
บิ๊ก AOT ระดมทุกหน่วยเตรียมพร้อม 2 สนามบินใหญ่ “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง” รับทัวร์จีนใช้วีซ่าฟรีเข้าไทย 25 ก.ย.66
- คาด 7 วันแรกจีนทะลัก “สุวรรณภูมิ” 674 เที่ยวบินผู้โดยสารพุ่ง 130,593 คน
- “ดอนเมือง” มีเที่ยวบิน 414 เที่ยวผู้โดยสาร 43,783 คน
ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า เตรียมรองรับผู้โดยสารจีนและคาซัคสถานตามนโยบาย Visa Free ของรัฐบาล เริ่ม 25 กันยายน 2566-29 กุมภาพันธ์ 2567 จึงได้จัดประชุมเดินหน้าประสานบูรณาการทำงาน เพื่ออำนวยความสะดวกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านต่าง ๆ ทั้งจัดการตารางการบิน การอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง การตรวจค้น การจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เร่งบริหารจัดการสนามบินที่อยู่ในความดูแลให้การบริการมีประสิทธิภาพรักษาระดับบริการตามมาตรฐานที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามายัง 2 สนามบินหลักของไทย คือ สุวรรณภูมิ (ทสภ.) และดอนเมือง (ทดม.)
หลังรัฐบาลประกาศใช้วีซ่าฟรีคาดการณ์ที่ “สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ” ช่วง 7 วันแรกระหว่าง 25 กันยายน – 1 ตุลาคม 2566 จะมีจำนวนเที่ยวบินจาก “สาธารณรัฐประชาชนจีน”เพิ่มขึ้น ดังนี้

ส่วนที่ 1 จำนวนเที่ยวบินมากถึง 674 เที่ยว (เฉลี่ย 96 เที่ยว/วัน เป็นขาเข้าและขาออกขาละ 337 เที่ยว เปรียบเทียบกับข้อมูลการบินจริงก่อนมาตรการช่วง 7 วัน ระหว่าง 11 – 17 กันยายน 2566 มีเที่ยวบินขาเข้าและขาออกรวม 509 เที่ยวบิน เฉลี่ย 72 เที่ยว/วัน แบ่งเป็น ขาเข้า 254 เที่ยว และขาออก 255 เที่ยว
ส่วนที่ 2 จำนวนผู้โดยสารจีนรวม 130,593 คน เฉลี่ย 18,656 คน/วัน แบ่งเป็นขาเข้า 65,584 คน ขาออก65,009 คน เทียบกับข้อมูลการบินที่เกิดขึ้นจริงช่วงก่อนมาตรการ 7 วัน ระหว่าง 11 – 17 กันยายน 2566 มีผู้โดยสารจีนรวม 67,761 คน เฉลี่ย 9,680 คน/วัน) แบ่งเป็นขาเข้า 34,801 คน และขาออก 32,960 คน
ทางด้าน “คาซัคสถาน” คาดช่วงมาตรการ 7 วันแรก ระหว่าง 25 กันยายน – 1 ตุลาคม 2566 จะมี ส่วนที่ จำนวนเที่ยวบินรวม 6 เที่ยว แบ่งเป็นขาเข้าและขาออก ขาละ 3 เที่ยว เท่ากับช่วงก่อนมาตรการ และคาดจะมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 1,338 คน แบ่งเป็นขาเข้าและขาออก ขาละ 669 คน เทียบกับข้อมูลการบินที่เกิดขึ้นจริงช่วงก่อนมาตรการ 7 วัน ระหว่าง 11 – 17 กันยายน 2566 ซึ่งมีผู้โดยสาร 853 คน แบ่งเป็น ขาเข้า 473 คน และขาออก 413 คน

ขณะนี้ทางสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิได้บูรณาการการบริหารจัดการขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่
“กระบวนการผู้โดยสารขาเข้า” ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ปัจจุบันมีช่องตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (ตม.) ขาเข้า 138 ช่องตรวจ (ช่องปกติ 118 ช่องตรวจ และช่อง Visa On Arrival อีก 20 ช่องตรวจ) รวมทั้งมีเครื่อง Auto Channel 16 เครื่อง รองรับผู้โดยสารได้ 7,140 คน/ชั่วโมง (กรณีที่ใช้งานทุกช่องตรวจ) ระยะเวลาใช้ตรวจลงตรา 1 นาที/คน มีพื้นที่รองรับผู้โดยสาร 1,550 ตารางเมตร
รวมทั้งวางแนวทางรับมือกรณีผู้โดยสารเดินทางหนาแน่นบริเวณช่องตรวจหนังสือเดินทางขาเข้า ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตม.ให้นั่งเต็มทุกเคาน์เตอร์ในชั่วโมงหนาแน่น (ช่วงกลางวัน 11.00 – 16.00 น.)
