“ดิจิทัล วอลเล็ต” เบรคใช้เงิน ธ.ก.ส. เฉือนงบโครงการเหลือ 4.5 แสนล้าน

ดิจิทัล วอลเล็ต
คลังเผย โครงการดิจิทัล วอลเล็ต มีแนวทางเบรคใช้แหล่งเงิน ธ.ก.ส. เฉือนงบโครงการเหลือ 4.5 แสนล้านบาท

“จุลพันธ์” เผยความคืบหน้าประชุมคณะอนุฯ ดิจิทัล วอลเล็ต ยันระบบมีความพร้อมแล้ว จ่อให้ลงทะเบียนทันไตรมาส 3 ปีนี้แน่ เผยแหล่งเงินที่ใช้ในโครงการ จะเลือกไม่ใช้เงินจาก ธ.ก.ส. จะเป็นการบริหารจากงบประมาณปี 67 และ ปี 68 โดยจากการประเมินโครงการรัฐบาลที่ผ่านมา จะมีผู้เข้าร่วม 90% ทำให้มีแผนปรับลดเงินในโครงการ ดิจิทัล วอลเล็ต เหลือ 450,000 ล้านบาท

  • ลั่นพร้อมฟังความชัดเจนโครงการ ในอีเวนต์ใหญ่ 24 ก.ค.นี้ จากปากนายกฯ
  • เผยสินค้าที่ไม่เข้าร่วมเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ
  • ยันแหล่งเงินที่ใช้ในโครงการ มาจากงบประมาณปี 67 และปี 68 เท่านั้น จะไม่ใช้ในส่วนของวงเงินจาก ธ.ก.ส.

วันนี้ (10 ก.ค.67) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยภายการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับ นโยบายเติมเงิน10,000 บาท ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต หรือโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ว่า ในวันที่ 24 ก.ค. 67 นี้ รัฐบาลจะมีการจัดอีเวนท์เพื่อแถลงข่าวโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า กระบวนการจะเริ่มอย่างไร การลงทะเบียน วันในการลงทะเบียน โดยในเบื้องต้นที่ประชุมวันนี้ ก็ได้ยืนยันว่า ระบบมีความพร้อม ทั้งในตัวระบบพิสูจน์ตัวตน (Know Your Customer) หรือ KYC การตรวจสอบสิทธิ์ การลงทะเบียนของร้านค้า

ทั้งนี้ ในตัวระบบการลงทะเบียนของประชาชน ก็สามารถเข้าไปลงทะเบียนเบื้องต้นได้แล้ว ในขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตน 2. ระบบการแลกเปลี่ยนต่างๆ ในวันนี้จากการฟังรายงาน ก็ยืนยันได้ว่า เสร็จทันภายในไตรมาส 3 ปีนี้แน่นอนโครงการทั้งหมดยังเดินทางแผนเดิม

รวมถึงในเรื่องของคุณสมบัติ ของประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการก็ยังกำหนดตามเดิม คือ มีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ภายในวันที่ 30 ก.ย.67 รายได้ไม่เกิน 840,000 บาทต่อปี โดยจะใช้เกณฑ์ข้อมูลรายได้ภาษีย้อนหลัง ปีภาษี 66 มีเงินฝากในบัญชีรวมทั้งหมดไม่เกิน 500,000 บาท ภายในวันที่ 31 มี.ค.67

ทั้งนี้ ด้านกระบวนการใช้จ่าย ก็กำหนดเป็น 2 รอบ โดยรอบแรกจะเป็นระหว่างประชาชนกับทางร้านค้า ใช้จ่ายได้พื้นที่อำเภอ ร้านก็ต้องอยู่ในอำเภอ ใช้ได้ในระดับร้านค้าสะดวกซื้อลงไป จะไม่สามารถใช้ใน้านค้าขนาดใหญ่ได้

ส่วนในสินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ คือไม่สามารถซื้อได้ จะเป็นสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสาร เน้นสินค้าที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงานในประเทศ เป็นโอกาสของสินค้าเอสเอ็มอี โดยจากนี้ก็จะส่งให้คณะกรรมการดิจิทัล วอลเล็ต ชุดใหญ่ เคาะสรุปอีกครั้ง

ส่วนในการหมุนเวียนเงินในรอบที่ 2 จะเป็นรูปแบบระหว่างร้านค้ากับร้านค้า ตรงนี้จะไม่กำหนดในเรื่องเขตพื้นที่การใช้จ่าย สามารถใช้จ่ายได้ทั่วประเทศ ไม่กำหนดขนาดร้านค้า โดยจะเป็นการไปซื้อสินค้ามาเพื่อลงทุนต่อ

ทั้งนี้ ในส่วนร้านค้าที่จะไปแลกเป็นเงินสดออกมา ก็ยังยืนยันตามเกณฑ์เดิม คือต้องเป็นร้านค้าที่อยู่ในฐานภาษี โดยจะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องหมายเบอร์โทรศัพท์ของร้านค้า ต้องเป็นซิมที่ใช้บริการในแบบรายเดือน เพื่อเกิดเหตุอะไรขึ้น จะได้ตามตรวจสอบได้

นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงเรื่องแหล่งเงินที่จะใช้ในโครงการว่า ที่ผ่านมา ได้มีข้อเสนอมากมายจากหน่วยงานเกี่ยวกับการตรวจสอบ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ปปช.) โดย ปปช. ก็เคยส่งหนังสือมาที่กระทรวงการคลัง ในเรื่องการจัดตั้งงบประมาณที่มีความเหมาะสม เนื่องด้วยการตั้งงบประมาณที่มากเกินไป จะทำให้เสียโอกาสในการไปพัฒนาในส่วนอื่นๆ

โดยได้มอบหมายการสำนักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง (สศค.) ไปทำการศึกษาในเรื่องนี้ โดยจากการศึกษาก็ได้ข้อมูลว่า จากการจัดทำโครงการต่างๆ ในอดีตของรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่มีโครงการไหน อาทิ คนละครึ่ง ส่วนใหญ่จะมียอดผู้ใช้สิทธิ์โครงการประมาณ 90%

ทั้งนี้ หลังจากได้ข้อมูลจาก สศค. ทางรัฐบาลก็มาประเมินตัวโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ใหม่ โดยยังกำหนดขนาดโครงการไว้เท่าเดิมที่ 50 ล้านคน โดยในส่วนกระบวนการที่ต้องเตรียมงบประมาณไว้รองรับจากการประมาณการณ์ ก็คาดว่าไม่น่าเกิน 90% ที่จะร่วมโครงการดิจิทัล วอลเล็ต โดยกระบวนการบริหารงบประมาณ ก็จะมีข้อเสนอไปถึงคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อรองรับอยู่ที่ 450,000 ล้านบาท

“วันนี้ในที่ประชุมฯ ยังได้มีความเห็น สรุปที่จะปรับลดวงเงินโครงการดิจิทัล วอลเล็ต จากวเงิน 500,000 ล้านบาทเหลือที่ 450,000 ล้านบาท เนื่องจากมีการประเมินแล้วว่า ผู้มีสิทธิ์จะลงทะเบียนเข้าโครงการไม่ครบทุกคน แต่หากมีคนสมัครเข้าโครการถึง 50 ล้านคน ก็ยังสามารถปรับงบเพิ่มเติมได้” นายจุลพันธ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้รับข้อเสนอ ในการปรับแหล่งเงินงบประมาณที่จะนำใช้ทำโครงการนี้ โดยจากเดิมที่กำหนดไว้ จะใช้แหล่งเงินจาก 3 แหล่ง ประกอบด้วย 1.การบริหารงบฯ ปี 67 จำนวน 175,000 ล้านบาท 2.การดำเนินการผ่านหน่วยงานภาครัฐ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงิน172,300 ล้านบาท และ 3.งบประจำปี 68 อีก 152,700 ล้านบาท

ทั้งนี้ ล่าสุดจะปรับแหล่งเงิน เป็นใช้เงินจากงบประมาณปี 67 และปี 68 เท่านั้น โดยจะไม่ใช้ในส่วนของวงเงินจากธ.ก.ส. เนื่องจากมีการข้อเสนอจากสำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง ว่า ไม่ควรตั้งงบประมาณที่สูงเกินไปเพราะจะทำให้เสียโอกาสนำเงินไปพัฒนาโครงการในด้านอื่นๆ

นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับแหล่งเงินที่นำมาใช้ในโครงการดิจิทัล วอลเล็ท ตามกรอบใหม่ 450,000 ล้านบาทนั้น จะมาจากการใช้งบประมาณปี 67 จำนวน 160,000 ล้านบาท แบ่งเป็น งบประมาณเพิ่มเติม 122,000 ล้านบาทและงบประมาณจากการบริหารจัดการอีก 43,000 ล้านบาท

รวมถึงการใช้งบ มาจากงบประมาณปี 68 เป็นจำนวนเงิน 285,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประจำที่ 152,700 ล้านบาทและมาจากการบริหารจัดการเพิ่มเติมอีก 132,300 ล้านบาท เช่น การใช้งบกลาง งบผูกผันที่หน่วยงานรัฐใช้ไม่ทันหรือทำงบเพิ่มเติม เป็นต้น

กระทรวงการคลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 24 ก.ค.นี้ ประกาศชัดไทม์ไลน์ ยืนยันตัวตน การลงทะเบียนดิจิทัล วอลเล็ต