
- บางจาก MOU พันธมิตรรุกโปรเจกต์ “คาร์บอนเครดิตพืชเกษตร” ต่อยอดสู่ “พรรณ D”
- นำบีซีพีจี เสริมทัพพลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรเจ้าของปั๊มชุมชนทั่วไทย 600 แห่ง
นายสมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดผยว่า ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง “การพัฒนาโครงการด้านคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ การเกษตรและพลังงานหมุนเวียนกับกลุ่มสหกรณ์และเกษตรกรในเครือข่ายธุรกิจบางจากฯ และพันธมิตร” กับนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ ประธานสายปฏิบัติการ/ธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นายชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการลงทุน บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสนับสนุนความร่วมมือประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ เทคโนโลยี บุคลากร
ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการในโครงการด้านคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ การเกษตรและพลังงานหมุนเวียนกับกลุ่มสหกรณ์และเกษตรกรในเครือข่ายธุรกิจบางจากฯ และพันธมิตร ให้สอดคล้องกับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ผ่านกิจกรรมในแปลงพืชเกษตรยืนต้น ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ผล เป็นต้น และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้เองเพื่อลดต้นทุนทางการผลิต สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด สร้างมูลค่าเพิ่มและคุณค่าร่วมจากกระบวนการคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้น
ผลจากการลงนามความร่วมมือวันนี้ บางจากฯ และพันธมิตรจะจัดทำโครงการ “พรรณ D” คาร์บอนเครดิตจากพืชเกษตรยืนต้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์นำไปใช้ในภาคธุรกิจผ่านออมสุขวิสาหกิจเพื่อสังคม ร่วมกับเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรที่สนใจจะร่วมโครงการ โดยได้นำร่องสำรวจความต้องการของสหกรณ์การเกษตรมาระยะหนึ่งแล้ว พร้อมเริ่มทั้ง 2 โครงการ ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ 2566 เป็นต้นไป

ปัจจุบัน บางจากฯ มีสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศกว่า 1,360 แห่ง โดยมีกว่า 600 แห่ง เป็นสถานีบริการน้ำมันชุมชนหรือปั๊มชุมตั้งมาตั้งแต่ปี 2533 ดำเนินงานโดยเครือข่ายสหกรณ์การเกษตร ครอบคลุมกว่า 1 ล้านครัวเรือน ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจที่บางจากฯ ดูแลและทำงานร่วมกันมากว่า 33 ปี ขณะนี้ผู้นำสหกรณ์การเกษตรมีแนวโน้มต้องการมีส่วนร่วมป้องกันภาวะโลกร้อน สนใจจะใช้พลังงานหมุนเวียนรวมถึงต้องการมีส่วนร่วมในโครงการด้านคาร์บอนเครดิตจากภาคการเกษตร สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทบางจาก นำมาสู่การลงนามครั้งนี้ร่วมกัน
นางกลอยตา ณ ถลาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อความยั่งยืน บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะผู้ริเริ่มและรับผิดชอบโครงการ ขณะนี้ทุกภาคส่วนกำลังให้ความสำคัญเข้าร่วมป้องกันภาวะโลกร้อนซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก ซึ่งความร่วมมือนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดเรื่องคาร์บอนเครดิตภาคการเกษตรและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งทางสหกรณ์การเกษตรผู้ดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมันชุมชนของบางจากฯ ส่วนที่ 1 ประกอบธุรกิจพืชเกษตรยืนต้นมีแผนปรับปรุงการใช้ปุ๋ย ส่วนที่ 2 ผู้ประกอบการสหกรณ์การเกษตรจำนวนมาก ต้องการเปลี่ยนมาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใช้เองลดต้นทุนทางการผลิตและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด
บางจากฯ จึงเห็นเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปสนับสนุนสหกรณ์การเกษตร และกลุ่มเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 ให้ความรู้เกี่ยวกับโลกร้อน การร่วมดำเนินโครงการคาร์บอนเครดิตจากพืชเกษตรยืนต้นกับบางจากฯ หรือติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมพัฒนาโครงการและผู้ประสานงานหลัก ด้านที่ 2 สื่อสารประชาสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย สร้างความรู้ความเข้าใจ
ด้านที่ 3 ร่วมสำรวจพื้นที่ ติดตามการดำเนินงานกับทีมงานจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ด้วยความสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อร่วมผลักดันโครงการให้ผ่านการขึ้นทะเบียนและการรับรองคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) อันเป็นการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่าปัจจุบันนานาประเทศให้ความสำคัญเรื่องการสร้างความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม คาร์บอนเครดิตที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและลดปัญหาโลกร้อน นอกจากป่าไม้หรือพืชเกษตรยืนต้นจะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ยังมีคาร์บอนเครดิตที่มีมูลค่าสร้างรายได้ ในเมืองไทยภาครัฐและเอกชนหันมาทำเรื่องคาร์บอนเครดิตมากขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับกระแสการลดก๊าซเรือนกระจก จะนำพาธุรกิจสู่ความยั่งยืนทางกรมส่งเสริมสหกรณ์จึงร่วมสนับสนุน ส่งเสริมโครงการในระดับพื้นที่ ร่วมประชาสัมพันธ์ สนับสนุนข้อมูล ความรู้และบุคลากร
รวมทั้งจะศึกษาโอกาสขยายผลสู่สหกรณ์อื่น ๆ ในอนาคต ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตคาร์บอนต่ำผ่านกลไกคาร์บอนเครดิตภาคการเกษตรแล้ว และตอบสนองต่อนโยบาย BCG Economy เป็นอย่างดีอีกด้วย

นายประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ ประธานสายปฏิบัติการ/ธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ทางมูลนิได้ริเริ่มโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อพัฒนาที่ยั่งยืน จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการสำรวจแปลงป่าเพื่อประเมินการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ การให้ความรู้และสร้างทักษะ ถ่ายทอดกระบวนการทำงาน และเป็นที่ปรึกษาชุมชนทำฐานข้อมูลปริมาณการกักเก็บคาร์บอนฯ อย่างเป็นระบบ พร้อมขึ้นทะเบียนปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด/กักเก็บได้ ภายใต้ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของไทยผ่านหน่วยงานภาครัฐโดยมีเอกชนผู้สนับสนุนงบประมาณ และได้รับคาร์บอนเครดิต เพื่อนำไปลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของตน
ขณะที่ชุมชนเกิดรายได้เสริมจากการดูแลป่า ทำในรูปแบบกองทุนดูแลป่าชุมชนและกองทุนพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนสามารถใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตและดูแลรักษาป่าต่อไป โดยมีบางจากฯ เป็นหนึ่งในพันธมิตรร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตั้งแต่ระยะพัฒนาระบบ (พ.ศ. 2563-2565) และระยะขยายผลหลังปี2566 จะจับมือกันลงพื้นที่ สำรวจและกำหนดขอบเขตโครงการ ติดตามงานเพื่อพัฒนาเอกสารข้อเสนอโครงการ (Project Design Document: PDD) ขึ้นทะเบียนและรับรองเครดิตสนับสนุน ให้ผ่านการรับรองคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ
นายชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการลงทุน บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บีซีพีจี เป็นบริษัทผู้ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระดับแนวหน้าในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดชนิดต่าง ๆ แล้วยังให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการผู้บริโภคได้ใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ความร่วมมือนี้นอกจากบีซีพีจีจะร่วมบริหารติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้ทางสหกรณ์การเกษตรที่สนใจแล้ว ยังจะร่วมสนับสนุนสหกรณ์การเกษตรหรือกลุ่มเกษตรกรด้านความรู้เกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต แนวปฏิบัติคาร์บอนต่ำ การรักษาผลผลิตและระบบบริหารข้อมูลดิจิทัลที่สอดคล้องกับการจัดการกิจกรรมในแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนโอกาสจะซื้อขายคาร์บอนเครดิตผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทฯ โดยพร้อมจัดฝึกอบรม แบ่งปันข้อมูลความรู้ การติดตาม ตรวจทานที่จำเป็นที่จะพัฒนาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen










