บิ๊กสุวรรณภูมิลั่นนำ SAT-1 พลิกเศรษฐกิจไทย Quick Win ลงทุนเพิ่มเครื่องเช็คพาสปอร์ต-บริษัทขนกระเป๋าต้นปี’67



“AOT-ทอท.” เปิด SAT-1 สุวรรณภูมิ สร้างเกมเปลี่ยนประเทศไทยด้วยการบิน นำท่องเที่ยวฟื้นเศรษฐกิจ Quick Win

  • ลงทุนเพิ่มเครื่องตรวจพาสปอร์ตอัตโนมัติ Auto Channel ใหม่ 3 พื้นที่อีก 80 เครื่อง
  • เร่งเพิ่มบริษัทขนกระเป๋าผู้โดยสารรายที่ 3 เข้าบริการต้นปี’67

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT/ทอท.” เปิดเผยว่า ขณะนี้สุวรรณภูมิได้ทดลองเปิดบริการอย่างไม่เป็นทางการ (Soft Opening) อาคารผู้โดยสารหลังใหม่ SAT-1 : Satlellite Building Terminal ในพื้นที่ขนาด 251,400 ตารางเมตร โดยมีบริการในช่วงระยะเริ่มทดลองเปิดใช้มาตั้งแต่ 28 กันยายน 2566 เป็นต้นมา พัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิเป็นประตูด่านแรกขานรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาลซึ่งต้องการเพิ่มรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจากนักเดินทางทั่วโลกระยะสั้นแบบ Quick Win ตอบโจทย์อนาคตอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวและเเติบโตมากกว่าสถานการณ์ปกติในเร็ววันนี้

ปัจจุบันสถานการณ์โดยภาพรวมของสนามบินสุวรรณภูมิยังอยู่ในช่วงนอกฤดูเดินทาง (Low Season) จึงมีเที่ยวบินใช้บริการประมาณกว่า 800 เที่ยว/วัน เมื่อเข้าสู่ฤดูเดินทาง (High Season) มั่นใจมีเที่ยวบินขยับเพิ่มเกินกว่า900 เที่ยว/วัน ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศ (domestic) ตอนนี้เต็มแล้ว 100 % ขณะที่เที่ยวบินระหว่างประเทศ (international) สามารถเปิดอาคาร SAT-1 ได้ทันเวลาพอดีกับช่วงไฮซีซันซึ่งจะเป็นโอกาสทางธุรกิจในการเพิ่มเที่ยวบินและปริมาณนักเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น Quick Win ด้วยการท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าเมืองไทย

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้เร่งคลี่คลายปมปัญหาดรามาให้จบ 2 เรื่องหลัก ได้แก่ เรื่องที่ 1 จัดระเบียบการลำเลียงกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารให้ได้ตามเวลามาตรฐานสากล จากปัจจุบันมีผู้ได้รับสัมปทาน 2 บริษัทคือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท บางกอก ไฟลต์ เซอร์วิสเซส จำกัด (BFS) ก่อนหน้านี้ยอมรับเคยเกิดกรณีรอกระเป๋าโดยใช้เวลานาน ตามที่มีผู้โดยสารเคยร้องเรียนใช้เวลาบินมาเพียง 1-2 ชั่วโมง แต่ต้องมารอกระเป๋าถึง 1 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันทั้ง 2 บริษัท สามารถจ้างแรงงานเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เต็มอัตราแล้วปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป ปัญหาเบื้องต้นได้รับการแก้ไขไปทั้งหมดแล้ว และต้นปี 2567 เป็นต้นไป จะมีบริษัทรายที่ 3 เข้าให้บริการเพิ่มอีก 1 ราย

เรื่องที่ 2 เจ้าหน้าที่บริการเคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทางของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เมื่อเปิดบริการ SAT-1 แล้ว มีผู้โดยสารและเที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น แต่ผู้ใช้บริการยังคงต้องผ่านการตรวจจากเคาน์เตอร์ตม.ที่อาคารสุวรรณภูมิหลังหลัก ดังนั้นจึงได้เตรียมรับมือไว้แล้ว โดยทำคู่ขนานกัน 2 แนวทาง คือ

แนวทางที่ 1 เพิ่มกำลัง ตม.มาประจำเคาน์เตอร์ ตามคำสั่งของ ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้ทางสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.2) ที่รับผิดชอบเพิ่มกำลังคนแล้วทั้งขาเข้าและขาออกรวม 400 อัตราสลับกันเข้ามาประจำเคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทางโดยเร็วที่สุด

แนวทางที่ 2 เพิ่มเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติหรือ Auto Channel เพิ่มขึ้นอีก 1 เท่า ปัจจจุบันมีอยู่ 32 เครื่องตั้งกระจายอยู่ 2 ฝั่ง ฝั่งละ 16 เครื่อง อนาคตต่อไปจะให้บริการกับต่างชาติได้ด้วย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานเกี่ยวข้องจะพิจารณาให้นักเดินทางจากประเทศใดบ้างใช้เครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติผ่านเข้า-ออกสนามบินสุวรรณภูมิ

ตามแผนจะเคลียร์พื้นที่ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 บริเวณ VISA On Arrival เพื่อนำไปใช้ติดตั้งเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติบริเวณ “เขาเข้า” เพิ่มอีก 48 เครื่อง ส่วนที่ 2 บริเวณสวนหย่อมตรงกลางอาคารจะประยุกต์ออกแบบใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่ตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (VISA) ของ ตม.เพราะฉนั้นจะได้เคาน์เตอร์เพิ่มจากปัจจุบัน 138 เคาน์เตอร์ มากขึ้นไปเป็นกว่า 186 เคาน์เตอร์ ทำให้ในอนาคตพื้นที่เคยเป็นปัญหาคอขวดทั้งหมดก็จะได้รับการแก้ไขด้วยเช่นกัน

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen