นักเรียนพร้อมไหม! กระทรวงศึกษาฯ-สาธารณสุข ชูหลักเกณฑ์การเปิดเรียน สพฐ.เผยมีกว่า 1 หมื่นโรงเรียน ขอเปิดแบบออนไซต์ 1 พ.ย.นี้



  • ระบุชัด เปิดเรียนออนไซต์ทุกโรงเรียน ต้องผ่านประเมินความพร้อม Thai stop covid Plus
  • มีรายงานติดตามผลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้ม
  • ลั่นฉีดวัคซีนให้กลุ่มนักเรียน ล่าสุดฉีดไปแล้ว 2.5 ล้านคน
  • ชี้หากพบการติดเชื้อในโรงเรียน มีแผนเผชิญเหตุ ไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งหมด

วันนี้ (28 ต.ค.64) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมแถลงการเตรียมความพร้อมสู่การเปิดเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ว่า ขณะนี้ได้ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์การเปิดโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา เพื่อกำกับดูแลและเพิ่มความเชื่อมั่น

โดยมีเงื่อนไขของมาตรการ แนวปฏิบัติ แผนเผชิญเหตุ ที่ระบุชัดเจน ซึ่งการเปิดเรียนออนไซต์ทุกโรงเรียน ต้องผ่านประเมินความพร้อม Thai stop covid Plus และรายงานติดตามผลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้ม ต้องได้รับวัคซีนครบสองเข็ม ตั้งแต่ 85% ขึ้นไป

ทั้งนี้ในส่วนการฉีดวัคซีนให้กลุ่มนักเรียน ล่าสุดฉีดไปแล้ว 2.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 66% ระหว่างภาคการศึกษาจัดการเรียนได้ทั้ง On site/On line หรือแบบผสมผสาน และมีการสุ่มตรวจหาเชื้อแบบ ATK มาตรการจะปรับตามสถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม.กำหนด

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มาขอเปิดแบบออนไซต์ มีมากกว่า 10,000 โรงเรียน มีบางแห่งขอใช้แบบผสมผสาน และมีบางพื้นที่ ที่คณะกรรมการโรคติดต่อบางจังหวัดยังไม่ให้เปิดในวันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่ให้เลื่อนไปเปิดวันที่ 15 พ.ย.แทน คือ จังหวัดปทุมธานี อยุธยา และนนทบุรี ซึ่งก็จะทยอยกันเปิดต่อไป

นอกจากนี้ในโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีจำนวนนักเรียนต่อห้องไม่ถึง 25 คน สามารถเปิดห้องเรียนได้เต็มรูปแบบ แต่ถ้าเกินกว่านั้น อาจต้องให้สลับชั้นกันมาเรียน ส่วนกิจกรรมในโรงเรียน เช่น กีฬา และการเข้าค่าย หากกิจกรรมยังสุ่มเสี่ยง ขอให้เลือกเท่าที่จำเป็นก่อน และมีจำนวนไม่เกิน 25 คน

ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า การเปิดเรียนในขณะนี้ มีความจำเป็น และเมื่อดูในประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ก็ทยอยเปิดเรียนกันแล้ว หากพบการติดเชื้อในโรงเรียน ก็มีแผนเผชิญเหตุ ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งหมดอีกต่อไป

ทั้งนี้สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1,538,550 โดส มาถึงไทยแล้วตามกำหนด ซึ่งวัคซีนดังกล่าวนี้ มุ่งเน้นไปที่กลุ่มนักเรียน โดยผู้ปกครองสามารถแจ้งความประสงค์ให้บุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ได้ตามความสมัครใจและขอยืนยันว่า วัคซีนมีจำนวนเพียงพออย่างแน่นอน