ขั้นตอนที่ 2 บริการรับกระเป๋าสัมภาระ ปัจจุบันมีสายพานรับกระเป๋าขาเข้าเที่ยวบินภายในประเทศ 4 สายพาน และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 18 สายพาน หากผู้โดยสารหนาแน่นบริเวณสายพานรับกระเป๋า ทางสนามบินจะกำกับดูแลและติดตามเวลาใบแรก (First Bag) และใบสุดท้าย (Last Bag) จากผู้ประกอบการให้บริการภาคพื้นและสายการบิน ตอนนี้ผู้รับสัมปทานผู้ให้บริการภาคพื้นหลัก คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท บางกอก ไฟลท์เซอร์วิส จำกัด จากช่วงปลายปี 2565 จนถึงปัจจุบันสามารถทำได้อยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นแล้ว
“กระบวนการผู้โดยสารขาออก” ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วางแผนบริหารจัดการขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่
ขั้นตอนที่ 1 การเช็กอิน มีจำนวนเคาน์เตอร์เช็กอินแบบเดิม 302 เคาน์เตอร์ ใช้เวลาเฉลี่ย 3 นาที/คนและมีเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (CUSS) 196 เครื่อง พร้อมเครื่องรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD) 50 เครื่อง ใช้เวลาเฉลี่ย 1 นาที/คน พร้อมทั้งได้กำหนดแนวทางลดปัญหาความหนาแน่น แนะนำให้ทำ Early Check-in โดยได้ประสานสายการบินให้นั่งเคาน์เตอร์ให้เต็ม และประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารใช้ CUSS และ CUBD
ขั้นตอนที่ 2 บริการจุดตรวจค้น ปัจจุบันมีจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ 3 โซน เครื่องเอ็กซเรย์ 25 เครื่อง ติดตั้งระบบ Automatic Return Tray System (ARTS) ใช้ระยะเวลาตรวจค้นไม่เกิน 7 นาที/คน โดยได้วางแนวทางลดความหนาแน่นเกลี่ยแถวในโซนจุดตรวจค้นที่หนาแน่น
ขั้นตอนที่ 3 การตรวจลงตรา ปัจจุบันมีช่องตรวจหนังสือเดินทาง ตม.ขาออก 69 ช่องตรวจ และเครื่อง Auto Channel 16 เครื่อง ใช้ระยะเวลาในการตรวจลงตรา 1 นาที/คน มีพื้นที่รองรับผู้โดยสาร 2,199 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ 4,149 คน/ชั่วโมง ได้วางแนวทางลดความหนาแน่นบริเวณ ตม.ขาออก โดยประสานเจ้าหน้าที่ ตม.ให้นั่งเต็มทุกเคาน์เตอร์ในชั่วโมงหนาแน่น แบ่งเป็น ช่วงเช้า 06.00 – 07.00 น. ช่วงกลางวัน 14.00 – 15.00 น. และช่วงกลางคืน 21.00 – 23.00 น.

