“มนพร” โชว์ผลงานกรมเจ้าท่า 8 เดือนเข้าเป้า พัฒนาการขนส่งทางน้ำ

“มนพร” โชว์ผลงานกรมเจ้าท่า 8 เดือนเข้าเป้า
“มนพร” โชว์ผลงานกรมเจ้าท่า 8 เดือนเข้าเป้า

“มนพร” เปิดผลงานหน่วยงานกรมเจ้าท่า ในช่วง 8 เดือน(ก.ย.66-พ.ค.67) โชว์ 7 ผลงานสำคัญเข้าเป้าตามที่มอบหมาย พร้อมเดินหน้าการพัฒนาการให้บริการต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ของประชาชน

  • เดินหน้าการพัฒนาการให้บริการต่อเนื่อง
  • เพื่อประโยชน์ของประชาชน

วันที่ 12 พ.ค.2567 นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายในช่วง 8 เดือน (ก.ย.66-พ.ค.67)  ที่ผ่านมา หน่วยงานกรมเจ้าท่า (จท.) ซึ่งอยู่ภายใต้การรับผิดชอบในการกำกับดูแลของตน ตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายการบริหารงาน โดยขณะนี้ จท. ได้สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น และเป็นรูปธรรม ประกอบกับสามารถดำเนินงานตามแผนตามที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้จากที่ จท. ได้รายงานถึงผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ได้ดำเนินโครงการที่สำคัญรวม 7 ด้าน ได้แก่ 1.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยผลักดัน และสนับสนุนท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) ทั้งฝั่งอ่าวไทย บริเวณแหลมหินคม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำ 2.ยกระดับความปลอดภัยการคมนาคมทางน้ำ

โดยการจัดระเบียบการเดินเรือโดยสาร (เรือนอน) เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง รวมถึงนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการ และลดอุบัติเหตุ

นางมนพร  กล่าวต่อว่า ขณะที่ด้านที่ 3.ส่งเสริมกิจการพาณิชยนาวี โดยเร่งรัดการจัดตั้ง “สำนักงานส่งเสริมการพาณิชยนาวี (องค์การมหาชน) เพื่อผลักดันการพัฒนาพาณิชยนาวีไทยให้มีผลทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมชัดเจนและตรงตามความต้องการของภาคเอกชน

 4.ส่งเสริมการคมนาคมทางน้ำเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกด้วยเรือไฟฟ้า (EV Boat)

รวมถึงขยายระยะเวลาการให้บริการเรือโดยสารประจำทาง 5.ยกระดับการดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ 6.สนับสนุนและส่งเสริมการขนส่งมวลชนสาธารณะทางน้ำในกรุงเทพและปริมณฑล และ 7.พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบให้ทันสมัยเป็นมาตรฐานสากล

โดยการดำเนินงานทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นปัจจัยบวกต่อประชาชนทุกภาคส่วน รวมถึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง รวมถึงเป็นการส่งเสริมหน่วยงานให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น และส่งผลบวกต่อด้านอื่นๆอีกจำนวนมากในระยะยาว โดยภายหลังจากนี้ จท. ยังคงพัฒนาการให้บริการและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายต่างๆ ที่ตนได้มอบหมายโดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและความปลอดภัยเป็นหลัก

ส่วนแผนพัฒนาท่าเรือคลองเตยนางมนพร เจริญศรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ร่วมกับกทท. กรุงเทพมหานคร (กทม.) เร่งศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของการย้ายท่าเรือคลองเตย ออกจากพื้นที่กทม.ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

อีกทั้ง ให้พิจารณาจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณท่าเรือคลองเตย เพื่อใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้นและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่นั้น ปัจจุบันกระทรวงอยู่ระหว่างรอหนังสือเวียนสั่งการดังกล่าว คาดว่าหลังจากได้รับหนังสือแล้ว จะตั้งคณะทำงานศึกษาโครงการการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพหรือท่าเรือคลองเตย (Smart City Port)

 ปัจจุบันมีความจำเป็นที่ต้องทบทวนแผนพัฒนาฯ ในปี 2562 ใหม่ เพราะแผนเดิมมีการศึกษาในกรอบระยะเวลา 5 ปี แต่ปัจจุบันเลยกำหนดระยะเวลาแผนดำเนินการแล้ว แต่ยังยืนยันว่าจะเป็นแผนต้นแบบ ซึ่งจะต้องพิจารณาดูว่าจะต้องพัฒนาระยะใดบ้าง โดยหลักการในการย้ายท่าเรือคลองเตย ยังคงพื้นที่ไว้บางส่วน เพื่ออำนวยความสะดวกต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯชั้นในผ่านเรือสำราญ นอกจากนี้ บางพื้นที่เช่าอยู่ในความดูแลหน่วยงานอื่นๆ จะต้องพิจารณาความเหมาะสม และระยะเวลาที่เหมาะสม

สำหรับโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ท่าเรือคลองเตยมีพื้นที่ 2,353 ไร่ มูลค่าการลงทุนประมาณ 100,000 ล้านบาท ของกทท. ประกอบด้วย พื้นที่ในเขตรั้วศุลกากร 943 ไร่ นอกเขตรั้วศุลกากร 1,410 ไร่ ซึ่งการท่าเรือฯ ได้มีการศึกษาแผนแม่บท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์ที่ดิน

โดยเป็นการใช้พื้นที่ในเขตรั้วศุลกากร 490 ไร่ และนอกเขตรั้วศุลกากร 582 ไร่ ในการปรับรูปแบบการให้บริการที่ทันสมัย ประกอบด้วย การสร้างท่าเทียบเรือ และลานกองเก็บตู้สินค้าแบบกึ่งอัตโนมัติ รวมถึงการพัฒนาคลังสินค้าแนวสูง ซึ่งจะช่วยลดสัดส่วนต้นทุน โลจิสติกส์ของประเทศไทยต่อ GDP ลง 0.77 % แต่ยังคงสามารถรักษาระดับการให้บริการคงเดิมที่ประมาณ 1.4 ล้าน TEU ต่อปี

สำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวม 1,281 ไร่ ประกอบด้วย โครงการมิกซ์ยูสพื้นที่สำนักงาน, ที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้า และพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว, โครงการท่าเรือสำราญ เพื่อส่งเสริมและเชื่อมโยงกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเสริมสร้าง ธุรกิจการท่องเที่ยวใหม่ ด้านการท่องเที่ยวสมัยใหม่

และสนับสนุนนโยบาย ซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล ส่งเสริมสตาร์ทอัพ ตั้งเขตการค้าปลอดภาษี ส่งเสริมการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างชาติ หอประชุม ศูนย์แสดงสินค้าที่ทันสมัยริมแม่นํ้าเจ้าพระยา ที่ถูกออกแ บบทางด้านสถาปัตยกรรมจากนักออกแบบทั่วโลกในการรังสรรค์อัตลักษณ์ความเป็นไทยที่โดดเด่นเป็นที่จดจำในระดับโลก ศูนย์สุขภาพใจกลางเมืองที่ทันสมัยและครบวงจร

ส่วนการจัดพื้นที่บางส่วนสำหรับเป็นพื้นที่พักอาศัยเพื่อชุมชนในแนวสูง และศูนย์ฝึกอาชีพ เพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนคลองเตย ซึ่งเป็นตลาดแรงงานสำคัญของเมืองหลวง เพื่อพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิต สร้างงาน สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมลํ้า ลดปัญหาชุมชนแออัด ส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มเปราะบางตามนโยบายของรัฐบาล ปัจจุบันพบว่ามีชุมชนโดยรอบเขตท่าเรือ จำนวน 26 ชุมชน จำนวน 12,545 ครัวเรือน และชุมชนใต้ทางด่วน จำนวน 455 ครัวเรือน เบื้องต้นทางการท่าเรือฯได้ ประมาณการวงเงินอยู่ที่ 9,856 ล้านบาท บนพื้นที่ 58 ไร่

ทั้งนี้การก่อสร้างโครงการลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ในชุมชนคลองเตย เป็นอาคารพักอาศัยสูงรวมประมาณ 6,048 ยูนิต พร้อมด้วย อาคารส่วนกลางเพื่อรองรับอาคารสำนักงาน หน่วยงานราชการ สถานบริการสาธารณสุข องค์กรหรือมูลนิธิภายในชุมชน อาคารที่จอดรถ พื้นที่ตลาด พร้อมทั้งพื้นที่สำหรับโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และพื้นที่สีเขียวเพื่ออำนวยความสะดวกในแก่ประชาชนภายในโครงการ ทั้งนี้ตามแผนจะดำเนินการแล้วเสร็จทุกโครงการในปี 2578

ขณะรูปแบบในการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อให้สามารถนำนโยบายรัฐบาลไปปฏิบัติได้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมนั้น สามารถดำเนินโครงการในลักษณะการจัดตั้งบริษัทเพื่อดูแลการลงทุนระหว่างประเทศ International Holding Company (Case study: PSA สิงคโปร์) โดยนำที่ดินของการท่าเรือฯ เป็นหลักทรัพย์ตั้งต้นในการจัดตั้งบริษัท มุ่งเน้นการใช้สินทรัพย์ของการท่าเรือฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

สามารถเชิญชวนนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศร่วมลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในรูปแบบ PPP ระยะยาว รวมถึงการพิจารณาจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำรูปแบบความสำเร็จจากเมืองท่าเศรษฐกิจชั้นนำของโลก มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการฯ ให้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: มนพร เยือนท่าเรือ QQCTNจีนหวังเป็นโมเดลพัฒนาท่าเรือไทย

: ปั้นคลองเตย ขุมทรัพย์แสนล้าน 2.3พันไร่ผุดมิกซ์ยูส-เวลเนส ระดับ เวิลด์คลาส