
- “TCEB” ดันโครงสร้างใหม่ D-MICE ขยายฐานไมซ์ในประเทศโตเพิ่ม 5% ขานรับตลาดครึ่งแรกปี’66 อู้ฟู่โกย 5.9 หมื่นล้าน
- เร่งเครื่อง ผอ.ไมซ์ 4 ภาค เหนือ-กลาง-อีสาน-ใต้ ขับเคลื่อน “มิติไมซ์ มิติใหม่ ไมซ์ดีดีที่เมืองไทย” โหมเดินหน้า 4 เรื่อง
- “สร้างรายได้เติบโต-ร่วมมือทางธุรกิจ-สนับสนุนบ่มเพาะไมซ์ 360 องศา-เพิ่มคุณค่าด้วย Ecosystem อย่ายั่งยืน
- งัดกลยุทธ์ 3 ส “สร้าง-เสริม-สนับสนุน” เต็มรูปแบบแต่ละภาค พร้อมปล่อยของจัดไมซ์อีเวนต์ทั่วไทย มิ.ย.-ก.ย.66
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ปี 2566 พร้อมเดินหน้าเปิดฝ่ายตลาดไมซ์ในประเทศ 360 องศา หรือ D-MICE /DometicMICE นำโครงสร้างใหม่ทำงานเชิงรุกแบบบูรณาการผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ ภายใต้แนวคิด“มิติไมซ์ มิติใหม่ ไมซ์ดีดีที่เมืองไทย” พร้อมทั้งผลักดันรายได้จากตลาดในประเทศขยับเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 5 % ควบคู่กับการตอบโจทย์ทั้งด้านพัฒนาสินค้าบริการ พื้นที่ สถานที่จัดงาน ผู้ประกอบการ ชุมชน เครือข่ายในพื้นที่ รวมถึงโปรโมตแคมเปญส่งเสริมการตลาดและการขาย สนับสนุนผู้ประกอบการและสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร
หลังจากผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ ครึ่งปีงบประมาณแรก 2566 ระหว่างตุลาคม 2565 – มีนาคม 2566 สร้างรายได้มากถึง 25,016 ล้านบาท จำนวนนักเดินทางไมซ์ 10,974,350 คน คาดสิ้นปีงบประมาณ2566 ระหว่างตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2566 ไมซ์ในประเทศจะสร้างรายได้รวมไม่น้อยกว่า 59,000 ล้านบาทจากจำนวนนักเดินทาง 17,790,000 คน

เนื่องจากผลวิจัยตลาดไมซ์ในประเทศช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 เป็นเสาหลักทำส่วนแบ่งรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้สูงถึง 96 % ส่วนตลาดไมซ์ต่างประเทศทำได้เพียง 4 % แต่ปีงบประมาณ 2567 ก็จะต้องปรับสัดส่วนเป้าหมายใหม่อีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์ทั่วโลกผ่อนคลายการจัดงานและการเดินทางของไมซ์ในต่างประเทศเริ่มฟื้นตัวกลับมาเกินกว่าที่คาดไว้โดยเฉพาะในตลาดประเทศแถบเอเชียอย่าง สาธารณรัฐประชานจีน และอินเดีย
ดังนั้น D-MICE จึงจะเป็นกลไกสำคัญช่วยขับเคลื่อนแต่ละส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพจากระบบเศรษฐกิจฐานราก การสร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานหลักในการพัฒนาประเทศก้าวสู่ความยั่งยืน
นายจิรุตถ์กล่าวว่าขณะนี้วางแผนให้ฝ่ายใหม่คือ D-MICE ประกอบด้วย นางสาวกนกพร ดำรงกุล เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดไมซ์ในประเทศ ดูแลรับผิดชอบร่วมกันกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการดูแล 4 ภาค ได้แก่ นายสุวัชชัย นิมมานเทวินทร์ ผู้อำนวยการไมซ์ภาคเหนือ นางสาวอารีรัตน์ มนตรีปรีชาชัย ผู้อำนวยการไมซ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นางสาวสุรัชสานุ์ ทองมี ผู้อำนวยการไมซ์ภาคกลาง และนายพัฒนชัย สิงหะวาระผู้อำนวยการไมซ์ภาคใต้ ทุกคนจะต้องมีหน้าที่ช่วยกันยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศเพิ่มความเข้มข้นครอบคลุมทั้ง 4 เรื่อง ประกอบด้วย

เรื่องที่ 1 ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจไมซ์อย่างเป็นรูปธรรมที่วัดผลได้ (Growth Promoter) ผ่านการใช้นวัตกรรมและแพลตฟอร์มใหม่ รวมถึงการสร้างโมเดลความก้าวหน้าเพื่ออุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
เรื่องที่ 2 สร้างความร่วมมือทางธุรกิจของประเทศไทยและนานาชาติ (Business Connector) ผ่านเครือข่ายคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อเศรษฐกิจไทยและนานาชาติ
เรื่องที่ 3 สนับสนุนการบ่มเพาะธุรกิจไมซ์แบบ 360 องศา (Industry Nurturer) เพื่อสร้างอนาคตของอุตสาหกรรมไมซ์และสร้างแผนแม่บทใหม่
เรื่องที่ 4 เพิ่มคุณค่าระยะยาวของเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจไมซ์ (Ecosystem Architecture) สร้างความยั่งยืนให้พื้นที่ ซึ่งจะดำเนินการผ่านกลยุทธ์ “3ส” สร้าง เสริม สนับสนุน

มุ่งเน้นขับเคลื่อนด้วย “กลยุทธ์ 3 ส” ได้แก่ กลยุทธ์ที่ 1 “สร้าง” เครือข่ายพันธมิตรดึงงานไมซ์ระดับโลก ส่งเสริมธุรกิจไมซ์ในพื้นที่ เช่น การจัดงาน EEC Cluster Fair 2023 ระหว่าง 6-8 กันยายน 2566 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา การดึงงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ปี 2569 ที่จะจัดขึ้นบริเวณหนองแดอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
กลยุทธ์ที่ 2 “เสริม” ความแข็งแกร่งและขยายตัวของอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ ด้วยโครงการ Empower Thailand Exhibition หรือ EMTEX เพื่อสร้างการเติบโตให้กับงานแสดงสินค้าในประเทศ ตอบโจทย์การจัดงานอย่างยั่งยืน ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่อยอดการจัดงานไมซ์ เช่น การยกระดับงาน Fruit Innovation Fair ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 3,000 ล้านบาท สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นงานแสดงสินค้าเกษตรและผลไม้แสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมการแปรรูปรายการใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก รวมไปถึงงาน Agro Fex งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านอาหารและการเกษตร
กลยุทธ์ที่ 3 “สนับสนุน” ผลักดันงานแสดงสินค้าสู่ระดับอินเตอร์ผ่านโครงการ Exhibition-InterReady โดยยกระดับงานแสดงสินค้าขึ้นเป็นระดับนานาชาติ ตามแผนปี 2567 จะลุยพัฒนา 2 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หรือ Next Generation Automotive) และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร หรือFood For Future
นายจิรุตถ์ ยืนยันว่า ทีเส็บวางแผนขยายฐานรายได้และจำนวนนักเดินทางในอีก 2 ตลาดสำคัญ ได้แก่ การประชุมนานาชาติ (Convention) และงานแสดงสินค้า (Exhibition) ปัจจุบันทีเส็บได้ให้การสนับสนุนในประเทศซึ่งสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 560 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.จัดงานประชุมวิชาการไทยไปแล้วถึง 38 งาน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนมากถึง 380 ล้านบาท มีผู้เข้าร่วมงาน 30,351 คน และงานแสดงสินค้าไทย อีก18 งาน สร้างรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจ 180 ล้านบาท และผลจากการกระจายจัดงานทั่วประเทศซึ่งสามารถสร้างรายได้จากการเจรจาธุรกิจอีกกว่า 7,500 ล้านบาท
นายจิรุตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการทั้ง 4 ภาค เริ่มจาก “ไมซ์ภาคเหนือ” ขณะนี้โครงการแฟลกชิพคือมุ่งผลักภาคเหนือตอนบนเป็นจุดหมายปลายทางการจัดงานประชุมทางด้านชาและกาแฟระดับนานาชาติ เช่น เชียงใหม่ และเชียงราย โดยอาศัยจุดเด่นทางภูมิศาสตร์ของแหล่งเพาะปลูกชาและกาแฟชั้นเลิศในเมืองไทย
“ไมซ์ภาคอีสาน” นำไฮไลต์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์พิเศษ เปิดเส้นทางสายไมซ์ใหม่ “Experience the Magic of ISAN MICE Routing” ตามแผนปี 2566 ได้สร้างไมซ์ใหม่4 เส้นทาง 4 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมาอุบลราชธานี ชูขาย “อีสานไมซ์ ไร้คาร์บอน -ISAN MICE Neutral Carbon Routing นำเสนอโปรแกรมเดินทางไมซ์3 วัน 2 คืน ตลอดทริปเดินทางจะเน้นให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้วิธีวัดค่าการปล่อยคาร์บอน เพื่อคำนวณหาจำนวนการปล่อยคาร์บอนต่อคนต่อทริป บุกเบิกแนวทางที่จะให้ทุกคนได้นำไปใช้จริงในโอกาสต่อไป
“ไมซ์ภาคกลาง” ในฐานะศูนย์กลางการจัดงานไมซ์ระดับนานาชาติของประเทศ เตรียมแผนโชว์ศักยภาพต้นแบบการจัดอย่างยิ่งใหญ่ ช่วงมิถุนายน-กันยายน นี้ รวม 3 งานหลัก ได้แก่

งานที่ 1 GMS Logistic เสริมประสิทธิภาพการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ด้านท่องเที่ยวและไมซ์ผ่านระเบียงเศรษฐกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ One Belt One Road ระหว่าง 28-30 มิถุนายน 2566
งานที่ 2 CVTEC MICE Business Roadshow 2023 ระหว่าง 19-21 กรกฎาคม 2566 ที่ภาคตะวันออก โดยจะนำผู้บริหารกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและไมซ์จากเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ คือ เวียดนามและกัมพูชา เยี่ยมชมความพร้อมของพื้นที่ พบปะภาคธุรกิจท่องเที่ยวและไมซ์ของไทยใน 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
งานที่ 3 EEC Cluster Fair ร่วมกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง 3 ปี ระหว่าง6-9 กันยายน 2566
“ไมซ์ภาคใต้” ขณะนี้มีภารกิจดูแลประสานการดึงงานสำคัญระดับโลก คือ ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Expo 2028 Phuket Thailand จังหวัดภูเก็ต รอฟังการประกาศตัดสินในวันที่ 21 มิถุนายน 2566 แล้วยังได้เตรียมทำคู่ขนานกันไปคือ “งาน MICE Bazaar” ครั้งที่ 2 รวบรวมอุตสาหกรรมไมซ์มาร่วมเวทีซื้อขายสินค้าบริการพร้อมเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าต่าง ๆ จะจัดเดือนกันยายน 2566 ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมชูอัตลักษณ์ภาคใต้ ด้วยโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของอุตสาหกรรมเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านงานไมซ์ภูมิภาคใต้
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen










