“ชวน” ย้ำเป็น “ส.ส.-รัฐมนตรี” ต้องมาประชุมสภา-ตอบกระทู้



  • ประสาน “วิษณุ” จี้รัฐมนตรีตอบกระทู้
  • ชี้พรรครัฐบาลต้องคุมเสียงให้ได้
  • เตือนไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรณีรัฐมนตรี ขอเลื่อนการตอบกระทู้ ว่า ต้องยอมรับว่า การตอบกระทู้ในสมัยนี้ เกิดขึ้นมากกว่าในสมัยก่อน ซึ่งได้แจ้งในที่ประชุมว่าอยากให้เป็นมาตรฐานไว้ ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลหรือ ส.ส.ในอนาคต ต้องมีมาตรฐานความรับผิดชอบตอบกระทู้ถาม เพราะเราเคยมีประสบการณ์ที่ผ่านมาว่ารัฐมนตรีหนีกระทู้ เราจึงพยายามสร้างบรรทัดฐานขึ้นมา แต่ถ้าไปดูตัวเลขจะเห็นว่ามีการตอบกระทู้ถามในยุคสมัยนี้มากเป็นพิเศษ แต่บังเอิญการประชุมสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีปัญหา เพราะเรานัดประชุมวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นข้อตกลงตั้งแต่แรกว่าวันพฤหัสบดีจะเป็นการตอบกระทู้ แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการประชุมในวันพฤหัสบดีเป็นนัดพิเศษ จึงทำให้รัฐมนตรีมาตอบกระทู้ได้เพียงท่านเดียว 

ดังนั้นจึงได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีว่าให้แจ้งรัฐบาลว่าวันพฤหัสบดี ทางสภาได้นัดล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องกันวันนี้ไว้ เพื่อที่รัฐมนตรี ที่ต้องมาตอบกระทู้ จะได้รู้ และมาตอบกระทู้ได้   ยกเว้นกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ถามตอนเช้า รัฐมนตรีจะไม่มีวันรู้ก่อนล่วงหน้าว่าสมาชิกจะถามเรื่องอะไร บังเอิญรัฐมนตรีท่านนั้นไม่รู้หรือไม่ทราบเรื่องมาก่อน ก็อาจจะไม่อยู่และไม่พร้อม ก็เป็นไปได้ตามปกติ แต่โดยทั่วไปต้องมาตอบกระทู้

นายชวน ยังกล่าวถึงเรื่ององค์ประชุมที่อาจจะมีปัญหา ว่า เกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ในการประชุมระดับรัฐสภาไม่มีครั้งใดที่องค์ประชุมไม่ครบ มีเพียงการประชุมร่วมครั้งสุดท้ายสมัยที่แล้วที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งยังไม่มีการลงมติ แต่แนวโน้มองค์ประชุมจะไม่ครบ เพราะไม่มีใครรู้ว่าการอภิปรายจะจบเมื่อไหร่ เนื่องจากมีผู้อภิปรายกว่า 70 คนถือว่ามากเป็นประวัติศาสตร์ จึงทำให้มีปัญหาขึ้นมา และเมื่อดูแล้วคนในห้องก็ไม่อยากกดบัตรแสดงตนประชุม เพราะเขาไม่อยากประชุมต่อ จึงสั่งปิดประชุมไป และมาลงมติ เมื่อการประชุมร่วมในวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา

นายชวน กล่าวว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็มีปัญหาองค์ประชุม แต่ไม่มาก จะมีในลักษณะถ้ามีการอภิปรายยึดเยื้อและมีทีท่าว่าสมาชิกจะอยู่ไม่ครบ จึงได้มาตกลงเมื่อการประชุมร่วม 3 ฝ่ายว่า ให้จัดสัดส่วนการอภิปรายตามจำนวน ส.ส. เช่น พรรคเพื่อไทยมีเสียงมากก็มีสิทธิอภิปรายมาก ซึ่งในอดีตก็มีการทำแบบนี้แต่ช่วงหลังเปิดโอกาสให้ทุกคน แต่ก็เป็นหน้าที่ของเขาต้องอภิปราย เพราะสภาเป็นที่อภิปราย แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะพูดได้ทุกเรื่องจนกินเวลาคนอื่น เพราะเวลามีค่า จึงได้บอกไปว่าถ้าเช่นนั้นจะมาหารือกันว่าในการอภิปรายกฎหมายแต่ละฉบับควรกำหนดเวลา แต่เรื่องนี้เคยมีการประสานกันไว้แล้วในสมัยประชุมก่อนๆ ว่า แต่ละเรื่องไม่ควรเกินกี่ชั่วโมง เช่น เวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี เป็นต้น

สำหรับเรื่ององค์ประชุมโดยหลักแล้วทุกคนต้องร่วมมือกัน แต่ในระบบนี้ซึ่งผมพูดมาตลอดไม่ว่าเป็น ส.ส.มากี่สมัยก็เป็นหน้าที่ของ ส.ส. แต่ในระบบนี้รัฐบาลอยู่ได้ด้วยเสียงข้างมาก เพราะถ้าไม่ใช่เสียงข้างมากก็เป็นรัฐบาลไม่ได้ ฉะนั้นรัฐบาลต้องเป็นหลักมีหน้าที่รักษาองค์ประชุม ส.ส.รัฐบาลก็จะมีน้ำหนักพิเศษกว่า ส.ส.ทั่วไป ถือว่าเป็นภารกิจจะต้องทำ และอย่าไปโยนให้วิป เพราะวิปเป็นเพียงผู้ควบคุมเสียง ไม่ใช่คนที่จะบอกว่าให้คะแนนครบหรือไม่ครบ ดังนั้นเสียงจะครบหรือไม่อยู่ที่สมาชิกรับผิดชอบ และพรรคการเมืองต้องดูแลคนของตนเอง รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ผมก็เตือนว่าเป็นรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบต่อเสียง ไม่ใช่ขาดประชุมแล้วไปโยนให้คนอื่น มันไม่ได้