CAAS ชี้ “สิงคโปร์-ไทย-ญี่ปุ่น-อเมริกา” นำร่องบิน TBO โมเดลความสำเร็จครั้งแรกของโลก ลดมลพิษถึง 10%



  • CAAS ผนึกกำลัง 4 ประเทศสิงคโปร์ญี่ปุ่นไทยสหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จครั้งแรกของโลก
  • ด้วยทดสอบเที่ยวบินสาธิตโคจรเชื่อมหลายภูมิภาค TBO ผนวกใช้น้ำมันเครื่องบินอย่างยั่งยืน SAF ลดปล่อยคาร์บอน
  • การบินแนวใหม่ลดการเผาไหม้เชื้อเพลิงได้ถึง 10% คาดทั่วโลกตื่นตัวหันมาบินแบบใหม่ในแบบ TBO

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งสิงคโปร์ (CAAS) รายงานว่า CAAS ร่วมกับผู้ให้บริการการเดินอากาศ (ANSP) ของทั้ง 4 ประเทศ คือ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ประเทศไทย และสหรัฐอเมริกา (US) ประสบความสำเร็จในการบินสาธิตปฏิบัติการตามวิถีโคจรหลายภูมิภาค (TBO-Trajectory-Based Operations) เป็นครั้งแรกของโลก โดยใช้เครื่องบินโบอิ้ง 787-10 ecoDemonstrator Explorer ANSPs และ Boeing และยังได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมเพื่อยืนยันความมุ่งมั่นในการทำให้ TBO เป็นจริงทั่วโลกสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงการบินลงได้ถึง 10%

หลังจากได้ทำเที่ยวบินสาธิตเริ่มออกเดินทางจากเมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา ไปยัง กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เมื่อ 11 มิถุนายน 2566 โดยลงจอดที่สนามบินชางยี สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน เวลา 20.08 น. แล้วออกเดินทางจากสิงคโปร์มายัง กรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2566

ซึ่งเที่ยวบินสาธิตดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในโครงการความร่วมมือ 3 ปี ที่องค์กรการบินของแต่ละประเทศมุ่งปรับปรุงประสิทธิภาพการบิน หันมาใช้น้ำมันการยืนที่ยั่งยืน (SAF -Sustainable Aviation Feul) เข้ามาลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยวิธีสร้างศักยภาพทุกองค์ประกอบดังกล่าวสามารถช่วยลดการเผาไม้เชื้อเครื่องบินลงได้ถึง 10% และการบินสาธิตครั้งนี้ได้ยืนยันถึงความสำเร็จถึงเรื่องความสามารถทางเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาและทดสอบในชุดการสาธิตจากห้องปฏิบัติการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565

ปัจจุบัน เที่ยวบินระหว่างประเทศได้รับการจัดการผ่านเขตข้อมูลเที่ยวบิน (FIR) หลายแห่ง โดยมี ANSP ที่เกี่ยวข้องแต่ละ ANSP จะทำหน้าที่แยกกันและอย่างอิสระ ภายใต้ TBO นั้น ANSP จะแบ่งปันข้อมูล เช่น สภาพอากาศ การปิดน่านฟ้า และการจราจรอื่น ๆ ทำงานร่วมกันเพื่อวางแผนและเพิ่มประสิทธิภาพวิถีการบินทั้งหมดของเครื่องบินทั่วเขตข้อมูลเที่ยวบิน ตั้งแต่บินขึ้นจนถึงลงจอดบนรันเวย์แต่ละสนามบิน ซึ่งเป็นความสามารถพัฒนาด้วยฟังก์ชันเหล่านี้ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเที่ยวบินจริงทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน กับการเจรจาวิถีการบินระหว่าง ANSP หลายเครื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้เครื่องบินที่กำลังได้รับการทดสอบในเที่ยวบินสาธิตครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

พร้อมทั้งคาดว่า TBO หลายภูมิภาค จะเริ่มเดินหน้าทำเรื่องที่สำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 เปลี่ยนวิธีจัดการการจราจรทางอากาศ” ตามพื้นฐานแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากจากสิ่งเหล่านี้ เรื่องที่ 2 ปรับปรุงความปลอดภัยและประสิทธิภาพ เรื่องที่ 3 ลดความล่าช้าและการหยุดชะงัก ลดค่าใช้จ่ายและเวลาการเดินทาง และลดการเผาไหม้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ

นาย Han Kok Juan ผู้อำนวยการใหญ่ CAAS กล่าวว่า สิงคโปร์ยินดีที่ได้เป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ไทย และสหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนาและทดสอบขีดความสามารถใหม่ ๆ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบินและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ คือการยอมรับตำแหน่งของเราในฐานะผู้ให้บริการศูนย์กลางการบินและการเดินอากาศชั้นนำและเป็นผู้บุกเบิกการบินอย่างยั่งยืน ด้วยการลงนามในแถลงการณ์ร่วม รวมทั้งตั้งตารอจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการการเดินอากาศรายอื่นและพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเปลี่ยนแปลงการจัดการจราจรทางอากาศและทำให้อนาคตของการเดินทางทางอากาศมีความยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป

ทั้งนี้ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO -International Civil Aviation Organization) ประกาศเมื่อเดือนกันยายน 2565 ยอมรับเป้าหมายระยะยาวเรื่องการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 แม้ว่าการบินจะเป็นภาคส่วนที่ลดได้ยาก แต่ตอนนี้มีฉันทามติทั่วโลกอย่างชัดเจนระหว่างรัฐบาลต่าง ๆ และอุตสาหกรรมจะไม่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ เนื่องจากการบินฟื้นตัวหลังโควิด-19 ระบบการบินระหว่างประเทศจะต้องเปลี่ยนแปลงสร้างใหม่เข้าสู่ความยั่งยืนมากขึ้น

ขณะนี้เริ่มอุตสาหกรรมการบินกำลังตื่นตัวทำเรื่องการใช้ เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF -Suatainable Aviation Feul) ซึ่งทางสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA -International Air Transportation Association) คาด SAF จะรณรงค์ให้อุตสาหกรรมการบินลดคาร์บอนได้มากกว่า 60% ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ดังนั้น SAF จะเป็นองค์ประกอบสำคัญในความพยายามด้านการบินอย่างยั่งยืนทั่วโลก เช่นเดียวกับสิงคโปร์ซึ่งจะทำยกระดับเป็นศูนย์กลางอากาศที่ยั่งยืนด้วย

ปัจจุบันสิงคโปร์มีโรงงานผลิต SAF ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว แล้วทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสิงคโปร์ (CAAS) ก็ได้แสดงให้เห็นผ่าน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ เทมาเส็ก ชางยี แอร์พอร์ต กรุ๊ป เอ็กซอนโมบิล และเนสเต้ ว่า ทุกฝ่ายในสิงคโปร์มีความสามารถด้านปฏิบัติการที่จะยกระดับการใช้ SAF รวมถึงเที่ยวบินสาธิตครั้งนี้ ได้จัดหา SAF แบบผสม 35% มาใช้ในเที่ยวบินที่ออกจากสนามบินชางยีด้วยเช่นกัน

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใย สามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen