
- พร้อมดึง “ป๊อด โมเดิร์นด็อก” เป็น Brand Iconic
- เดินหน้าเจาะเรียลดีมานด์กลุ่มคนรุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท
นายณพน เจนธรรมนุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) หรือ SAMCO ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างสรรค์โครงการคุณภาพเป็นระยะเวลา 50 ปี เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินงานที่ผ่านมาว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯ ได้ติดตามและประเมินผลกระทบต่างๆ เพื่อปรับแผนการดำเนินงานให้ทันต่อสถานการณ์ดังกล่าวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมขององค์กรและสินค้า ที่มีการปรับเปลี่ยนทั้งภาพลักษณ์ ฟังก์ชั่น ดีไซน์ ให้มีความทันสมัย สามารถตอบโจทย์ความต้องการแต่ละเซกเมนต์ ของตลาด ส่งผลให้ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการเติบโตไปในทิศทางบวก และยังคงมีเรียลดีมานด์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ปี 2564 มีรายได้รวมอยู่ที่ 716.39 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 6.52% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน กับปี 2563 ที่มีรายได้รวมจำนวน 672.52 ล้านบาท และตลอดปี 2563 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,701.50 ล้านบาท

“ต้องยอมรับว่าตอนนี้ตลาดมีการแข่งขันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์ที่มีปัจจัยลบเข้ามาส่งผลกระทบ ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการต่างต้องหาวิธีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของตนเองให้ยังดำเนินต่อไป ทางบริษัทฯก็เช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาก็มีการปรับตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาระบบภายในเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเท่าทันต่อความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านการพัฒนาโครงการและการทำแคมเปญตลาด ทั้งนี้จากการสำรวจความต้องการปัจจุบันเราเล็งเห็นว่าในบางเซกเมนต์ยังคงมีดีมานด์อยู่อย่างต่อเนื่อง” นายณพน กล่าว
นายณพน กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีของสัมมากร มีความพร้อมและมั่นใจ ในศักยภาพรอบด้านในการพัฒนาโครงการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกเซกเมนต์ และโอกาสนี้เพื่อขยายฐานตลาดสู่กลุ่มลูกค้าระดับบน บริษัทฯ ได้จับมือกับ แอสเซท โปร พัฒนาโครงการ PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ 3 ชั้น บนทำเลเอกมัย-รามอินทรา มูลค่าโครงการกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการคิกออฟรุกตลาดบ้านหรูครั้งแรก ด้วยราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท

ทั้งนี้สำหรับแผนการตลาด นายณพน กล่าวว่า เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ โอกาสนี้บริษัทฯ ได้เลือกนายธนชัยอุชชิน “คุณป๊อด โมเดิร์นด็อก” มาเป็น Brand Iconic ของโครงการฯ ด้วยบุคลิกที่มีความเป็นตัวเองสูง มีความเป็นศิลปิน อีกทั้งเป็นนักสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นเสมอ ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ของโครงการฯ เป็นอย่างมาก และพิเศษสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของโครงการ PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra 2 หลังแรกจะได้รับภาพวาดจากปลายพู่กันของคุณป๊อด อีกด้วย

นายกล้ายุทธ จินตนะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซท โปร กรุ๊ป จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเครือสิริมงคล และธุรกิจรถยนต์นำเข้าระดับพรีเมี่ยมภายใต้แบรนด์“Rabbit Auto Craft” เผยถึงความร่วมมือครั้งสำคัญว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ สัมมากร พัฒนาโครงการ PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra นับเป็นการขยายตลาดมาสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของเรา โดยมีสัดส่วนการลงทุนอยู่ 51:49 (สัมมากร: แอสเซท โปร) และเชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์การดูแลลูกค้าระดับ พรีเมี่ยมและกลุ่มนิชมาร์เก็ตของเรา ผนวกกับความเชี่ยวชาญของทีมงานสัมมากรในด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง จะสร้างความต่างที่ตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มเป้าหมายที่พวกเราวางไว้ รวมถึงสามารถสร้างความพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้ากลุ่มนี้ และส่งผลให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

ทั้งนี้โครงการ PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra ถูกพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Defining Me” เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ใส่ใจและ ให้ความสำคัญกับความเป็นตัวเอง สนุกสนานกับทุกสิ่งที่ทำ เปรียบเหมือนจิตรกรที่กำลังแต่งแต้มผลงาน มาสเตอร์พีซบนผืนผ้าใบ ด้วยรูปแบบดีไซน์ Bauhaus (บาวเฮ้าส์) ผสมผสานระหว่างฟังก์ชั่นที่ทันสมัยกับความสวยงามของศิลปะ สะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมของผู้พักอาศัยที่ต้องการความต่างอย่างลงตัว เน้นเจาะกลุ่มนิชมาร์เก็ตคนรุ่นใหม่ ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นคนโสดหรือกำลังเริ่มสร้างครอบครัว พิเศษด้วยความเป็นส่วนตัวที่มีเพียง 12 หลังเท่านั้น บนไพร์มโลเคชั่นโซนเอกมัย-รามอินทรา ศูนย์กลางแห่งการใช้ชีวิตครบทุกด้าน ตัวโครงการฯตั้งอยู่บนที่ดิน 3-1-6.2 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 500 ล้านบาท มีขนาดตั้งแต่ 64.5 – 100.4 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 428 – 712 ตารางเมตร พร้อมลิฟท์และสระว่ายน้ำส่วนตัว อีกทั้งยังมีคลับเฮ้าส์และฟิตเนส

ด้านนางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด (CBRE) ที่ปรึกษาด้านงานขาย เผยว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจและมีผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมที่ชะลอตัว ทั้งนี้ตลาดบ้านเดี่ยวถือว่าเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาดคอนโดมิเนียมเพราะเป็นตลาดของผู้อยู่อาศัยเอง (End User) เป็นหลัก โดยตลาดบ้านเดี่ยวโดยเฉพาะระดับลักชัวรี่ที่มีราคาตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไปยังค่อนข้างคึกคัก มีการเปิดตัวสูงถึง 439 หลังในปี 2563 และมียอดขายอยู่ในเกณฑ์คงที่ประมาณ 60–68% ปัจจัยสำคัญเพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนเห็นความสำคัญของบ้านมากขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่และฟังก์ชั่นการใช้งาน ทำเลที่ได้รับความนิยมมากอันดับต้นๆ คือ กรุงเทพฯ ชั้นในฝั่งตะวันออกและตอนเหนือ โดยทำเลกรุงเทพฯ ชั้นในฝั่งตะวันออกมีโครงการมากสุดถึง 1,073 หลัง ส่วนฝั่งเหนือ มีซัพพลายน้อยกว่าด้วยข้อจำกัดของที่ดิน ทำให้มีอัตราการดูดซับดีที่สุดและมียอดขายไปแล้ว 87% ในด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคเนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญเรื่องพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ต้องสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย มีพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายในบ้าน มีการนำเอานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก อาทิ ERV (Energy Recovery Ventilator) เครื่องแลกเปลี่ยนอากาศ ที่ช่วยดูดความร้อนออกจากบ้านและเติมความเย็นเข้าไปในตัวบ้านทำให้บ้านเย็น เป็นต้น และอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือเรื่องทำเล ลูกค้ากลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมรอบโซนที่อยู่อาศัย เน้นใกล้เมืองที่สามารถเดินทางเข้าออกได้หลายทาง เชื่อมต่อไปยังโซนต่างๆ ได้ง่าย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมีอยู่ใน PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra”

ทั้งนี้ลูกค้าอยากสัมผัสโครงการ PROVIDENCE LANE Ekkamai-Ramintra บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่สไตล์โมเดิร์น 3 ชั้น ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท เตรียมเปิดพรีเซลในวันที่ 9 – 10 ต.ค. 2564 พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ลงทะเบียน จับจองก่อนใคร ด้วยส่วนลด 500,000 บาท และฟรี! สวน Courtyard ครัวไทย ครัวฝรั่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า แอร์ทั้งหลัง รวมทั้งระบบ Home automation สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.1427










