“สุดาวรรณ” แจงร่วมมือกระทรวงวัฒนธรรมจีนฯจัดการ “ธุรกิจสีเทา”

“สุดาวรรณ” แจงร่วมมือกระทรวงวัฒนธรรมจีนฯจัดการ “ธุรกิจสีเทา”โดยบริหารจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ

  • โอกาสทางเศรษฐกิจและเงินจะเคลื่อนที่เร็ว
  • มาจากภาคอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว

“เรื่องธุรกิจสีเทาและธุรกิจผิดกฎหมายทุกประเภท เป็นเรื่องต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นความผิดประเภทใดก็ตาม”

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงนโยบายด้านการท่องเที่ยวในการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาว่า ข้อห่วงใยปัญหาธุรกิจสีเทา ซึ่งกระทบกับภาพลักษณ์ด้านลบและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้น ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะมีการลงนามความร่วมมือแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเป็นระบบ ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย และ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน โดยบริหารจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ

เรื่องการยกเว้นวีซ่า ที่กล่าวว่าการยกเว้นวีซ่าเพื่อกระตุ้นท่องเที่ยวจะทำให้คนไทยเสียโอกาสในการทำธุรกิจ ประเทศจะเต็มไปด้วยธุรกิจสีเทา มีคนไม่ดีเข้ามาแย่งงาน

“เรื่องธุรกิจสีเทาและธุรกิจผิดกฎหมายทุกประเภท เป็นเรื่องต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นความผิดประเภทใดก็ตาม” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬากล่าว

จำนวนนักท่องเที่ยวจีนกว่า 2.23 ล้านคนที่เข้ามาตั้งแต่ต้นปี สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 1 แสนล้านบาท เราไม่ควรเหมารวมว่าทั้งหมดนั้น เข้ามาทำธุรกิจแย่งคนไทย หรือทำผิดกฎหมายไปเสียหมด แต่หากพบว่ามีการกระทำผิด ก็จะต้องใช้กฎหมายดำเนินการให้เด็ดขาด

ในความเป็นจริง การที่นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น จะเพิ่มโอกาสอีกหลายประการให้เมืองไทย รวมถึงเมืองรองอื่นๆ ที่จะเติบโตด้วย โอกาสทางเศรษฐกิจและเงินจะเคลื่อนที่เร็วก็มาจากภาคอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว

ในกรณีที่มีคนไม่ดี เข้ามาในรูปแบบของนักท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มีมาตรการการกวดขัน ปราบปรามและตรวจตรานักท่องเที่ยวที่ไม่ดี โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้าสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ โดยจัดให้มีศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 24 ชั่วโมง และจัดให้มีแอปพลิเคชันเพื่อให้นักท่องเที่ยวดาวน์โหลดเพื่อสามารถขอความช่วยเหลือและแจ้งข้อมูลให้กับตำรวจท่องเที่ยว 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน จึงทำให้การช่วยเหลือ การจับกุม การตรวจตรา และการป้องกันปราบปรามนักท่องเที่ยวไม่ดีนั้น มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับปัญหา PM2.5 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นปัญหาที่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งอยู่ในแผนงานของท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้แถลงไปเมื่อเช้าแล้ว จะต้องดำเนินการแก้ไข แต่การนำเรื่อง PM2.5 มาเป็นประเด็นปัญหาในบางพื้นที่เช่น เชียงใหม่นั้น ก็จะส่งผลให้เราเสียโอกาสในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และในมิติอื่นๆ ที่เป็นจุดแข็งของเชียงใหม่ไป

รายได้จากนักท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาทที่ได้พูดถึง เราหมายถึงว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น ซึ่งเพิ่มจาก 1.9 ล้านล้านบาทในปี 2562 ที่เป็นจุดพีคของเราก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงของโควิด

ปัญหาทั้งหมดที่ได้กล่าวมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะขอทำงานเชิงรุกกับบูรณาการกับทุกกระทรวงและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ นำมาซึ่งความยั่งยืนทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงเศรษฐกิจ