“พิธา” หนุนสร้างศูนย์ซ่อมอากาศยานในไทย เชื่อช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจลดต้นทุนสายการบิน



สมาคมสายการบินประเทศไทย ร่วมหารือ “พิธา” หวังเร่งการนำฝูงบินเข้าประเทศ และทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 

  • พร้อมผลักดันให้ไทยกลับมาเป็นฮับทางการบิน-การท่องเที่ยวในภูมิภาค
  • เชื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางประชาชน 
  • ด้าน “พิธา” หนุนสร้างศูนย์ซ่อมอากาศยานในไทย หลังหลายสายการบินต้องไปซ่อมเครื่องต่างชาติ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ก.ค. 66 ) สมาคมสายการบินประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย 7ผู้ประกอบการสายการบินในประเทศ นำโดยนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ อุปนายกสมาคมสายการบินประเทศไทย ได้ประชุมร่วมกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เเละคณะเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เพื่อผลักดันมาตรการสำคัญในการสนับสนุน ฟื้นฟูธุรกิจสายการบินในประเทศให้กลับมาเเข็งเเกร่ง เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศขณะเดียวกันในที่ประชุมยังได้รับฟังนโยบาย ปัญหา และข้อเสนอเเนะ เพื่อนำไปสู่การผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางทางการบิน และ การท่องเที่ยวเดินทางในภูมิภาค

โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมสายการบินประเทศไทยว่าได้หารือกันในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการบริหารราชการของกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศในเรื่องการจัดทำวีซ่า , กระทรวงคมนาคม ในเรื่องการกำกับดูแล การสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่เป็นต้นทุนถึง 17% ของธุรกิจการบิน เป็นต้น โดยเบื้องต้น ได้มีการกำหนดประเด็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา คือ

1. ในเรื่องของต้นทุน ที่เกี่ยวข้องกับภาษี ที่ผู้ประกอบการสายการบินต้องจ่ายให้กับหน่วยงานต่าง ๆ นั้นได้ส่งผลกระทบต่อราคาค่าโดยสาร โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งต้นทุนส่วนนี้ถือเป็นเป็นต้นทุนที่สำคัญของสายการบินดังนั้นจะต้องไปดูในรายละเอียดร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง ว่าจะสามารถปรับลดลงได้หรือไม่ ขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาว่าสถานการณ์น้ำมันขณะนี้เป็นอย่างไร

2. ต้นทุนด้านต่าง ๆ ในอีโคซิสเต็ม เช่น การจ่ายค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่คิดออกมาแล้วต้นทุนในส่วนนี้เป็นต้นทุนของสายการบินกว่า 15-20% โดยจะนำข้อมูลไปเทียบกับต่างประเทศว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้ของสายการบินสูงเกินไปหรือไม่ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันหรือไม่ และสามารถบริหารจัดการให้ลดลงอย่างไรได้บ้าง เป็นต้น

3. ประเด็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจประเทศ เช่น จัดทำฟรีวีซ่า ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย เช่น นักท่องเที่ยวอินเดีย เกาหลีใต้ และ จีน ซึ่งต้องไปดูความสมดุลและความเหมาะสม ให้มีความยุติธรรม โดยมองว่าสามารถเลือกประเทศที่จะทำฟรีวีซ่าให้ได้ และ ทำในระยะสั้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เป็นต้น เพราะหลายๆประเทศก็เปิดฟรีวีซ่าเพื่อกระตุ้น และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ

นอกจากนั้นนายพิธา ยังได้ตอบข้อซักถามว่า หากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาลจะวางเป้าหมายด้านอุตสาหกรรมการบินในอีก4 ปีข้างหน้าอย่างไรที่จะให้ประเทศไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางทางการบิน (ฮับ)ในภูมิภาคว่า นั้น ในเรื่องนี้ทางพรรคก้าวไกลจะต้องทำให้อุตสาหกรรมด้านการบิน ในฐานะเป็นหน้าด่านของนักท่องเที่ยว พร้อมกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และกลับมาเป็นศูนย์กลางทางการบิน เพราะถือเป็น1ในภารกิจของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการให้ประเทศไทยเป็นฮับทางการบิน โดยจะต้องวางแนวทางให้สายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในด้านต้นทุนราคาค่าโดยสารให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังประเทศไทยมากขึ้น

ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายกังวลว่า หากเน้นนโยบายลดค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการต่างๆของการใช้สนามบินเพื่อเป็นมาตรการช่วยเหลือสายการบิน จะส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐนั้นว่า ในเรื่องนี้มองเป็นเหรียญ 2 ด้านแต่หากมองในแง่นักท่องเที่ยวได้ประโยชน์ก็จะช่วยกระตุ้นให้จำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาไทยมากขึ้น และหลายๆเรื่องหากดำเนินการเป็นการช่วยเอกชน แต่ไม่ได้เอื้อเอกชนไปสะทีเดียว

นายพิธา ยังได้กล่าวถึงโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน หรือ MRO ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญ และจะต้องมีการผลักดัน เนื่องจากในปัจจุบันสายการบินจะต้องนำเครื่องบินไปซ่อมที่ต่างประเทศ และ มีคิวนานซึ่งการซ่อมบำรุงนีี้เป็นต้นทุนกว่า 17% ของต้นทุนรวมของสายการบิน ดังนั้นหากมีศูนย์ซ่อมในประเทศจะเป็นการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจทันที

ด้านนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ อุปนายกสมาคมสายการบินประเทศไทย กล่าวว่า ได้หารือกับนายพิธาในรายละเอียดทุกเรื่อง เพื่อให้รับทราบสถานการณ์ ปัญหาของธุรกิจการบิน และโอกาสในกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศด้วยการท่องเที่ยว ซึ่งเบื้องต้นได้สรุป 3 ประเด็นหลักตามที่นายพิธาได้ชี้แจงไปก่อนหน้า โดยสมาคมฯ พร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้อุตสาหกรรมการบินเดินหน้าต่อได้