ดร.กีรติ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมที่ “สนามบินนานาชาติดอนเมือง” ช่วงมาตรการ 7 วันแรกระหว่าง 25 กันยายน – 1 ตุลาคม 2566 ส่วนที่ 1 จะมีจำนวนเที่ยวบินจีนรวม 414 เที่ยว เฉลี่ย 60 เที่ยว/วัน แบ่งเป็น ขาเข้าและขาออก ขาละ 207 เที่ยว เปรียบเทียบกับข้อมูลการบินจริงช่วงก่อนมาตรการ 7 วันก่อน ระหว่าง 11 – 17 กันยายน2566 มีเที่ยวบินขาเข้าและขาออกรวม 326 เที่ยว เฉลี่ย 47 เที่ยว/วัน) แบ่งเป็นขาเข้า 163 เที่ยว และขาออก 163 เที่ยว ส่วนที่ 2 จำนวนผู้โดยสารมากับเที่ยวบินจีนรวม 57,549 คน เฉลี่ย 8,222 คน/วัน แบ่งเป็นขาเข้า 28,648 คน ขาออก 28,901 คน เปรียบเทียบกับข้อมูลการบินจริงช่วงก่อนมาตรการ 7 วัน ระหว่าง 11 – 17 กันยายน 2566 มีผู้โดยสารจีนรวม 43,783 คน เฉลี่ย 6,255 คน/วัน แบ่งเป็นขาเข้า 21,740 คน และขาออก 22,043 คน
ตามข้อมูลตารางการบินฤดูร้อนที่สนามบินนานาชาติดอนเมือง เริ่มตั้งแต่ 26 มีนาคม 2566 มีสายการบินแจ้งบินเข้า – ออก ระหว่างดอนเมืองกับสนามบิน ในสาธารณรัฐประชาชนจีนรวม 25 แห่ง รวมทั้งหมด 9 สายการบิน แบ่งเป็นจีน 6 สายการบิน และไทย 3 สายการบิน
สถิติตั้งแต่ 1 มกราคม – 17 กันยายน 2566 1.จำนวนเที่ยวบินระหว่างดอนเมืองกับสนามบินต่าง ๆ ของสาธารณรัฐประชาชนจีนรวม 13,293 เที่ยว แบ่งเป็น ขาเข้า 6,642 เที่ยว ขาออก 6,651 เที่ยว 2.จำนวนผู้โดยสารเดินทางเข้า– ออกรวม 1,950,636 คน แบ่งเป็น ขาเข้า 987,507 คน และขาออก 963,129 คน
ขณะนี้ทางสนามบินนานาชาติดอนเมืองการเตรียมพร้อมรองรับผู้โดยสารที่จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจหนาแน่นบริเวณจุดตรวจหนังสือเดินทางและจุดตรวจค้น จึงมีแผนปฏิบัติดังนี้
“กระบวนการผู้โดยสารขาเข้า” ได้แก่ บริเวณจุดตรวจลงตราหนังสือเดินทาง ทดม.ได้จัดสรรช่องตรวจหนังสือเดินทางให้สำหรับผู้โดยสารชาวจีนโดยเฉพาะ 4 ช่องตรวจ (ช่องตรวจหมายเลข 24, 26, 28 และ 30) พร้อมจัดทำป้ายบอกทางเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารชาวจีน
“กระบวนการผู้โดยสารขาออก” ได้เปิดบริการจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกทุกช่องตรวจตลอดเวลาที่มีเที่ยวบินขาออกคับคั่ง รวมทั้งได้จัดสรรเครื่องบินที่จอดค้างคืนให้เข้าจอดตามหลุมจอดแบบ MARS Stand เพื่อเพิ่ม Apron Capacity CODE C อีก 11 หลุมจอด ทำให้ดอนมีหลุมจอดทั้งหมด 111 หลุมจอด (CODE A – B จำนวน 10 หลุมจอด)
พร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่ Airport Help ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดระเบียบแถวคอยของผู้โดยสารตรงบริเวณจุดคับคั่ง จัดเตรียมที่จอดรถบริการกรุ๊ปทัวร์ (รถบัส) บริเวณประตู 7 – 8 และระหว่างทางเข้าประตู 15 กับอาคารจอดรถ 7 ชั้น ซึ่งสามารถจอดรถบัสได้ 2 คัน
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen










