“อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ” ที่อยู่อาศัย พุ่ง 76.6 %

อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ “ที่อยู่อาศัย” พุ่ง 76.6 %
อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ “ที่อยู่อาศัย” พุ่ง 76.6 %

“อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ” ที่อยู่อาศัย พุ่ง 76.6% ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงาน การสำรวจ อัตราการอนุมัติ สินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย ล่าสุด พบว่า มีการอนุมัติสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ ไตรมาส แรก 2567 เพียง 23.4 %

จากรายงานการสำรวจ อัตราการอนุมัติสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย ไตรมาสแรก ของปี 2567 ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  พบว่า

มีอัตราการ อนุมัติ สินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ (Approval Rate) ไตรมาสแรก ปี 2567 เพียง 23.4% ของจำนวน สินเชื่อ ที่ยื่นขอทั้งหมดในไตรมาสแรกของปี 2567

หรือ คิดเป็น “อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ” ที่อยู่อาศัย พุ่ง 76.6%  

ในขณะที่ รายงานสินเชื่อ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ของ ธปท. ล่าสุด มีการเปิดเผย ตัวเลข สินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย ของระบบ ธนาคารพาณิชย์ ไทย หรือ  (Post finance)  ไตรมาสแรก 2567อยู่ที่ 

2.72 ล้านล้านบาท  ลดลง 0.36 % เมื่อเทียบ กับ ยอดสินเชื่อรวม ที่ 2.73 ล้านล้านบาท ในระยะเดียวกัน ของปี 2566

จากการรวบรวมข้อมูล ของ JNC จากรายงาน ของ ธปท. และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พบว่า

มูลค่า การอนุมัติสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย ใหม่ ของ ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทั่วประเทศใน ไตรมาสแรก ปี 2567 อยู่ที่ 114,612 ล้านบาท ลดลง 18.84% จากระยะเดียวกันของปี 2566 และลดลง 26.37% เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 4 ของปี 2566

อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ” ที่อยู่อาศัย พุ่ง เกิน 70%

นาย เอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB) กล่าวว่า ภาพรวมสินเชื่อรายย่อยปีนี้ถือว่า “ยากมากขึ้น” โดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน 

จากข้อมูลภาพรวม อสังหาฯ คาดการณ์สินเชื่อบ้าน ปีนี้เติบโตที่ 3% แต่ไตรมาสแรก ที่ผ่านมา ชะลอตัวลงเหลือ 1.8% เท่านั้น

ปัจจัยหลัก มาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นักท่องเที่ยวที่เข้ามาไม่ได้เติบโตเหมือนที่คาดไว้

ขณะที่หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงขึ้น ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อโดยรวมของ สถาบันการเงิน ยังคงเข้มงวด ในการปล่อยสินเชื่อ จากคุณภาพผู้กู้ที่ด้อยลง

โดยเฉพาะ บ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ที่พบว่าปัจจุบัน มี ยอดปฏิเสธสินเชื่อ เพิ่มขึ้นเป็น 70% จากเดิม 50-60% 

“วันนี้เราเห็น คนผ่อนขั้นต่ำบัตร 8% ไม่ไหว เยอะขึ้น เช่นเดียวกับ สินเชื่ออื่นๆ ที่มีปัญหามากด้วย เพราะเศรษฐกิจเราไม่ได้ดี ส่งผลให้พอร์ต สินเชื่อรายย่อย ไตรมาสแรกปีนี้ หายไปราว 30% ที่ไม่ถึงเป้า” นาย เอกสิทธิ์ กล่าว 

โครงการใหม่ “ลดลง” 

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ในไตรมาสแรก 2567 ตามรายงาน ของ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด บริษัท วิจัย และ พัฒนา อสังหาริมทรัพย์ ในเครือ บริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พบว่า 

การเปิดตัวที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ในไตรมาสแรกของปี 2567 ทั้งสิ้น 90 โครงการ จำนวน 15,697 หน่วย ลดลง 28% เมื่อเทียบกับ จำนวนหน่วย เปิดตัว 21,935 หน่วย ในระยะเดียวกัน ของปี 2566  ในขณะที่ มูลค่าการเปิดตัว โครงการใหม่ อยู่ที่ 95,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากมูลค่าเปิดตัวโครงการ 79,675 ล้านบาท ในระยะเดียวกันของปี 2566  

เนื่องจากมีการ เปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่าสูง มากขึ้น โดยมีอัตราการขายเฉลี่ย ณ วันเปิดตัวที่ 12%  ลดลงจากอัตราการขายเฉลี่ยที่ 19% ในปี 2566  เมื่อเทียบสัดส่วนระหว่างไตรมาส (QoQ) ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสแรกปี 2567 มีจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ลดลง 50% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2566 และมีมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ลดลง 54% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอสังหาฯ ยังเชื่อว่า ภาคอสังหาฯ จะฟื้นตัวในช่วง ครึ่งหลังของปี 2567 ภายหลังจากที่มาตรการกระตุ้น อสังหาฯ มีผลบังคับใช้

นายอิสระ บุญยัง ประธาน คณะกรรมการสมาคมการค้า กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายก กิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มาตรการ กระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ จะส่งผลดี ต่อการซื้อขายที่อยู่อาศัย ทั้งประเทศ ไม่เฉพาะกลุ่มระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนเกินกว่า 85%  เท่านั้น แต่ จะช่วยกระตุ้นทั้งตลาดบ้านมือ 2 รวมทั้งธุรกิจเชื่อมโยง อาทิ วัสดุก่อสร้าง การจ้าง แรงงาน ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง รวมถึงการใช้สาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปาในช่วงครึ่งหลังของปี 

Source https://www.lws.co.th

Related News https://thejournalistclub.com/home-condo-news-economic/259921/