กลุ่มดุสิตธานีเปิด “ทรี ออฟ ไลฟ์” นำธุรกิจยั่งยืน ปี’66 จัดซื้อตรงสินค้าท้องถิ่นทำชุมชนรายได้ยั่งยืน



  • กลุ่มดุสิตธานีชูโปรแกรม “ทรี ออฟ ไลฟ์ :Tree of Life” นำ ESG พัฒนาธุรกิจตอกย้ำความยั่งยืน
  • ปี’66 นำ 6 โรงแรม ริเริ่มจัดซื้อตรงจากชุมชนไข่ไก่เลี้ยงแบบปล่อยหนุนท้องถิ่นมีรายได้ยั่งยืน
  • ใช้เกณฑ์ตามสหประชาชาติ 31 ข้อ เลือก 4 ระดับ ภายใต้เกณฑ์ 8 ประการ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) “DUSIT” เปิดเผยว่า กลุ่มดุสิตธานีเปิดตัวโปรแกรม “ทรี ออฟ ไลฟ์ -Tree of Life” เดินหน้าสร้างความยั่งยืน 4 ระดับ ภายใต้เกณฑ์การพัฒนา 31 ข้อ ครอบคลุม ESG ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล นำมาใช้กับธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตปัจจุบันในเครือ มีอยู่ทั่วโลก 19 ประเทศ 54 แห่ง ต่อยอดจากขณะนี้ขับเคลื่อนด้วย 3 กลยุทธ์ “สร้างความสมดุล -สร้างการเติบโต-กระจายความเสี่ยง” เป้าหมายสำคัญคือต้องมุ่งสู่ความยั่งยืนโดยส่งต่อทุกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งผู้ถือหุ้นพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า สังคม ชุมชน ตามกรอบองค์การสหประชาชาติปี 2573 (United Nations Sustainable Development Goals : UN SDGs 2030)

ปี 2566 กลุ่มดุสิตธานีมีแผนใกล้เคียงกับปี 2565 จะมุ่งยกระดับการจัดซื้อจัดหาให้ดียิ่งขึ้น จะนำ 6 โรงแรม เริ่มจัดหาไข่จากแม่ไก่เลี้ยงแบบปล่อย การดำเนินงานทั้งหมดนี้ต้องการตอกย้ำและสะท้อนความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตและส่งต่อความยั่งยืนให้ชุมชน ต่อจากเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นกลุ่มโรงแรมแรกในไทยในการเลือกจัดหาข้าวหอมมะลิออแกนิก 100% ให้ทุกโรงแรมในเครือทั่วประเทศ ด้วยวิธีซื้อตรงจากฟาร์มขนาดเล็กภาคตะวันออกเฉียงเหนือช่วยสนับสนุนชุมชนสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

สอดคล้องกับการเปิดตัว “ทรี ออฟ ไลฟ์” ปี 2566 ได้ออกแบบหลักเกณฑ์ 31 ข้อ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งทางดุสิตธานีคัดเลือกไว้ 4 ระดับ ครอบคลุมเกณฑ์ 8 ประการ ได้แก่

1.การคุ้มครองพืชและสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ 2.ลดขยะจากอาหาร 3.ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง4.แยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มปริมาณการรีไซเคิล 5.ส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

6.จัดลำดับความสำคัญของพนักงานและสวัสดิภาพของลูกค้าผ่านแนวทางปฏิบัติด้านการจัดการความปลอดภัยที่เข้มงวด 7.ต่อต้านการค้ามนุษย์และการแสวงประโยชน์ทางเพศ และ 8.ร่วมกันทำงานกับผู้นำชุมชนท้องถิ่นอย่างแข็งขันเพื่อสนับสนุนโครงการหรือกิจกรรมที่สร้างประโยชน์สามารถประเมินค่าและวัดผลได้ให้ชุมชนของกลุ่มดุสิตธานีได้ในวงกว้าง

โรงแรมและหน่วยธุรกิจของกลุ่มดุสิตธานี ที่จะได้รับใบไม้แห่ง “ทรี ออฟ ไลฟ์” เป็นสัญลักษณ์ให้ลูกค้าและคู่ค้ารับทราบความสำเร็จในการดำเนินงานความยั่งยืนจะผ่านเกณฑ์ 4 ระดับ ดังนี้

ระดับที่ 1 จะต้องผ่านเกณฑ์ภาคบังคับ 8 ข้อ ระดับที่ 2 คือ ผ่านเกณฑ์ระดับ 1 และผ่านเกณฑ์อีก 18 ข้อ ระดับ 3 ต้องผ่านระดับ 2 และผ่านเกณฑ์อีก 23 ข้อ ระดับที่ 4 สูงสุด จะต้องผ่านระดับ 3 และผ่านเกณฑ์ 28 ข้อ

นางศุภจี กล่าวว่า กลุ่มดุสิตธานีทำโครงการ “ทรี ออฟ ไลฟ์” เพื่อสะท้อนถึงคุณค่าขององค์กรซึ่งหยั่งรากลึกมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และการปฏิบัติตามธรรมาภิบาล มุ่งทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั่วโลก ทำให้ชุมชนรอบพื้นที่โรงแรมรีสอร์ตเกิดเชิงบวกและยั่งยืน ทำธุรกิจกลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม ส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดีให้ลูกค้าและพนักงาน และสร้างความแตกต่างที่มีคุณค่าให้แก่โลกควบคู่กันไปด้วย

มร.จิลส์ เครตัลลาส รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มดุสิตธานี กล่าวว่า มั่นใจในโครงการ “ทรี ออฟไลฟ์” จะทำให้โรงแรมและรีสอร์ตกลุ่มดุสิตธานีเปลี่ยนแปลงโดยหลอมรวมความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานภายใต้สัญลักษณ์ “ใบไม้” เป็นเครื่องหมายยืนยันการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของโรงแรมรีสอร์ตในเครือกับโลกและธรรมชาติทำให้ผู้ใช้บริการทุกคนจะได้รับประสบการณ์ยั่งยืนเชิงบวก และมีส่วนช่วยสนับสนุนความยั่งยืนและมั่งคั่งให้โลกทำให้คนรุ่นต่อไปได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

ปัจจุบันกลุ่มดุสิตธานีได้ใช้หลักบริการด้วย 4 แกนหลัก หรือ Dusit Graciousness ประกอบด้วย แกนที่ 1 Service -บริการที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แกนที่ 2 Well-being บริการที่ตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ แกนที่ 3 Locality บริการที่เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชุมชนและคนรอบข้าง แกนที่4 Sustainability การบริการที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen