กรมอนามัย หนุน เด็กวัยเรียนสายตาดี-มีความรอบรู้ และยกระดับโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล



  • สายตาดี มีศักยภาพในการเรียนรู้
  • ควบคู่โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล
  • เสริมสร้างทักษะชีวิต การดำรงชีวิตอยู่ในสังคม

นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้ขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียน ในศตวรรษที่ 21 ร่วมกับ 12 กระทรวง เพื่อพัฒนาเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 เก่ง ดี มีทักษะ แข็งแรง โดยขับเคลื่อน 4H ประกอบด้วย Head คือ เก่ง คิดวิเคราะห์ สติปัญญาดี มีสมรรถนะสูง โดยยกระดับคุณภาพการศึกษา หรือการเรียนรู้ และพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะ และการสร้างสภาพแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ Heart คือ ดี มีคุณธรรม จริยธรรม จิตใจดี มีวินัย จิตอาสา โดยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และการสร้างวินัย จิตอาสา และความมั่นคงต่อบทบาทหน้าที่ในการดำรงชีวิตต่อสังคม Health คือ แข็งแรง รอบรู้ ปลอดภัย สุขภาพกายจิตดี โดยยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับบุคคลสู่การมีพฤติกรรมสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน และการเสริมสมรรถนะสุขภาพกายและสุขภาพจิต ให้เกิดการเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม และ Hand คือ มีทักษะ คิด วิเคราะห์ สติปัญญาดี มีสมรรถนะสูง โดยยกระดับการพัฒนาทักษะอาชีพตามความสามารถ และความต้องการอย่างมืออาชีพ และการเสริมสร้างทักษะชีวิต การดำรงชีวิตอยู่ในสังคม

ทั้งนี้ การพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพตามมาตรฐานระดับสากล (Global Standards for Health Promoting School: GSHPS) เป็นการฟื้นฟูโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ และบริการอนามัยโรงเรียน (school health program) เป็นประเด็นสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ ภาวะทุพโภชนาการ ปัญหา learning loss ปัญหาสายตา การได้รับสัมผัสมลพิษจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อการพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก หากไม่ได้รับการแก้ไขทันท่วงทีจะส่งผลต่อศักยภาพและก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กมากขึ้น” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี กล่าวว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์สุขภาพของเด็กวัยเรียน พื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ทั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อเด็กวัยเรียน ทั้งมิติด้านสุขภาพ และมิติด้านการเรียนรู้ ซึ่งข้อมูลปีงบประมาณ 2565 พบว่า เด็กวัยเรียนมีปัญหาเรื่อง ทุพโภชนาการ ไม่สมส่วน เริ่มอ้วนและเตี้ย โดยเฉพาะภาวะเตี้ย มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 9.17 (เป้าหมาย<5) สอดคล้องกับข้อมูลที่พบว่า คุณภาพด้านสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน การมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนน้อยลง และการจัดบริการอนามัยโรงเรียนมีความครอบคลุมต่ำ  และจากปัญหาของพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ยังพบว่ายังไม่สามารถคัดกรองสายตาเด็กวัยเรียนได้อย่างครอบคลุม ซึ่งการคัดกรองสายตาเป็นบริการหนึ่งของอนามัยโรงเรียน และจากข้อมูลปีที่ผ่านมา เด็กเข้าถึงบริการต่ำมาก ได้คัดกรองได้เพียงร้อยละ 5.46 หรือประมาณ 1,600 กว่าคน จากเด็กวัยเรียนทั้งหมด 3 แสนกว่าคน ส่งผลให้เด็กเสียโอกาสทางการเรียนรู้หากเขามีสายตาผิดปกติซึ่งศูนย์อนามัยที่ 10 ได้ลงพื้นที่วิเคราะห์สาเหตุของการจัดบริการที่ต่ำ พบว่า ยังขาดการบูรณาการความร่วมมือดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในการจัดบริการ และ ยังขาดระบบกลไกสนับสนุนการจัดบริการให้มีความต่อเนื่องยั่งยืน

ทั้งนี้ ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี จึงได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อน เด็กวัยเรียนเขตสุขภาพที่ 10 สายตาดี มีศักยภาพในการเรียนรู้ ควบคู่โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ซึ่งมีผู้บริหารจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่มีโรงเรียนในสังกัด ประกอบด้วย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษาธิการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เข้าร่วม MOU รวมจำนวนทั้งสิ้น 35 หน่วยงาน  นอกจากนี้ ในงานยังมีกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย การมอบรางวัลเกียรติยศครูผู้สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ การจัดแสดงนิทรรศการนวัตกรรมของโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพ เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ และ การเตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนโครงการ 1 โรงเรียน 1 ครูอนามัย สร้างเด็กไทยรอบรู้สุขภาพ จากโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชจังหวัดอุบลราชธานี”