ไทยพาณิชย์เปิดเวทีเตรียมพร้อมเอสเอ็มอีไทย…รอดอย่างยั่งยืน

  • หนทางรอดอย่างยั่งยืนในยุค Next Normal 
  • ผ่านแนวคิด 5 ผู้รับรางวัล “Bai Po Business Awards by Sasin 
  • ฝ่าวิกฤติและอยู่รอดได้อย่างแข็งแกร่ง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันจัดโครงการมอบรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยเป็นครั้งที่ 16 โดยครั้งนี้มีผู้ประกอบการ 5 บริษัทได้รับรางวัล ซึ่งอาจถือเป็นต้นแบบในการทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยในยุค Next Normal ได้เป็นอย่างดี โดยผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลทั้ง 5 บริษัท ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และเคล็ดลับในการทำธุรกิจผ่านการเสวนาในหัวข้อ “Get Ready for the Challenging Year 2021”

ทั้งนี้ผู้รับรางวัล   5 ราย  ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จของการทำงาน โดย นายสมิต ทวีเลิศนิธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด กล่าวว่า “ยุคนี้ SME ต้องมองให้ไกลกว่าหนทางรอด วิกฤติโควิด-19 เป็นบททดสอบที่ทำให้ SME ประเมินศักยภาพตนเองได้ เพราะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้พฤติกรรมผู้บริโภคปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารได้รับผลกระทบอย่างมาก  คนรับประทานอาหารนอกบ้านน้อยลง มีกำลังซื้อน้อยลง หันมาทำอาหารทานที่บ้าน ดูแลสุขภาพมากขึ้น นิธิฟู้ดส์จึงปรับกลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้าให้สามารถเข้าสู่กระบวนการบริโภคแบบใหม่  และรักษากระแสเงินสด กระจายความเสี่ยงไปยังตลาดที่หลากหลาย  ขยายกำไรด้วยการเรียนรู้วิจัยพัฒนานำมาต่อยอดสินค้า  ศึกษาโมเมนตัมของธุรกิจว่าปัจจัยใดส่งเสริม  ปัจจัยใดสร้างแรงต้าน เพื่อนำไปสู่การปรับตัวในรูปแบบวิถีใหม่ และสิ่งที่ SME ต้องทำเพื่อเดินหน้าสู่ยุค Next Normal คือต้องกล้าที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อค้นพบสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม และให้ความสำคัญกับการรักษาชื่อเสียงและคุณธรรมขององค์กรมากกว่าการแสวงหาผลกำไร และยึดหลักการดำเนินงานภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นบรรทัดฐานทุกยุคสมัย ก็จะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

นายชลากร เอกชัยพัฒนกุลCEO บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจร้านโอ้กะจู๋ได้รับผลกระทบเต็มแรงจากวิกฤติโควิดที่ผ่านมา เพราะร้านอาหารเปิดให้บริการไม่ได้ ผักที่ปลูกเหลือค้างสต๊อก ไหนจะพนักงานที่เราต้องดูแล ตอนนั้นแก้ปัญหาโดยการเปิดเดลิเวอรี่ทันที  ควบคู่ไปกับการนำสินค้าที่ไม่มีโอกาสจำหน่ายเหล่านั้นเอาไปทำประโยชน์ในโครงการปันฮัก แจกหมอ พยาบาล เป็นการทำเพื่อสังคมแทน  ตั้งแต่เริ่มปลูกผักมา ผ่านวิกฤติปัญหามาหลายรูปแบบ ทั้งภัยธรรมชาติ พายุ น้ำท่วม แต่เรามองว่าชีวิตและการทำธุรกิจก็คือการแก้ปัญหา ต้องเรียนรู้ปัญหาเพื่อแก้ไข  และมองว่าธุรกิจจะอยู่รอดได้นั้น ต้องรักษามาตรฐานของตนเองมากกว่ามุ่งแข่งขันกับคู่แข่ง จึงจะสามารถทำให้รักษาฐานลูกค้าได้ในระยะยาว

นางลาวัลย์ ศรีรุ่งเรืองจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ดอุตสาหกรรมอาหาร จำกัดกล่าวว่า หลังจากเกิดวิกฤติโควิด ทำให้เทรนด์การรักและดูแลสุขภาพ ของผู้บริโภคกลับมา ความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้าก็มีมากยิ่งขึ้น  จึงเป็นโอกาสที่ทำให้สินค้าของบริษัทได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมากในช่วงวิกฤตดังกล่าวไปด้วย จากบทพิสูจน์นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในคุณภาพสินค้าของผู้บริโภค ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้บริษัท ตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะวิจัยพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรม ที่ช่วยตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้สิ่งที่จะทำให้ SME ไทย อยู่รอดได้ในทุก ๆ สถานการณ์ คือการเรียนรู้ที่จะปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอยู่เสมอ รวมทั้ง ต้องมีสติที่จะอดทนต่อการแก้ไขปัญหา และยึดมั่นในความซื่อสัตย์ที่มีต่อลูกค้า เพื่อนำพาธุรกิจให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

นางศุภรัตน์ โชติสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด หรือ UAE มองว่า SME ไทย สามารถที่จะใช้วิกฤติเป็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ ด้วยการยังคงให้บริการที่มีคุณภาพอย่างมืออาชีพควบคู่จรรยาบรรณวิชาชีพ และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ  แม้ว่า UAE จะได้รับผลกระทบภายในองค์กร คือ เราพบพนักงานติดเชื้อ ในช่วงแรก ๆ ของการแพร่ระบาดโควิด-19  สิ่งแรกที่ทำ คือ ป้องกันดูแลพนักงานคนอื่น ๆ ให้ปลอดภัย เพราะพนักงานต้องออกไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่ พร้อมทั้งให้กำลังใจและดูแลพนักงานที่ติดเชื้อ และสื่อสารกับลูกค้าถึงวิธีการบริหารสภาวะวิกฤติอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเสมือนพันธมิตร

นางสาวอัชฌาวดี เจียมบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวกาญจน์โลหะชลบุรี จำกัด ระบุว่า แม้อุตสาหกรรมเหล็กหล่อจะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19   ที่ผ่านมามากกว่าอุตสาหกรรมอื่น แต่สิ่งที่เป็นความเสี่ยงที่ต้องคำนึงและวางแผนรับมือเป็นข้อแรกคือ ความปลอดภัยของพนักงาน ถ้าพนักงานติดเชื้อ บริษัทต้องรับมืออย่างไร ข้อต่อมาคือการวางแผนรักษาสภาพเงินสด (Cash Flow)  เพื่อทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ และวางแผนพัฒนาต่อยอดธุรกิจจากจุดแข็งที่ตนเองมีให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าตามวิถีใหม่ที่เปลี่ยนไป  เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าโควิด-19 จะอยู่นานแค่ไหน   SME จึงไม่ควรหยุดแสวงหาโอกาสใหม่ๆ จากช่องว่างของการเปลี่ยนแปลง  และฝากถึงผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่กำลังประสบปัญหาใด ๆ อยู่ก็ตาม ให้แยกวิกฤติหรือปัญหาออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่แก้ไม่ได้ กับส่วนที่แก้ได้ และมุ่งโฟกัสในส่วนที่แก้ไขได้ก่อนอย่างทันท่วงที