คนไทย เครียดระดับ 4 ช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิดระลอกใหม่

  • ตื่นตระหนกสูง เพราะคิดว่ามีโอกาสติดเชื้อ
  • เอาชนะสถานการณ์ด้วยร่วมสร้างแรงใจ พลังใจ “อึด ฮึด สู้”
  • ตรวจเช็คสุขภาพใจได้ที่ Checkin.dmh.go.th

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการติดตามสภาวะสุขภาพจิตของคนไทย พบว่า ความเครียดมากกว่าปกติจะเพิ่มขึ้นสูงตามสถานการณ์โรคโควิด 19 เช่น มีนาคม 2563 ที่มีการระบาดมีความเครียดถึงระดับ 4 แต่เมื่อสถานการณ์ผ่อนคลายลงก็ลดลงมาเหลือระดับ 1-2 แต่เมื่อเกิดระลอกใหม่ก็กลับขึ้นมาเป็นระดับ 4 อีกครั้ง และจากการสำรวจเรื่องความตื่นตระหนก พบว่าช่วงต้นเดือนธันวาคม 2563 ที่มีสถานการณ์ของ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ประชาชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 มีระดับความตื่นตระหนกสูง และช่วงนี้ที่มีการระบาดก็พบว่ามีความตื่นตระหนกสูงใน จ.สมุทรสาคร ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก คือ คิดว่าตนมีโอกาสติดเชื้อ ได้ข่าวว่ามีผู้ป่วยในพื้นที่ตน กังวลใจไปก่อนว่าตนเองจะติดเชื้อ และเตรียมการป้องกันตนเองเพียงพอหรือไม่

ทั้งนี้หากจะเอาชนะสถานการณ์ในครั้งนี้ ต้องใช้พลังใจ “อึด ฮึด สู้” โดยสิ่งที่ทำให้มีพลังใจเพิ่มขึ้น คือ การพูดคุยกับคนใกล้ชิด ใส่ใจซึ่งกันและกัน และสามารถเพิ่มวัคซีนใจเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจในการรับมือสถานการณ์วิกฤตได้ ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน โดยวัคซีนใจที่แนะนำคือ กรณีรู้สึกกลัว เช่น กลัวติดโรค วัคซีนที่ใช้คือการสร้างความรู้สึกปลอดภัย ต้องรู้ความเสี่ยงของเราคืออะไร โดยสามารถใช้แอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ช่วยประเมินความเสี่ยง สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยขึ้น เป็นต้น กรณีตื่นตระหนก จากการรับข้อมูลข่าวสารทั้งจริงและเท็จ ต้องฉีดวัคซีน “สงบ” โดยควบคุมกลั่นกรองข้อมูล ไม่ส่งต่อข้อมูลที่ทำให้กังวลใจมากขึ้น เฝ้าระวังจิตใจ หากเครียดมากก็ผ่อนคลายตนเอง รู้ว่าภารกิจอะไรควรทำหรือพักก่อน และกรณีอ่อนล้า จากการเผชิญสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระลอกแรก ต้องใช้วัคซีน “ความหวัง” โดยการพูดคุยสื่อสารทางบวก และใช้วัคซีนความเห็นใจช่วยให้บุคคลอื่นรู้สึกดีขึ้น ด้วยการดูแลกันและกันในครอบครัว องค์กร และชุมชน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจเช็คสุขภาพใจได้ที่ Checkin.dmh.go.th