“ปิยบุตร”เผยจะยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญขอยกเลิกคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่การเป็น ส.ส. ชั่วคราวของ“ธนาธร”

  • ชี้คดีหุ้น “วี-ลัก มีเดีย” เทียบคดี “ดอน”
  • ควรเปิด “ไต่สวน” ก่อนวินิจฉัย

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงความคืบหน้ากรณีถือหุ้นสื่อ บริษัท วีลัก-มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดย นายปิยบุตร กล่าวว่า ตามที่มีจดหมายข่าวจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาเมื่อ 27 ส.ค. ระบุว่าได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และนัดอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคราวประชุมถัดไปนั้น โดยก่อนหน้านี้ 13 สิงหาคม มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งและแห่งเดียวที่รายงานข่าวว่า วันที่ 27 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดวางกรอบไต่สวน โดยขอตั้งข้อสังเกตุว่า 1.สำนักข่าวแห่งนี้ทราบได้อย่างไรว่าจะมีการนัดพิจารณาในวันที่ 27 ส.ค. ในขณะที่ตัวนายธนาธรเองก็ยังไม่ทราบ 2.สำนักข่าวแห่งนี้ทราบอีกว่า มีรายการพยานบุคคลบางอย่างที่นายธนาธรยื่นไป ทั้งที่เรื่องนี้เป็นสำนวนที่อยู่ในการพิจารณา สำนักข่าวแห่งนี้ทราบได้อย่างไร ทั้งนี้ เมื่อสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกจดหมายข่าวมา และผลการพิจารณาคือ “ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และนัดอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยต่อในคราวประชุมถัดไป” จึงน่าสนใจว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญจะอภิปรายเรื่องวางกรอบการไต่สวนตามกระบวนการที่พึงดำเนินไป เหตุใดจึงต้อง “อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย” ถึงสองนัดประชุม หรือนี่คือการประชุมวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีกันแน่ นี่คือสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ตั้งคำถาม

“ขั้นตอนตามพระราชบัญญัติประกอบวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้นกำหนดเอาไว้ว่า เมื่อผู้ร้องมีคำร้องมา ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจง แล้วกลับมาที่ผู้ร้องยื่นคำคัดค้าน แต่ละฝ่ายก็จะมีเอกสาร พยานหลักฐาน มีการชี้แจงของตนเอง เสร็จแล้วตามกระบวนการ ศาลจะนัดวันตรวจพยานหลักฐาน จากนั้นจะมีการเปิดศาลเพื่อกำหนดวันไต่สวน แล้วก็จะนำไปสู่การวินิจฉัยคดี แต่จนกระทั่งถึงวันนี้ นายธนาธรยังไม่ทราบว่าศาลจะการอนุญาตให้มีการไต่สวนหรือไม่ ซึ่งหากพูดถึงคดีของนายธนาธร เราก็จะเปรียบเทียบกับคดีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย เนื่องจากคดีของคุณดอน ใช้เวลานานมากตั้งแต่ชั้น กกต. ไปจนถึงศาลรัฐธรรมนูญ และคดีของนายดอน ก็ได้โอกาสที่ศาลจะบอกว่าไม่ต้องยุติกาปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี และยังได้โอกาสในการไต่สวนอีกด้วย แต่ในกรณีของคุณธนาธร สถานะถึงตอนี้เรายังไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะยอมให้มีการไต่สวนหรือไม่ หรือว่าศาลกำลังปรึกษาหารือเพื่อจะมีคำวินิจฉัยแล้ว กฎหมายในมาตรา 58 เขียนข้อยกเว้นไว้ว่า ในกรณีที่เป็นประเด็นข้อกฎหมายอย่างเดียว ศาลอาจไม่ไต่สวนก็ได้ หรือในกรณีที่ศาลอาจเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอแล้ว อาจไม่ไต่สวนก็ได้ แต่สำหรับข้อพิพาทคดีนี้ สาระสำคัญไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง และประเด็นข้อเท็จจริงที่นายธนาธรสู้ไปนั้นเยอะมาก หลายประเด็น แต่ทางด้าน กกต. มิได้ตอบอะไรกลับมา ตอบเพียงแต่ประเด็นข้อกฎหมายเพียงอย่างเดียว ดังนั้น จะบอกว่าคดีนี้มีแต่ข้อกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่อยากจะเรียกร้อง ณ เวลานี้เราไม่รู้จริงๆว่า สถานะคดีนี้อยู่ตรงไหน สถานะคดีนี้ยุติไปแล้วใช่หรือไม่ว่าไม่มีการไต่สวน ในเวลานี้ศาลกำลังประชุมเพื่อวินิจฉัย หรือศาลกำลังพิจารณาว่าจะให้ไต่สวนหรือไม่อย่างไร พรรคอนาคตใหม่มีความคาดหวังว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคดีของนายธนาธร ให้มีมาตราฐานดำเนินกระบวนพิจารณาเดียวกันกับคดีของ นายดอน ปรมัตถ์วินัย สุดท้ายเราจะยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่งเพื่อขอยกเลิกคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่การเป็น ส.ส. ชั่วคราวของนายธนาธร ด้วย