ดาวโจนส์ทรงตัวแดนบวก เพิ่มขึ้นกว่า 40 จุด ท่ามกลางความกังวลดอกเบี้ยสูง



  • ตลาดผิดคาด หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำสุดรอบ 7 เดือน
  • นักลงทุนขายหุ้น กังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน พ.ย.
  • ตลาดติดตามเศรษฐกิจจีนมีโอกาสซบเซามากกว่าคาด หวั่นสร้างผลกระทบไปทั่วโลก

เมื่อเวลาประมาณ 21.45 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวที่ระดับ 34,492.70 จุดเพิ่มขึ้น 49.51 จุด หรือ 0.14% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เคลื่อนไหวที่ 4,449.69 จุด ลดลง 15.79 จุด หรือ0.35% ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส อยู่ที่ 13,741.20 จุด ลดลง 131.27 จุด หรือ 0.95%

ดัชนีดาวโจนส์เคลื่อนไหวผันผวน แต่ยังสามารถยืนในแดนบวกได้เล็กน้อย ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดต่ำลง นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักในการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพ.ย. หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำสุดรอบ 7 เดือน

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 13,000 ราย สู่ระดับ216,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา และสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 234,000 ราย ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐ ยังรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลง 40,000 ราย สู่ระดับ 1.679 ล้านราย และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.715 ล้านราย

ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลง 8,500 ราย สู่ระดับ 229,250 ราย

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพุธที่ 13 ก.ย. ก่อนที่เฟดจะประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 19-20 ก.ย.

โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 45.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.50-5.75% ในการประชุมวันที่ 1 พ.ย. หลังจากที่ให้น้ำหนักเพียง 37.1% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และ 28.6% เมื่อเดือนที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี วันนี้ ร่วงลงสู่ระดับ 4.282% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.363%

ด้านสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงใกล้หลุดระดับ 87 ดอลลาร์ในวันนี้ หลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมา 9 วัน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน และการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาดไว้