
- “TCEB” ลุยโร้ดโชว์ไมซ์ “จีน-อินเดีย” MI กรุ๊ปละ 10,000 คนมาแรง ครึ่งปีแรกได้เกินเป้า 59,000 ล้าน แค่ 5 ประเทศมาไทย 1.6 แสนคน 10 วันสุดท้าย
- เร่งหาเสียงหนุนไทยเจ้าภาพ Expo 2028 งัดโปรเจกต์ใหม่ทำแผนที่พัฒนาเกษตร/ท่องเที่ยวยั่งยืนมัดใจ SIDs 20 ประเทศหมู่เกาะสมาชิก BIE
- ส่วน “ตลาดในประเทศ” เปิด D-MICE เสริมทัพตลาด 4 ภาค ประชุมเมืองไทยฯ 2 เดือนแรก แจกฉลุย 224 กลุ่ม ภาคใต้นำโด่ง 112 กลุ่ม “ภาคเหนือ” ปิดท้าย 28 กลุ่ม
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ช่วงครึ่งปีหลังตั้งแต่มิถุนายน 2566 เป็นต้นไปวางแผนขับเคลื่อนไมซ์ไทยในตลาดต่างประเทศพุ่งเป้าไปยัง“เอเชีย” เน้น MI :Meeting & Incentive กลุ่มตลาดจัดประชมและเดินทางเพื่อเป็นรางวัล โดยจะนำคณะใหญ่ไปทำโร้ดโชว์เดือนสิงหาคม 2566 พื้นที่แรก 2 เมืองใหญ่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพราะได้เห็นการแสดงเจตจำนงของไมซ์จีนต้องการมาไทยขนาดกลุ่มละ 1,000 คนขึ้นไป พื้นที่ 2 อินเดีย ทำมีถึง 3 ตลาด คือ MI-C ทั้งประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล และการจัดประชุมขนาดใหญ่ (Convention) ไปยัง 2 เมืองใหญ่ ใน เดลี และมุมไบอินเดีย ซึ่งล่าสุดปีนี้บริษัทกลุ่มขายตรงนำอินเซ็นทีฟมาไทยแล้วครั้งละ 10,000 คน สร้างรายได้ภายในสัปดาห์เดียวเกิน 660 ล้านบาท
ส่วนสถานการณ์ครึ่งปีงบประมาณแรก ตุลาคม 2565-มีนาคม 2566 โดยภาพรวมมีนักเดินทางไมซ์ทั่วโลกทุกตลาดM-I-C-E มาไทยแล้ว 286,106 คน สร้างรายได้ 16,673 ล้านบาท มาจาก M-Meeting/จัดประชุม 79,569 คนสร้างรายได้ 4,349 ล้านบาท I-Incentive/เดินทางเพื่อเป็นรางวัล 25,753 คน สร้างรายได้ 1,492 ล้านบาท C-Convention/การจัดประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ 33,534 คน สร้างรายได้ 1,632 ล้านบาท และ E-Exhibition/การจัดแสดงสินค้านานาชาติ 147,250 คน สร้างรายได้ 9,200 ล้านบาท

เฉพาะครึ่งปีงบประมาณ 6 เดือนแรก 2566 ทีเส็บสามารถนำไมซ์ตลาดต่างประเทศได้กว่าครึ่งหนึ่งของเป้าหมายแล้วตามแผนตลอดปีนี้ตั้งไว้ 760,000 คน สร้างรายได้ 59,000 ล้านบาท ไฮไลต์คือตลาดจัดการแสดงสินค้านานาชาติทำสถิติรายได้ติดอันดับ 1 กว่า 9,200 ล้านบาท ซึ่งปีนี้มีงานทำสถิติจำนวนคนเข้าร่วมและรายได้มากเป็นประวัติการณ์ คือ งาน VIV ASIA 2023 งานแสดงสินค้าและประชุมสัมมนาระดับโลด้านอุตสาหกรรมปศุสัตว์และสัตว์น้ำครบวงจร
โดยมี “ตลาดไมซ์เอเชีย” มาไทยมากที่สุด 5 ประเทศ จำนวนไม่ต่ำกว่า 160,000 คน สร้างรายได้รวมกว่า10,371.77 ล้านบาท ได้แก่ อันดับ 1 มาเลเซีย 55,818 คน สร้างรายได้ 3,683.99 ล้านบาท อันดับ 2 สิงคโปร์36,059 คน สร้างรายได้ 2,379.89 ล้านบาท อันดับ 3 เวียดนาม 30,269 คน สร้างรายได้ 1,997.75 ล้านบาทอันดับ 4 เกาหลีใต้ 18,611 คน สร้างรายได้ 1,228.33 ล้านบาท อันดับ 5 อินโดนีเซีย 16,391 คน สร้างรายได้ 1,081.81 ล้านบาท
นายจิรุตถ์ กล่าวว่า ครึ่งปีหลัง 2566 จะเพิ่มรายได้จากตลาดจัดงานแสดงสินค้านานาชาติเพราะมีบริษัทขนาดใหญ่ย้ายงานมาจัดในไทยเพิ่มขึ้น ล่าสุดจับมือกับสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA-Trade Exhibition Association ทำแคมเปญส่งเสริมให้มีบริษัทจัดแสดงสินค้า เพิ่มและพ่วงการดึงงาน Conference/กลุ่มคณะประชุมเข้ามาเสริมด้วย พร้อมกับเชิญวิทยากรแถวหน้าของโลกมาขึ้นเวทีแต่ละงาน เป็นแม่เหล็กดึงคนเข้างานเพิ่มขึ้นมากล่าสุดการจัดงาน FUTURE ENERGY 2023 ทำลายสถิติมีคนทั่วโลกเข้าร่วม 20,000-30,000 คน เป็นแรงส่งงานเอ็กซิบิชั่นในไทยขยับเกิน 300,000 คน ทำให้เป้าหมายตลอดปี 2566 มีสัญญาณดีเกินคาดการณ์ เพราะเดิมตั้งเป้าจะฟื้นในปี 2567 ทำยอดให้ถึง 500,000 คน แต่ตอนนี้แค่ครึ่งปีแรกเท่านั้นก็ทำจำนวนคนได้เกิน 50% ของปีหน้าเรียบร้อยแล้ว ปีนี้จึงน่าจะได้ถึง 900,000 คน สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้เกือบเท่าตัว

ส่วน “ตลาดยุโรป” ถึงจะได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย แต่หลังเข้าร่วมงาน IMEX FRANFURT 2023 แฟรงเฟิร์ตเยอรมัน มีสัญญาณชัดเจนตลาดไมซ์จะสดใส จะช่วยเพิ่มจำนวนและรายได้ต่อเนื่องถึงปี 2567 ตอนนี้ไมซ์ยุโรปมาไทยแล้ว 91,200 คน 5 อันดับแรก ได้แก่ เยอรมัน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และอิตาลี
นายจิรุตถ์กล่าวว่า ในฐานะเลขานุการคณะทำงานสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028 Phuket Thailand กำลังเร่งมืออย่างหนักเพื่อหาเสียงช่วงสุดท้าย 10 วัน คือ เพื่อลุ้นวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ทาง BIE -Bureau International des Expositions จะประกาศผลคะแนนการโหวตจากสมาชิก 171 ประเทศ มีแนวโน้มไทยจะเข้ารอบลึกถึงนาทีสุดท้าย ตอนนี้ไทยใช้กลยุทธ์เจาะลึกเข้าไปยัง SIDs :Small Island Development กลุ่มประเทศบนเกาะต่าง ๆ รวม 31 ประเทศ เช่น หมู่เกาะแปซิฟิก แคริเบียน ทีเส็บจับมือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เสนอความร่วมมือกับประเทศกลุ่มดังกล่าวทำโครงการ “แผนที่โลกด้านส่งเสริมการเกษตรและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” โดยยืนยันเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 20 ประเทศ
นายจิรุตถ์กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลัง 2566 เร่งขยายรายได้ “ตลาดไมซ์ในประเทศ” ควบคู่ไปด้วย ล่าสุดได้ตั้งฝ่าย D-MICE เพิ่มขึ้นมาดูแลขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และอำนวยความสะดวกกิจกรรมไมซ์ทั้งหมด เปิดเวทีให้ผู้อำนวยการไมซ์ 4 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมถ่ายทอดแผนการตลาดทั้งหมด และใช้โซเชียล มีเดียในยุคดิจิทัลเข้ามาเสริมทัพให้ข้อมูล ช่วยกันยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศเพิ่มขึ้นครอบคลุมทั้ง 4 เรื่อง ประกอบด้วย

เรื่องที่ 1 ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจไมซ์อย่างเป็นรูปธรรมที่วัดผลได้ (Growth Promoter) ผ่านการใช้นวัตกรรมและแพลตฟอร์มใหม่ รวมถึงการสร้างโมเดลความก้าวหน้าเพื่ออุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
เรื่องที่ 2 สร้างความร่วมมือทางธุรกิจของประเทศไทยและนานาชาติ (Business Connector) ผ่านเครือข่ายคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อเศรษฐกิจไทยและนานาชาติ
เรื่องที่ 3 สนับสนุนการบ่มเพาะธุรกิจไมซ์แบบ 360 องศา (Industry Nurturer) เพื่อสร้างอนาคตของอุตสาหกรรมไมซ์และสร้างแผนแม่บทใหม่
เรื่องที่ 4 เพิ่มคุณค่าระยะยาวของเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจไมซ์ (Ecosystem Architecture) สร้างความยั่งยืนให้พื้นที่
ทั้ง 4 เรื่อง D-MICE ทีเส็บจะเดินหน้าทำผ่านกลยุทธ์ “3ส” ได้แก่ สร้าง เสริม สนับสนุน” ประกอบด้วย
กลยุทธ์ที่ 1 “สร้าง” เครือข่ายพันธมิตรดึงงานไมซ์ระดับโลก ส่งเสริมธุรกิจไมซ์ในพื้นที่ เช่น การจัดงาน EEC Cluster Fair 2023 ระหว่าง 6-8 กันยายน 2566 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา หรือดึงงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ปี 2569 มาจัดที่บริเวณหนองแด อ.เมือง จ.อุดรธานี
กลยุทธ์ที่ 2 “เสริม” ความแข็งแกร่งและขยายตัวของอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ ด้วยโครงการ Empower Thailand Exhibition หรือ EMTEX เพื่อสร้างการเติบโตให้กับงานแสดงสินค้าในประเทศ ตอบโจทย์การจัดงานอย่างยั่งยืน ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่อยอดการจัดงานไมซ์ เช่น การยกระดับงาน Fruit Innovation Fair ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 3,000 ล้านบาท และงาน Agro Fex งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านอาหารและการเกษตร

กลยุทธ์ที่ 3 “สนับสนุน” ผลักดันงานแสดงสินค้าสู่ระดับอินเตอร์ผ่านโครงการ Exhibition-InterReady โดยยกระดับงานแสดงสินค้าขึ้นเป็นระดับนานาชาติ ตามแผนปี 2567 จะลุยพัฒนา 2 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ และแปรรูปอาหาร หรือ Food For Future
รวมถึงโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” มอบงบประมาณสนับสนุนทุกภาคส่วนที่จะจัดประชุมในประเทศ โดยมี Thai Mice Connect รวบรวมฐานข้อมูลกระจายให้ผู้ใช้บริการได้เข้าถึงบริษัท DMC บริหารจัดการเส้นทางไมซ์ แล้วจะขยายผลเป็นออนไลน์ ตั้งแต่ 1 เมษายน -26 พฤษภาคม 2566 ทีเส็บอนุมัติสนับสนุนการประชุมไปเรียบร้อยแล้ว 224 กลุ่ม มีผู้เข้าร่วมกว่า 9,000 คน ประกอบด้วย อันดับ 1 “ภาคใต้” 102 กลุ่ม อันดับ 2 ภาคกลาง63 กลุ่ม อันดับ 3 ภาคอีสาน 31 กลุ่ม อันดับ 4 ภาคเหนือ 28 กลุ่ม
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen










