กรมชลประทานเตรียมพร้อมรับน้ำหลากกรณีเกิดสถานการณ์วิกฤติ

  • สั่งทุกสำนักงานก่อสร้าง
  • ตรวจสอบงานที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน
  • อย่าให้มีสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายก่อสร้าง เปิดเผยว่าได้สั่งการให้สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางและขนาดใหญ่ในทุกพื้นที่ตรวจสอบงานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้มีความพร้อมที่จะช่วยระบายน้ำหลาก โดยต้องกำชับให้ผู้รับจ้างเก็บวัสดุ เครื่องจักรเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆไปจัดวางไว้ในจุดที่เหมาะสม ไม่กีดขวางทางน้ำ กรณีเกิดสถานการณ์วิกฤติเนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ และมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านจุดก่อสร้าง ก็สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ภายหลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา และกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ แจ้งเตือนเตรียมรับมือพายุโซนร้อนซินลากูที่จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ของไทยระหว่างวันที่ 31ก.ค.-4ส.ค. 2563

“ ได้กำชับให้ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างทุกคน ติดตามพยากรณ์อากาศ ประเมินสถานการณ์น้ำล่วงหน้า ปรับพื้นที่ให้มีความมั่นคงแข็งเรง จัดเตรียมกำลังคน ยานพาหนะให้พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ”นายประพิศกล่าว

ส่วนโครงการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ และอีก 2 จังหวัดคือ จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ หลายโครงการคืบหน้าไปมาก ดังนั้นหากฝนตกหนักในพื้นที่ใดแม้โครงการจะอยู่ระหว่างก่อสร้างก็จะสามารถระบายน้ำช่วยบรรเทาอุทกภัยได้ อาทิ โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ระยะที่ 2 จ.สงขลา ซึ่งสัญญาที่ 1 งานปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 พร้อมอาคารประกอบ จะแล้วเสร็จในเดือนก.ย.นี้ สัญญาที่ 2 งานปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 พร้อมอาคารประกอบ จะแล้วเสร็จ 100 % ในปี 2564 ในส่วนของสัญญาที่ 3 งานปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 พร้อมอาคารประกอบ และสัญญาที่ 4 งานปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 พร้อมอาคารประกอบ จะแล้วเสร็จในปี 2563 เช่นกัน ดังนั้นในปี 2564 โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการ และโครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง จังหวัดตรัง จะแล้วเสร็จ 100% ในปี 2564 เช่นเดียวกัน