เก็บไม่หวาดไม่ไหว…ผู้ว่าฯ อัศวินเผยจัดเก็บกระทงทั่ว กทม.ปี 63 ยอด 492,537ใบ ทำจากวัสดุธรรมชาติ 96.4% พร้อมส่งต่อโรงงานผลิต ปุ๋ยอินทรีย์ต่อไป

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)เปิดเผยว่า กทม.โดยสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการระบายน้ำ และสำนักงานเขต ได้จัดเก็บกระทงที่ประชาชนนำมาลอยเนื่องในเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2563 เมื่อค่ำคืนวันที่ 31 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา ซึ่งได้จัดงานลอยกระทงที่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) และคลองโอ่งอ่าง พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้ประชาชนลอยกระทงบริเวณริมแม่น้ำ คูคลอง บึงน้ำ สวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่เอกชนอีกหลายแห่ง ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้ระดมเจ้าหน้าที่เก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยา ลำคลองต่าง ๆ และสวนสาธารณะทั้ง 30 แห่ง ที่เปิดให้ประชาชนลอยกระทงทั่วพื้นที่ กทม. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นับและคัดแยกกระทงเสร็จสิ้นในเวลา 06.00 น. ของเช้าวันนี้ (1 พ.ย.63) รวมจัดเก็บกระทงได้จำนวนทั้งสิ้น 492,537 ใบ กระทงส่วนใหญ่ จำนวน 474,806 ใบ ทำจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุที่ย่อยสลายง่าย คิดเป็น  96.4% และกระทงที่ทำจากโฟม จำนวน 17,731 ใบ คิดเป็น   3.6%

สำหรับปี 2563 จัดเก็บกระทงได้ลดลงกว่าปี 2562 จำนวน 9,487 ใบ (ปี 2562 จัดเก็บกระทงได้ จำนวน 502,024 ใบ) หรือคิดเป็น 1.89% โดยเป็นกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุที่ย่อยสลายง่ายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 62 จาก96.3% เมื่อปี 2562 เป็น 96.4 %ในปี 2563 ส่วนกระโฟมลดลงจา 3.7% เมื่อปี 2562 เป็น  3.6% ในปี 2563 

ส่วนพื้นที่เขตที่มีปริมาณกระทงมากที่สุด คือ เขตลาดกระบัง จำนวน 29,957 ใบ ส่วนเขตที่มีปริมาณกระทงน้อยที่สุด คือเขตราชเทวี จำนวน 258 ใบ เขตที่มีจำนวนกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติมากที่สุด คือ เขตลาดกระบัง จำนวน 29,032 ใบ และเขตที่จำนวนกระทงโฟมมากที่สุด คือ เขตลาดกระบัง จำนวน 925 ใบ

พล.ต.อ.อัศวิน  กล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าวแม้ว่าปีนี้จำนวนกระทงที่จัดเก็บได้ลดลงกว่าปีที่แล้ว แต่ร้อยละของกระทงที่ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติก็ไม่ได้ลดลง ซึ่งแสดงว่าประชาชนและผู้จำหน่ายกระทงมีความตระหนักและให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สำหรับกระทงที่จัดเก็บได้ กทม.ได้ดำเนินการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง และนับจำนวนเพื่อเก็บสถิติ จากนั้นจะนำกระทงจากวัสดุธรรมชาติและย่อยสลายง่าย ส่งไปยังโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ที่โรงงานขยะหนองแขม ส่วนกระทงโฟมและวัสดุที่ย่อยสลายยากจะถูกนำไปทำลายโดยการฝังกลบเพื่อรอการย่อยสลายต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้จัดเก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดคอยเก็บกระทงบนผิวน้ำตั้งแต่บริเวณใต้สะพานพระราม 7 ไปจนถึงบริเวณวัดโยธินประดิษฐ์ เขตบางนา ระยะทางประมาณ 34 กม. แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน ได้แก่ 1.สะพานพระราม 7 ถึงสะพานพุทธ 2.สะพานพุทธ ถึงสะพานกรุงเทพ และ 3.สะพานกรุงเทพ ถึงสุดเขตบางนา โดยจัดเจ้าหน้าที่ในการจัดเก็บกระทง จำนวน 203 คน ใช้เรือเก็บขยะพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่าง จำนวน 40 ลำ 

เรือกำจัดขยะและวัชพืชสำหรับบดอัดกระทงให้มีขนาดเล็กลง จำนวน 2 ลำ และรถบรรทุกเทท้าย จำนวน 14 คัน เพื่อลำเลียงกระทงที่จัดเก็บได้ขึ้นที่ปากคลองโอ่งอ่าง เขตพระนคร และท่าคลังสินค้ากระทรวงพาณิชย์ เขตราษฎร์บูรณะ เพื่อทำการคัดแยกกระทง โดยจะนำกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและย่อยสลายง่าย ส่งไปยังโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยกรุงเทพมหานครทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ หนองแขม อ่อนนุช และสายไหม ส่วนกระทงโฟมและวัสดุที่ย่อยสลายยากจะถูกนำไปทำลายโดยการฝังกลบเพื่อรอการย่อยสลายต่อไป 

ด้านสำนักการระบายน้ำได้จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมเรือเก็บขยะและรถบรรทุก ดำเนินการจัดเก็บกระทงในคูคลองและบึงรับน้ำ เพื่อคืนความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และไม่ก่อให้เกิดน้ำเน่าเสียแก่แหล่งน้ำ คูคลอง ส่วนสำนักงานเขตจัดเก็บกระทงในสวนสาธารณะและพื้นที่จัดงานในพื้นที่เขต ทั้งนี้กรุงเทพมหานครเริ่มดำเนินการจัดเก็บกระทงตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 31 ต.ค. 63 และจัดเก็บแล้วเสร็จในทุกพื้นที่ภายในเวลา 06.00 น. ของวันที่ 1 พ.ย. 63