“สุริยะ” เปิดผลงาน ”99 วัน 9 เรื่องเด่น“ ชูรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

“สุริยะ” เปิดผลงาน ”99 วัน 9 เรื่องเด่น“ ชูชิ้นโบว์แดงนโยบายรถไฟฟ้าสายสีแดง-ม่วงสูงสุดไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย พร้อมเดินหน้าตั้งกองทุนตั๋วร่วมชดเชยรายได้รถไฟฟ้าเอกชน

  • มั่นใจสำเร็จใน 2 ปี เร่งสร้างมอเตอร์เวย์ 2 สาย เตรียมเปิดให้วิ่งฟรีตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้
  • ชี้เปิดหวูดทางคู่ “นครปฐม – หัวหิน” หนุนประชาชนเดินทางสะดวก ลุยยกระดับ 29 ท่าเรือแม่น้ำเจ้าพระยา
  • พร้อมเดินเครื่อง Landbridge – พัฒนาคมนาคม จ.ภูเก็ต-ปราบส่วยทางหลวง ดันเศรษฐกิจไทยโต

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งพร้อม รัฐมนตรีช่วยและทำงานในกระทรวงคมนาคมรวมถึงเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ ครบ 99 วัน พบว่า ในการทำงาน 99 วันกระทรวงคมนาคมมีการผลักดันในหลายๆโครงการ โดยจะพบว่ามี 9 โครงการเด่นที่สามารถผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม 1.จ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่เกิน 20 บาทตลอดสายที่ขณะนี้ประชาชนสามารถใช้ได้ใน 2 โครงการ คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – คลองบางไผ่ และโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ – รังสิต และช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน ขณะเดียวกันกระทรวงยังคงเดินหน้าต่อเพื่อให้สามารถใช้ได้ในรถไฟฟ้าทุกสายทาง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน 2 ปี

โดยเบื้องต้นจะมีการกำหนดในร่างพ.ร.บ.ตั๋วร่วม พ.ศ….. ให้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อชดเชยรายได้ให้กับเอกชนผู้ได้รับสัมปทาน ปีละประมาณ 7-8 พันล้านบาท โดยรายได้ที่จะนำมาสนับสนุนเข้ากองทุนจะมาจาก 2 ส่วนคือ 1.การปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินจากหัวจ่ายในสถานีจำหน่ายน้ำมันในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เช่น ปรับอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพิ่ม 50 สตางค์ ต่อลิตร เป็นต้น และ 2.การนำงบประมาณของรัฐมาสมทบเข้ากองทุนฯ สำหรับตัวเลขการนำรายได้สมทบเข้ากองทุนจะเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ทั้งนี้เมื่อค่าโดยสารรถไฟฟ้าถูกลงก็เป็นการจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตาม ร่างพ.ร.บ.ตั๋วร่วม ฯ จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยการประชุมหน้า หรือประมาณต้นปี 67

นอกจากนี้ได้มีการผลักดัน 2. เปิดใช้สนามบินเชียงใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 66 ถึงวันที่27 ธ.ค. 66 เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินในปัจจุบัน และกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว รวมถึงรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3. เปิดอาคารเทียบเครื่องบินรอง หลังที่ 1 (SAT-1) พร้อมทั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติเชื่อมต่อระหว่างอาคาร SAT-1 กับอาคารผู้โดยสารหลัก ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้วเมื่อเดือน ก.ย.66 ซึ่งจะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคนต่อปี เป็น 60 ล้านคนต่อปี

4. เร่งรัดก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) โดยเตรียมเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรี 2 เส้นทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 67 คือ มอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) ช่วงปากช่อง – ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระยะทาง 77 กม. และมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) ช่วงนครปฐม ฝั่งตะวันตก – กาญจนบุรี ระยะทาง 51 กม. และจะเปิดให้บริการใช้งานฟรีต่อเนื่องจนกว่าด่านเก็บค่าผ่านทางจะแล้วเสร็จ

ขณะเดียวกัน ยังได้เร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ เส้นทางนครปฐม – ชุมพร และได้เปิดให้บริการช่วงสถานีบ้านคูบัว จ.ราชบุรี ถึงสถานีสะพลี จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.66 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนถึงจุดหมายได้เร็วขึ้นถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที ,5. การพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ โดยการยกมาตรฐานและปลอดภัยท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาให้เชื่อมโยงกับระบบขนส่งรูปแบบอื่นโดยการให้บริการด้วยระบบตั๋วร่วม

พร้อมทั้งออกแบบรองรับผู้ใช้บริการทุกประเภทโดยมีแผนพัฒนาท่าเรือเป็นสถานีเรือ (ระบบปิด) ทั้งหมด 29 ท่า ซึ่งขณะนี้ปรับปรุงเสร็จแล้ว จำนวน 9 ท่า อยู่ระหว่างปรับปรุงและก่อสร้าง จำนวน 5 ท่า และในส่วนที่เหลืออีกจำนวน 15 ท่า จะปรับปรุงต่อเนื่องต่อไป

6. เดินหน้าโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย – อันดามัน (Landbridge) โดยกระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดดำเนินโครงการให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ได้เดินทางโรดโชว์ทั้ง อเมริกา และญี่ปุ่นไปแล้วและจะไปยังตะวันออกกลาง และอังกฤษ ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ ต่อไป มั่นใจว่าเอกชนต่างชาติสนใจที่จะเข้ามาลงทุนเนรื่องจากผลการศึกษาพบว่ามีผลตอบแทนการลงทุนไม่ต่ำกว่า 10%

7. การปรับเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมัน (สันดาป) เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยขณะนี้ให้นโยบายทุกหน่วยงานหากรถเช่าหมดสัญญาให้ปรับเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า โดย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.นำร่อง ที่จะทยอยปรับเปลี่ยนรถที่ให้บริการในสนามบินทั้งหมด ให้เป็นรถยนต์ EV เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ หรือฝุ่นละออง PM 2.5

8. โครงการพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ การพัฒนาสนามบินภูเก็ต (ระยะที่ 2) คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 72, โครงการก่อสร้างขยายช่องจราจร ทล.4027 ช่วง บ.พารา-บ. เมืองใหม่, โครงการทางพิเศษ สายกระทู้ – ป่าตอง, และการพัฒนาสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 จ.พังงา โดยขณะนี้ ทอท. อยู่ระหว่างทบทวนข้อกำหนดรายละเอียดในการจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ และความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 (ช่วงท่าอากาศยานฯ – ห้าแยกฉลอง) ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รฟม.) อยู่ระหว่างศึกษาทบทวนรายละเอียดความเหมาะสมของโครงการฯ คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค. 74 และ 9.ปราบส่วยทางหลวง

“ตนไม่สามารถประเมินตัวเองได้ว่าทำงานผ่านหรือไม่ต้องให้ประชาชนตัดสิน เพราะขณะนี้ก็เร่งผลักดันในทุกๆโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างไรก็ตามหากจะมีการประเมินก็ขอเวลาอีก 6 เดือน”

นายสุริยะ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมมีโครงการสำคัญเร่งด่วนที่กำลังดำเนินการก่อสร้างและอยู่ระหว่างการจัดเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) จำนวน 72 โครงการ ซึ่งมีการตั้งณะทำงานประเมินและติดตามการทำงานไม่ให้ล่าช้า ส่วนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่กระทรวงคมนาคมจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปี 66 นี้ไม่มีแล้วต้องรอไปต้นปี 67

สำหรับโครงการลงทุนในปี 67 ยังไม่มีโครงการที่ใช้งบประมาณของรัฐที่สามารถเปิดประมูลได้ในช่วงต้นปี เนื่องจากงบประมาณปี 67 ดีเลย์ ซึ่งร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2567 น่าจะผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและสามารถใช้ได้ประมาณเดือน พ.ค.เป็นต้นไป แต่ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เตรียมความพร้อมบริหารจัดการจัดซื้อจัดจ้างไว้แล้ว หากสามารถเบิกจ่ายงบฯได้ก็จะดำเนินการเปิดประมูลทันที

อย่างไรก็ตามโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมเปิดประมูลได้ต้นปี 67 เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) และเงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) คือ โครงการทางพิเศษ (ด่วน) ฉลองรัช ส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ-ถนนลำลูกกา ระยะทาง 16.2 กิโลเมตร (กม.) มูลค่าการลงทุน 2.4 หมื่นล้านบาท ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)