เตือนชาวสวนลำไยช่วงติดผลให้ระวังหนอนเจาะขั้วผลและราน้ำฝนทำลายผลผลิต

  • กรมวิชาการเกษตร แจ้งช่วงนี้หน้าลำไย
  • ชาวสวนลำไยเฝ้าระวังการเข้าทำลายของหนอนเจาะขั้วผล  

นายศรุต  สุทธิอารมณ์  ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช  กรมวิชาการเกษตร  เปิดเผยว่า  ในช่วงนี้ลำไยอยู่ในช่วงติดผลขอให้ชาวสวนลำไยเฝ้าระวังการเข้าทำลายของหนอนเจาะขั้วผล   โดยหนอนจะเริ่มเข้าทำลายเมื่อลำไยเริ่มติดผลได้ประมาณ 1 เดือนจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ขณะผลลำไยยังมีขนาดเล็กน้ำหนักช่อน้อย ช่อผลลำไยอยู่ในสภาพชูขึ้น ผีเสื้อจะวางไข่อยู่ส่วนปลายของผลลำไย เมื่อหนอนฟักออกจากไข่ก็จะเจาะเข้าไปกัดกินอยู่ภายในผล มองดูภายนอกไม่เห็นรอยทำลาย เมื่อผ่าดูจึงเห็นรอยที่ถูกหนอนทำลาย ทำให้ผลที่ถูกทำลายไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ ผลที่ถูกทำลายจึงร่วงหล่นหมด  และในขณะที่ผลลำไยมีขนาดโตขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นช่อผลโค้งลง ผีเสื้อจะมาวางไข่อยู่บริเวณใกล้ขั้ว ดังนั้นจึงพบหนอนหรือมูลหนอนอยู่ที่ขั้วผลเสมอ ทำให้ผลที่ถูกทำลายในช่วงนี้ร่วงหล่นได้ง่าย โดยมองจากภายนอกไม่เห็นรอยทำลายแต่ถ้าสังเกตดูให้ดีบริเวณใกล้ขั้วอาจพบรูเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ ซึ่งเป็นรูที่หนอนเจาะออกมาเข้าดักแด้ภายนอก

การป้องกันกำจัดหนอนเจาะขั้วผล ให้รวบรวมผลลำไยที่ร่วงหล่นบริเวณโคนต้น จากการทำลายของหนอนเจาะขั้วผล นำไปทำลายนอกแปลงปลูก  พร้อมกับเก็บรวบรวมดักแด้ของหนอนเจาะขั้วผลบนใบ ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดเจนแล้วนำไปทำลาย หากมีการระบาดของหนอนเจาะขั้วผลรุนแรง พ่นด้วยสารฆ่าแมลง เช่น อิมิดาโคลพริด 10% SL อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์บาริล 85% WP อัตรา 45 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

นอกจากนี้ผลผลิตลำไยยังอาจถูกทำลายจากโรคใบไหม้ ผลเน่า โรคราน้ำฝน โดยให้เกษตรกรสังเกตอาการที่ใบ กิ่ง และยอด ใบอ่อน กิ่งอ่อน และยอดอ่อนมีอาการไหม้สีน้ำตาลเข้ม มักพบเส้นใย สีขาวของเชื้อราสาเหตุโรคขึ้นปกคลุม ต่อมาส่วนที่เป็นโรคจะแห้งอย่างรวดเร็ว หากโรคระบาดรุนแรง จะทำให้ใบและยอดไหม้ทั้งต้น  ส่วนอาการที่ผล  เปลือกของผลและขั้วผลมีสีน้ำตาลเข้ม ในระยะที่ผลยังแก่ไม่เต็มที่ผลจะแตก และเน่า มักพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรคขึ้นฟูคลุม และผลร่วงในที่สุด

แนวทางในการป้องกันกำจัดแนะนำให้หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงฝนตกชุก สภาพอากาศมีความชื้นสูง หากพบโรค ตัดส่วนที่เป็นโรคและเก็บเศษพืชที่เป็นโรคและใบที่ร่วงหล่น นำไปทำลายนอกแปลงปลูก แล้วพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เมทาแลกซิล 25% WP อัตรา 50-60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% WP อัตรา 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ+เมทาแลกซิล-เอ็ม 68% WG อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน โดยพ่นให้ทั่วทั้งต้น และควรหยุดพ่นสารก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต อย่างน้อย 15 วัน  ทำความสะอาดเครื่องมือที่ใช้ตัดส่วนของพืชที่เป็นโรคทุกครั้ง ก่อนนำไปใช้กับส่วนของพืชปกติหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดีและแสงแดดส่องถึง เป็นการลดความชื้น ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการระบาดของโรค