สรรพากร ชี้ต้องรอ”ฌอน บูรณะหิรัญ” ยื่นชำระภาษีก่อนถึงจะตรวจสอบได้

  • ข้อมูลภาษีเป็นเรื่องส่วนบุคคลซึ่งละเอียดอ่อน
  • เงินที่ได้รับมานำไปลดหย่อนภาษีไม่ได้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ชี้แจงกับสื่อมวลชน กรณีนายฌอน บูรณะหิรัญ นักสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง เปิดรับเงินบริจาคเพื่อนำไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ซึ่งได้เงินบริจาคมา รวมกว่า 800, 000 บาท แต่นำไปซื้อของเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 โดยมีหลักฐานเป็นบิลเงินสด ว่าเรื่องนี้มีรายละเอียดค่อนข้างมากที่ต้องชี้แจงให้เกิดความเข้าใจตรงกัน อย่างไรก็ตามกรมสรรพากร ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดรายบุคคคล ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เสียภาษีได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนรายได้ที่เกิดในปี 2563 นี้ นิติบุคคลจะยื่นเสียภาษีได้ในช่วงต้นปี 2564 ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น กรมสรรพากรถึงจะตรวจสอบการยื่นภาษีได้ว่าครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่

“กรณีนายฌอน ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะข้อมูลเสียภาษีเป็นข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องรอให้เขามายื่นภาษีก่อน ถึงจะตรวจสอบได้”

นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า ตอนนี้ต้องรอให้นาย ฌอน บูรณะหิรัญ มายื่นเสียภาษีเงินได้ที่กรมสรรพากร โดยในส่วนของรายได้ของปีนี้ กรมสรรพากรจะเปิดให้ยื่นแบบชำระภาษีในเดือน มี.ค.2564 ถึงจะตรวจสอบที่มาของรายได้เหล่านี้ได้ ส่วนเงินบริจาคที่ได้รับมานั้นจะสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ในกรณีไม่สามารถทำได้ เพราะผู้ที่จะได้รับการลดหย่อนภาษีนั้นตามกฎหมายจะต้องจดทะเบียนเป็นตัวแทนหน่วยรับบริจาคก่อน และจะต้องมีการทำบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ชัดเจน แต่ในส่วนนี้เป็นการเปิดบริจาคโดยใช้บัญชีของตนเอง ดังนั้นจึงไม่เข้าข่ายนำไปลดหย่อนภาษี ขณะที่กรณีบริษัทของนาย ฌอน ยื่นขาดทุนแต่กลับมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั้น จะต้องตรวจสอบหลังจากนายฌอน ยื่นภาษีว่ารายได้และรายรับสอดคล้องกันหรือไม่ กรมสรรพากรจะเปิดเผยข้อมูลก่อนไม่ได้ เพราะถือเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล