ยอมไม่ได้… “กลุ่มปกป้องสถาบัน” บุกสภา! ยื่นหนังสือคัดค้านแก้ไข ม.112 ลั่นหากใครยังฝืนจ่อแก้ พร้อมเคลื่อนไหวชุดใหญ่



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 พ.ย.64) ที่รัฐสภา นายอานนท์ กลิ่นแก้ว ตัวแทนกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน(ศปปส.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อคัดค้านการแก้ไขมาตรา 112

ทั้งนี้ นายอานนท์ กล่าวว่า อย่างที่ทราบกันดีว่าการดึงพระมหากษัตริย์ลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นเรื่องที่ไม่สมควร เนื่องจากพระมหากษัตริย์ท่านไม่ได้ทรงยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย แต่มีบางพรรคการเมืองจ้องที่จะแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องกับหมวดพระมหากษัตริย์ ทำให้ตน และกลุ่ม ศปปส. และเครือข่ายต่างๆ เกิดความไม่พอใจ จึงเดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขมาตรา 112 ต่อนายชวนในครั้งนี้

นายอานนท์ กล่าวด้วยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา มีการนัดชุมนุมเพื่อล่ารายชื่อเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมาย มาตรา 112 ของคนกลุ่มเดิมที่มีพฤติกรรมบิดเบือน และด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งการก้าวล่วง จาบจ้วงสถาบันฯ อันเป็นที่เคารพศรัทธาของพสกนิกรชาวไทย อีกทั้งแสดงพฤติกรรมใส่ร้าย ด้อยค่า บิดเบือน อาฆาตมาดร้ายต่างๆ เช่น การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ในพื้นที่สาธารณะ การทาสีบนท้องถนนเชิงสัญลักษณ์ เพื่อด้อยค่าสถาบันการปลุกปั่นให้เยาวชน และประชาชนเข้าใจผิดว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ คืออุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มิได้สร้างสรรค์ และไม่มีความชอบธรรมทางกฎหมาย จึงถือได้ว่าเป็นภัยร้ายของสังคมไทย

นายอานนท์ กล่าวว่า ในนามตัวแทนของส่วนรวมประชาชนปกป้องสถาบันและเครือข่ายที่มีความจงรักภักดีต่อชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจนยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงขอแจ้งว่าหากมีการแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 กลุ่มพสกนิกรปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบันและทุกเครือข่าย จะออกมาเคลื่อนไหวและคัดค้านทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างมั่นคงตลอดไป

ด้าน นายนพดล พรหมภาสิต ในฐานะประธานศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิดบูลลี่ทางสังคมออนไลน์(ศชอ.) กล่าวว่า ตนมาแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไข หรือยกเลิกมาตรา 112 ด้วยเหตุผลที่ว่า ทาง ศชอ.ได้ดำเนินการทำคดีนี้มาตั้งแต่ต้น ซึ่งมีคดีที่อยู่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) อยู่อีก 21 คดี ที่แจ้งแกนนำม็อบที่กระทำความผิดตามมาตรา 112 ซึ่งดำเนินคดีเสร็จไปแล้ว 9 คดี อยู่ระหว่างการดำเนินคดี 12 คดี 

ฉะนั้นตนในฐานะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมาตรา 112 โดยตรง จะขอคัดค้านคนที่คิดจะแก้ไขมาตรานี้ ซึ่งการแก้ไขกฎหมายนี้หมายความว่า เขาจงใจที่จะกระทำผิดที่กฎหมายห้าม ซึ่งชัดเจนว่าเขาต้องการที่จะจาบจ้วงสถาบัน

“ผมขอฝากไปถึงคนที่คิดจะขึ้นมาเป็นใหญ่ อย่าได้คิดใฝ่ต่ำที่จะดึงสถาบันลงมาย่ำยีเลย ถึงคุณจะโยนก้อนหินถามทาง แต่นี่คือบทพิสูจน์แล้วว่าคุณกำลังมาตีรังต่อ รังแตน รังผึ้ง นี่เป็นแค่ส่วนออเดิร์ฟ หากคุณยังไม่หยุดโยนหินถามทางที่จะแก้ไขหรือยกเลิก คุณจะต้องโดนแรงตอบโต้อย่างหนัก” นายนพดล กล่าว

นายอัคราวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือเต้ อาชีวะ กล่าวว่า สำหรับวันนี้ทุกคนเข้ามายื่นเรื่องเพื่อคัดค้านการแก้มาตรา 112 บางครั้งตนก็ไม่เห็นด้วยกับภาคีฯ ที่จะคัดค้านการแก้ไขมาตรา 112 แต่สิ่งที่ตนอยากให้แก้ไขคือ จากโทษที่เบาอยากให้หนักขึ้น เพราะเด็กรุ่นใหม่ไม่เคารพ และเกรงกลัวในกฎหมาย แต่ถ้าเราทำโทษในกฎหมายให้เข้มแข็ง ตนว่าคนรุ่นใหม่ที่จาบจ้วงสถาบันเขาจะกลัวและไม่กล้าทำ

“ส่วนตัวเชื่อว่าวันนี้ต่อให้แก้หรือไม่แก้มาตรา 112 ก็ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่เด็กเกรงกลัวหรือไม่เกรงกลัว และตนขอฝากไปถึงคนที่เสี้ยมเด็กเหล่านี้ว่า ถึงจะเอาสีน้ำเงินออกไปได้ แต่เอาออกจากตัวตนไม่ได้ วันนี้ภาคีฯ มาแค่นี้ แต่วันที่5 พ.ย.นี้ ตนจะเอารายชื่อมายื่นให้ดูว่า 28,000 รายชื่อ กับ 1,000,000 รายชื่อ ต่างกันอย่างไร คนที่จงรักภักดีต่อสถาบันมีอยู่มาก บางคนกล้าแสดงออก บางคนไม่กล้าแสดงออก วันนี้พวกตนแสดงออกแล้ว ก็อยู่ที่คนอื่นจะพิจารณากัน” นายอัคราวุธ กล่าว