“พิธา” นำทัพก้าวไกล ฉายโรดแมปปี 67 มุ่งสู่ 6 เป้าหมายสำคัญ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล

พิธา เปิดแผนการทำงานพรรคก้าวไกล ปี 67 ชู 6 เป้าหมายสำคัญ มีทั้งทำให้ไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน หยุดแช่แข็งชนบทไทย

  • ชี้จุดหมายการทำงานปี 67 มีการกำหนด KPI ตัวชี้วัด เพื่อประเมินประธานกรรมาธิการฯ ในสัดส่วนของพรรค
  • พร้อมดำเนินการผ่านการเสนอแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เสนอร่างกฎหมายเพิ่มเติม รวมจำนวน 47 ฉบับ
  • เผยกฎหมายสมรสเท่าเทียม-อากาศสะอาด-เปลี่ยนโฉนดที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด มีทิศทางเดียวกับรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ม.ค.67) ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้แถลงถึงแผนการทำงานของพรรคก้าวไกล ปี 2567 หรือ MFP’s Strategic Roadmap โดยมีใจความน่าสนใจตอนหนึ่งกล่าวว่า พรรคก้าวไกลมี Big Bangs หรือ เป้าหมายสำคัญ 6 เป้าหมาย อันได้แก่ 1.การทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ผ่านการปฏิรูปทหาร การแก้รัฐธรรมนูญ 2.การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ผ่านการยกระดับสวัสดิการ และขนส่งสาธารณะ 3.การหยุดแช่แข็งชนบทไทย ผ่านการสนับสนุนทางการเกษตร

4.การปฏิรูปรัฐครั้งใหญ่ ผ่านการกระจายอำนาจ ปฏิรูประบบราชการ 5.การเรียนรู้ทันโลก ผ่านการตัดอำนาจนิยมในสถานศึกษา เสริมสร้างทักษะผู้เรียน 6.การเติบโตแบบมีคุณภาพ ผ่านการสร้างงาน และสนับสนุน SMEs

ทั้งนี้ สำหรับวิธีการดำเนินการสู่เป้าหมายนั้น นายพิธา กล่าวว่า จะดำเนินการผ่านการเสนอแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค และเสนอร่างกฎหมายเพิ่มเติม รวมจำนวนทั้งสิ้น 47 ฉบับ สนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอกับการดำเนินงาน และกำหนดแผนปฏิบัติการ รวมถึงพิจารณาความพร้อมของบุคลากร เพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ

นอกจากนี้ นายพิธา ยังกล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ว่าขณะนี้มีร่างกฎหมายของพรรคฯ ที่สภากำลังพิจารณา ทั้งการสมรสเท่าเทียม การแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 และกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่คณะรัฐมนตรีขอนำไปพิจารณา 60 วัน ส่วนร่างกฎหมายที่บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว และรอการพิจารณาจำนวน 17 ฉบับ อาทิ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ , กฎหมายโคนม และผลิตภัณฑ์นม , กฎหมายรับรองเพศ และคำนำหน้านามบุคคลและร่างกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เป็นต้น และยังมีร่างข้อบังคับ 1 ฉบับที่ถูกสภาปัดตกไปแล้ว ได้แก่ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาก้าวหน้า

นอกจากนั้น ยังมีร่างกฎหมายที่รอนายกรัฐมนตรีรับรอง , ร่างกฎหมายที่กำลังรับฟังความเห็นอยู่ โดยยืนยันว่านโยบายการสมรสเท่าเทียม , สุราก้าวหน้า , การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร , การเปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนด และการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ เป็นนโยบายเรือธงของพรคก้าวไกล ที่จะเสนอเป็นร่างกฎหมาย เพื่อให้เป้าหมายประสบความสำเร็จต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงจุดหมายสำคัญของการทำงานในปี 2567 นายพิธา กล่าวว่า จะมีการกำหนด KPI และตัวชี้วัด เพื่อประเมินประธานกรรมาธิการฯ ในสัดส่วนของพรรค และ สส.ของพรรค ในช่วงเดือน ก.พ. จากนั้นในเดือนเม.ย.พรรคฯ จะพิจารณาในการเปิดอภิปรายรัฐบาลว่า จะเป็นในรูปแบบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรืออภิปรายทั่วไปก่อนจะมีการประชุมใหญ่ของพรรคก้าวไกลในเดือนเดียวกัน เพื่อพิจารณาปรับโครงสร้างองค์กร

จากนั้นในช่วงกลางปี 67 จะมีการเตรียมการเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 68 และปลายปี 67 นี้ พรรคก้าวไกล จะพิจารณาการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นต่อไป

นอกจากนี้ มีผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายที่มีตรงกันกับพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจแค่ไหน ว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะผลักดันนโยบายให้ผ่าน นายพิธา กล่าวว่า เท่าที่ดูจากสถิติ มี 2 กฎหมายที่สามารถผ่านสภาได้ ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สมรสเท่าเทียม และ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ไปกันคนละทาง แต่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีกฎหมายที่ดีที่ตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชน ตนคิดว่าบางเรื่องก็มีทิศทางไปในทางเดียวกัน ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง อาทินโยบายเปลี่ยนโฉนดที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ก็เป็นนโยบายเดียวที่เหมือนกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในทางปฏิบัติ

นายพิธา กล่าวด้วยว่า วันนี้เมื่อฟังการแถลงข่าวแล้วก็ค่อนข้างที่จะชัดเจน ว่าในเมื่อมีทิศทางไปในทางเดียวกัน ก็ไม่เห็นข้อจำกัดคือข้ออ้างใดๆ ที่จะปัดตกตั้งแต่ชั้นกรรมาธิการวาระแรก เพื่อให้ไปคุยกันในรายละเอียดวาระ 2 ต่อ และลงมติในวาระ 3 ถ้าผ่านได้ก็คิดว่าเป็นผลงานของสภาร่วมกัน ที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ในจุดนี้