 2 เวที คือ ในระดับจังหวัด และระดับประเทศท้าทายฝีมือของกกต.

โจทย์ใหญ่ ศาลฯรับคำร้องวินิจฉัยกม.ลูกเลือกสว.

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

อีกทั้งกกต.ต้องคอยสแตนด์บายรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี 4 มาตราในกฎหมายลูกเลือกสว. ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกสว.ก็จะนำสู่การโมฆะทันที และต้องคิดต่ออีกว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ถึงแม้ว่ากกต. จะแพลมแต่แรกแล้วว่าดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย อีกทั้งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญก็เคยผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญมาแล้วก็ตาม แต่อย่าลืมว่าเรื่องของกฎหมายเป็นเรื่องของคนที่หาช่องโหว่ ใครหาได้มากที่สุด คนนั้นชนะ

อย่างไรก็ตาม แม้สว.สมชายจะได้แต่ตีฆ้องร้องป่าว (ยัง)ไม่มีหลักฐานมัดตัว แต่กกต. มิอาจปฏิเสธหรือนิ่งเฉยต่ออำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบได้ ในเมื่อเรื่องทุจริตส่งกลิ่นตุเข้าจมูก หน่วยงานตรวจสอบก็ต้องทำหน้าที่หาหลักฐาน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้หวังดีเพียงฝ่ายเดียว ถ้ากกต.ยังเกียร์ว่างก็อาจมีผู้ร้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

โดยภาพรวม ดีดลูกคิดไปมา “กกต.” นี่แหละเดอะแบกตัวจริง ต้องบริหารทั้งข้อเท็จจริงและความรู้สึกคน ทำดีเสมอตัว แต่ถ้าพลาดขาข้างหนึ่งก็เข้าคุกแล้ว นี่หละนะที่เขาเรียกว่าทำงานรับใช้ประเทศชาติและประชาชน.

เรื่องโดย -“เอสเปรสโซ่”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เลือกตั้งสว. 200 คน กับระเบียบแนะนำตัว ที่ กกต. ยังไม่เคลียร์