
- บางจาก ลุยจัด “Dek Show Ded Festival@ Phrakhanong, Bangna” ผนึก 2 พันธมิตร “ทรู ดิทิจัลพาร์ค 101 กับเขตพระโขนง
- เปิดพื้นที่ให้เยาวชนรอบโรงกลั่น โชว์ความสามารถด้านการแสดงวัฒนธรรม
- ร้อง-เล่น-เต้น-ฟ้อนรำ-ดนตรี ทุกวันเสาร์ 6 ครั้ง เริ่ม 17 มิ.ย. ปิดท้าย 23 ธ.ค.66
นางกลอยตา ณ ถลาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อความยั่งยืน บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บางจาก จัดโครงการ ‘Dek Show Ded Festival@ Phrakhanong, Bangna’ โดยร่วมกับพันธมิตรทรู ดิจิทัล พาร์ค 101 สำนักงานเขตพระโขนง และสำนักงานเขตบางนา เปิดพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ด้านดนตรีและการแสดงต่าง ๆ ให้เยาวชนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ซึ่งมีโรงเรียนในพื้นที่เขตพระโขนงและเขตบางนาพร้อมใจกันสร้างความแสดงความสามารถ
ทั้งการแสดงดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ ฟ้อนรำ และการแสดงเชิงวัฒนธรรมต่าง ๆ
เป็นหนึ่งในการร่วมสร้างประโยชน์สู่สังคมรอบพื้นที่ธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ สร้างความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าในตนเอง สานสัมพันธ์ในครอบครัว ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่บริเวณ 101 Skyline ชั้น 2 ลานกิจกรรม อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค พื้นที่แห่งการเรียนรู้ความยิ่งใหญ่และทันสมัยโลกดิจิทัล

ทางบางจากได้เปิดพื้นที่จัดกิจกรรม Dek Show Ded Festival ขึ้นทุกวันเสาร์ รวม 6 ครั้ง 2 พื้นที่ นำร่อง ครั้งแรกไปเมื่อวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2566 และครั้งที่ 6 คือ วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม 2566 วางแผนจัดกิจกรรม 3 ครั้งแรกระหว่างเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2566 เลือกใช้สถานที่จัดคือศูนย์การค้า 101 ทรู ดิจิทัล พาร์ค ส่วนอีก 3 ครั้งหลัง ระหว่างเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม 2566 เตรียมจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา ผู้ที่สนใจเข้าชมความสามารถของเยาวชนไทยติดตามวันเวลากิจกรรมแต่ละครั้งได้ทาง Facebook: Bangchak
ส่วนในวันเปิดงานเสาร์แรก มีผู้บริหารของพันธมิตรให้เกียรติเข้าร่วมงานและสนับสนุนอย่างเต็มที่ ได้แก่ ดร.จิระพงศ์พิพัฒนภิวงศ์ ประธานผู้อำนวยการ บริษัท วิซดอม แลนด์มาร์ก คอร์ปอเรชั่น จำกัด ศูนย์การค้า 101 ทรู ดิจิทัล พาร์คนางสาววรุณลักษม์ พลหาญ ผู้อำนวยการเขตพระโขนง และนางสาวยุวนุช นงพรมมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางนา
ทั้งนี้ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยังคงมุ่งขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานดำเนินงานใน 5 ธุรกิจหลัก ได้แก่
กลุ่มที่ 1 ธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน เป็นโรงกลั่นแบบ Complex Refinery ที่ทันสมัย ปรับเป็น High Value Specialty Products Refinery เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ low emission
กลุ่มที่ 2 ธุรกิจการตลาด มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศมากกว่า 1,300 แห่ง เสริมด้วยธุรกิจ Non – oil ผ่านธุรกิจต่าง ๆ เช่น กาแฟอินทนิล น้ำมันหล่อลื่น Furio และ EV charger

กลุ่มที่ 3 ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ผ่านการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของ บมจ. บีซีพีจี และรุกเข้าสู่ธุรกิจผลิตแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่
กลุ่มที่ 4 ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ดำเนินการภายใต้ บมจ. บีบีจีไอ ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและขยายสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง
กลุ่มที่ 5 ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ผ่านการถือหุ้นใน OKEA ASA ประเทศนอร์เวย์ที่เป็นที่ยอมรับว่ามีมาตรฐานด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง โดยได้กขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ๆ หรือ New Frontier Businesses เช่น ธุรกิจแพลตฟอร์มให้บริการรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และสถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ (BiiC) ผู้ลงทุน Corporate Venture Capital เน้นการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
ควบคู่การช่วยสร้างระบบนิเวศน์ด้วยนวัตกรรมสีเขียว ส่งเสริมและผลักดันนวัตกรรมที่สนับสนุนการพัฒนาพลังงานสีเขียวและผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เพื่อนำธุรกิจในเครือบางจาก และประเทศก้าวสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริงในอนาคตอันใกล้นี้
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen










