“ต่างชาติ” รุกลงทุน ใน “ไทย” 4 เดือนแรก ปี 67 แตะ 54,958 ล้านบาท

“ต่างชาติ” รุกลงทุน ใน “ไทย” 4 เดือนแรก ปี 67 แตะ 54,958 ล้านบาท

“ต่างชาติ” รุกลงทุน ใน “ไทย” 4 เดือนแรก ปี 67 แตะ 54,958 ล้านบาท
นาง อรมน ทรัพย์ทวีธรรม “ต่างชาติ” รุกลงทุน ใน “ไทย” 4 เดือนแรก ปี 67 แตะ 54,958 ล้านบาท

“ต่างชาติ” รุกลงทุนในไทย 4 เดือนแรก ปี 2567 แตะ 54,958 ล้านบาท “ต่างชาติ” รุกลงทุน ใน “ ไทย” “ญี่ปุ่น” นำโด่ง เข้ามาลงทุนแล้ว 34,055 ล้านบาท ตามมา ด้วย สิงคโปร์ และ จีน สร้างงานให้ คนไทย กว่า 1,019 อัตรา 

“ต่างชาติ” รุกลงทุน ในไทย นาง อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวง พาณิชย์ เผยสถิติ นักลงทุน ต่างชาติ เข้ามาลงทุน ในประเทศไทย รอบ 4 เดือนแรก ของปี 2567

( มกราคม – เมษายน ) พุ่งสูง ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบ ธุรกิจของ คนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 253 ราย เพิ่มขึ้น 36 ราย จากระยะเดียวกันของปี 2566 หรือ คิดเป็นสัดส่วนการเพิ่มขึ้น 17 % เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี2566

โดยใน 4 เดือนแรกของปี 2567 คิดเป็น เม็ดเงินลงทุน 54,958 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 42 % ของ มูลค่าการลงทุน 38,702 ล้านบาท ในระยะเดียวกันของปี 2566

ในส่วนของการจ้างงาน พบว่า ใน 4 เดือนแรกของปี 2567 การลงทุน ของ ต่างชาติ ทำให้เกิด การจ้างงาน คนไทย เพิ่ม 1,019 คน

ลดลง 1,400 ราย หรือ ลดลง 58 % เมื่อ เทียบกับการจ้างงาน ในช่วงเดียวกันของปี 2566 ที่มีการจ้างงาน จำนวน 2,419 คน

ต่างชาติ รุกลงทุน ใน ไทย “ญี่ปุ่น” ยังเป็นอันดับ หนึ่ง

5 อันดับแรก ที่มีมูลค่าการ ลงทุนสูงสุด ได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง และ สหรัฐอเมริกา

โดย ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้เข้ามาลงทุนทั้งสิ้น 63 ราย คิดเป็นสัดส่วน  25 % ของ จำนวนธุรกิจ ต่างชาติในไทย มีเม็ด เงินลงทุน 34,055 ล้านบาท  

โดยเข้ามาลงทุน ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจโฆษณา กลุ่ม ธุรกิจ บริการ อย่าง ตรวจสอบ คุณภาพ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ชุบเคลือบผิวด้วยโลหะ,

พัฒนา ดิจิทัลคอนเทนต์ ตามความต้องการ ของลูกค้า เช่น แอนิเมชัน เป็นต้น และ รับจ้างผลิต สินค้า (ชิ้นส่วน อลูมิเนียม ทุบขึ้นรูป/ ชิ้นส่วนรถยนต์/ ชิ้นส่วนโลหะ) เป็นต้น

ประเทศ สิงคโปร์ มีจำนวนนักลงทุนทั้งสิ้น 42 ราย คิดเป็นสัดส่วน 17 % ของจำนวน ธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 4,499 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

ธุรกิจบริการ ทางวิศวกรรม และ เทคนิค เช่น การให้ คำปรึกษา แนะนำ ในการปรับเปลี่ยน เครื่องจักร และ ซอฟต์แวร์ เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพ ในการผลิต การให้บริการ ติดตั้งเครื่องจักร และ การแก้ไขปัญหา เพื่อลด การขัดข้องของ เครื่องจักร เป็นต้น

ในขณะที่ จีน มีจำนวนผู้เข้ามาลงทุน 29 ราย คิดเป็น สัดส่วน 11 % ของจำนวนธุรกิจต่างชาติ เงินลงทุน 4,031 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

ธุรกิจบริการ ที่ให้แก่บริษัทในเครือ หรือ บริษัทในกลุ่ม (บริการให้เช่าพื้นที่อาคารโรงงาน), บริการตัดโลหะ (Coil Center),

พัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อให้บริการ ดิจิทัล เช่น การรับฝาก การซื้อขาย และให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ฮ่องกง มีนักลงทุนเข้ามาทั้งสิ้น 17 ราย คิดเป็นสัดส่วน 7 % ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 1,650 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

ธุรกิจ ค้าปลีก สินค้า (เครื่องฉีดขึ้นรูป/ ฟิล์มไวแสง) , ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศด้วยระบบที่ทันสมัย เป็นต้น

และ ประเทศ สหรัฐอเมริกา 41 ราย คิดเป็น สัดส่วน 16 % ของ จำนวนธุรกิจ ต่างชาติ เงินลงทุน 1,148 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

ธุรกิจบริการ ทางวิศวกรรม , ธุรกิจ ค้าปลีกสินค้า (อาหาร และเครื่องดื่ม สำเร็จรูป/ เครื่องจักร ที่ใช้ในงาน อุตสาหกรรม/ เครื่องมือช่าง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์), ธุรกิจโฆษณา เป็นต้น

EEC  ยังมาแรง 

สำหรับการลงทุน ในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของ นักลงทุนต่างชาติ ช่วงสี่เดือนแรก ของปี 2567 มี นักลงทุนต่างชาติ สนใจลงทุนใน พื้นที่ EEC จำนวน77 ราย คิดเป็น 30% ของจำนวน นักลงทุนต่างชาติ ในไทย เพิ่มขึ้นจาก ช่วงเวลาเดียวกัน ของปีก่อน จำนวน 34 ราย หรือ เพิ่มขึ้น 79% (ม.ค.-เม.ย.67 ลงทุน 77 ราย/ ม.ค.-เม.ย.66 ลงทุน 43 ราย) 

และมีมูลค่าการลงทุน ในพื้นที่ EEC จำนวน 14,033 ล้านบาท คิดเป็น 26% ของเงินลงทุน ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลา เดียวกัน ของปีก่อน 6,512 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 87% (ม.ค.-เม.ย.67 เงินลงทุน 14,033 ล้านบาท/ ม.ค.-เม.ย.66 เงินลงทุน 7,521 ล้านบาท)

ในจำนวนดังกล่าว เป็นนักลงทุน จาก ประเทศญี่ปุ่น 20 ราย เงินลงทุน 2,002 ล้านบาท จีน 14 ราย เงินลงทุน 980 ล้านบาท สิงคโปร์ 9 ราย เงินลงทุน 1,018 ล้านบาท และ ประเทศอื่นๆ 34 ราย เงินลงทุน 10,033 ล้านบาท

โดยธุรกิจที่ลงทุนในพื้นที่ EEC อาทิ ธุรกิจบริการ ทางวิศวกรรม และ เทคนิค เช่น ให้คำแนะนำ ในการติดตั้งระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้งานของ เครื่องจักร ให้คำปรึกษา และ แนะนำ เชิงเทคนิค เพื่อวิเคราะห์ สาเหตุของปัญหา ที่เกิดขึ้น เพื่อเสนอ แนวทาง แก้ไขปัญหา เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง จากการใช้งาน เครื่องจักร และ อุปกรณ์ ,

ธุรกิจบริการ พัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็น การพัฒนา ซอฟต์แวร์ เพื่อจำหน่าย และ/หรือ ให้บริการ เช่น ซอฟต์แวร์ การบริหารจัดการ ทรัพยากรบุคคล เป็นต้น

ที่มาของข้อมูล : https://www.dbd.go.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://thejournalistclub.com/thai-bhutan-fta-120/260816/