
บพท.ให้ทุนวิจัยปั้น “สระบุรี ฟู้ดวัลเลย์” 5 พันไร่ เพิ่มผลผลิตรายได้เกษตร ผุดฮับอาหารยั่งยืน สร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับประเทศ
- บพท.ผนึกพหุภาคีปั้น “สระบุรีฟู้ดวัลเลย์” สานฝันเมืองน่าอยู่ Net Zero เล็งใช้พื้นที่ 5 พันไร่
- แจกทุนวิจัย บริษัท สระบุรีพัฒนาเมือง เพิ่มผลผลิตและรายได้ภาคเกษตรสร้างความมั่นทางอาหารยั่งยืน
นายนพดล ธรรมวิวัฒน์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย บริษัทสระบุรีพัฒนาเมือง จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) คือแกนหลักอันเป็นหัวใจของโครงการวิจัยด้วยการพัฒนาจังหวัดสระบุรีให้เป็นหุบเขาแห่งอาหาร หรือ “สระบุรีฟู้ดวัลเลย์” สร้างกลไกสำคัญที่จะเดนหน้ายกระดับรายได้เกษตรกรในพื้นที่คู่ขนานไปกับการสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับประเทศปรากฎขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
โดยมีแรงบันดาลใจในการทำวิจัยเรื่องนี้ เพราะต้องการมุ่งค้นหาคำตอบแก้โจทย์ให้เกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ในสระบุรี ต้องเผชิญปัญหาขายผลผลิตไม่ได้ราคา หันมาผลักดันเกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาเป็นธรรม และมีความมั่นคงทางรายได้ โดยคำนึงบริบทที่สอดคล้องกับภูมินิเวศน์ ภูมิสังคม วิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่ จะต้องเดินไปพร้อมๆ กันได้

โดยมีเงื่อนไขสำคัญเป็นปัจจัยความสำเร็จที่จะยกระดับ “สระบุรีฟู้ดวัลเลย์” ด้วยการเตรียมจัดหาพื้นที่ขนาดประมาณ5,000 ไร่ ในทำเลที่สะดวกเพื่อเชื่อมโยงกับระบบโครงข่ายคมนาคม และมีแหล่งน้ำสำรองเพียงพอรองรับโครงการดังกล่าว ควบคู่กับการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ซึ่งปัจจับันเป็นอุปสรรคและจะต้องวางแผนออกแบบระบบสิทธิประโยชน์ เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนในระยะยาว
นายนพดล กล่าวว่า กระบวนการขึ้นรูป “โครงการวิจัยสระบุรีพัฒนาเมืองที่มีแนวคิดสระบุรีฟู้ดวัลเลย์เป็นแกนกลาง” เป็นผลพวงจากการพูดคุยกับหลายภาคีในพื้นที่ร่วมปรึกษาหารือร่วมกัน โดยมีทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น ประชาสังคม และนักวิชาการ จนตกผลึกเป็นข้อสรุปร่วมกัน นำจุดแข็งอันโดดเด่นของจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นปัจจัยเป็นปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาเมือง ตามแนวคิดสระบุรีฟู้ดวัลเลย์ 3 ปัจจัย ได้แก่
ปัจจัยที่ 1 สระบุรีเป็นศูนย์กลางหรือ ฮับโลจิสติกส์ ด้านการกลางขนส่งเชื่อมต่อโดยเฉพาะระบบราง
ปัจจัยที่ 2 เกษตรกร ในจังหวัดสระบุรีสร้างผลผลิตทางด้านการเกษตรได้ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งข้าว ข้าวโพด อ้อยมันสำปะหลัง ผัก ผลไม้ โคนม ไก่ ซึ่งเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทานด้านอาหาร
ปัจจัยที่ 3 จังหวัดสระบุรี มีศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค นำโดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่แก่งคอย ซึ่งมีองค์ความรู้สามารถสร้างประโยชน์ในการยกระดับหรือสร้างนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตการเกษตรได้ต่อเนื่อง

โดยสามารถใช้เป็นกลไกกระบวนการพัฒนาแนวคิดสระบุรีฟู้ดวัลเลย์ให้เป็นรูปธรรม สร้างห่วงโซ่คุณค่าขึ้นมา ซึ่งมีกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แก่งคอย กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ร่วมอยู่ในห่วงโซ่ด้วย แต่ละภาคส่วนพร้อมใจกันมุ่งเน้นให้ห่วงโซ่นี้ทำให้เกิดอุตสาหกรรมอาหารอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Net Zero และสามารถจะเหนี่ยวนำให้คนสระบุรีกลับมาร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนต่อไป
หัวหน้าโครงการวิจัย บริษัทสระบุรีพัฒนาเมือง จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีให้ความสำคัญกับโครงการสระบุรีฟู้ดวัลเลย์อย่างมาก ถึงกับบรรจุเป็นแผนยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรของจังหวัด ขณะเดียวกันภาคีภาคเอกชนทั้งหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ชมรมธนาคารในจังหวัด รวมทั้งเทศบาลเมืองสระบุรี เทศบาลเมืองแก่งคอย ได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นภาคีขับเคลื่อนโครงการ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นคือการทำข้อมูลศึกษาและวิจัยเพื่อหาว่าทิศทางหรือสิ่งที่จะทำในอนาคต ส่วนขั้นตอนที่สองคือรวบรวมกลุ่มคนที่มาเป็น Stakeholder คือ ผู้ประกอบการทางด้านอาหาร และกลุ่มเกษตรกรที่อยากจะเป็น Smart Farmer ในอนาคต โดยสองกลุ่มนี้มีจำนวนรวมประมาณ 30 คน

นายนพดล กล่าวว่า โครงการ บริษัท สระบุรีพัฒนาเมือง จำกัด มีตัวชี้วัดความสำเร็จอยู่ด้วยกัน 4 ประการคือ1.ความอยู่ดีกินดีของประชาชน 2.ความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบัน ของโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลขององค์กรปกครองท้องถิ่น หรือ City Data Platform (CDP) 3.สุขภาวะและสิ่งแวดล้อม 4.การศึกษาที่สอดคล้อง และเท่าทันกับบริบทสังคม และบริบทของโลกที่แปรเปลี่ยนไป
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen










