ธอส. ฉลองครบ 70 ปีจัดเต็มโปรฯเด็ดเพื่อคนอยากมีบ้านชูปล่อยสินเชื่อใหม่แล้วกว่า 1.63 แสนล้าน



ธอส.ฉลองครบรอบ 70 ปี ยกทัพโปรโมชันเด็ดเอาใจคนอยากมีบ้าน เผยผลงานปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึง 162,760 ล้านบาท พร้อมรับนโยบายรัฐ ช่วยคนมีรายได้น้อยให้มีบ้าน

  • พร้อมออกโปรโมชันสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 6 เดือนแรกเพียง 0.70% ต่อปี
  • เงินฝากออมทรัพย์อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 7.70% ต่อปี
  • เผยสรรหาเอ็มดีคนใหม่ อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ คาดได้เห็นในเร็วๆ นี้

นายกฤษณ์ เสสะเวช กรรมการธนาคาร และรักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่าเนื่องในโอกาสวันครบรอบสถาปนา 70 ปี ธอส. ในวันที่ 24 ก.ย. 2566 ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ผ่านการปล่อยสินเชื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า4.4 ล้านครอบครัว และในปี 2566 ที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ธอส. จึงยังคงมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดย ณ วันที่ 31 ส.ค. 2566 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 151,813 ล้านบาท จำนวน121,016 บัญชี คิดเป็น 64.47% ของเป้าหมายสินเชื่อใหม่ในปี 2566 ที่ตั้งไว้ที่ 235,480 ล้านบาท
ส่งผลให้เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2565 ธอส. มียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,658,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.74% มีสินทรัพย์รวม 1,698,448 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.35% เงินฝากรวม 1,452,142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.52%
หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 71,389 ล้านบาท หรืออยู่ที่ 4.31% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 0.57% จากสิ้นปี 2565 ที่มี NPL อยู่ที่ 3.74% ของยอดสินเชื่อรวม

โดยได้มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
ที่ 140,725 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL สูงถึง 197.12% สะท้อนความมั่นคงและความพร้อมในการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต และมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่15.18% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด

ทั้งนี้ ล่าสุด ณ วันที่ 19 ก.ย. 2566 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 162,760 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของเป้าหมายสินเชื่อใหม่ในปี 2566 ส่วนสภาพคล่องในปัจจุบันเพียงพอเพื่อปล่อยสินเชื่อใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สำหรับเป้าหมายกำไรที่ธนาคารตั้งไว้ทั้งปีที่ 14,000 ล้านบาท โดยช่วง 7 เดือนแรกของปี 66 สามารถทำได้แล้ว 8,000 กว่าล้านบาท

ขณะเดียวกัน ธอส. ยังพร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และผู้ที่เข้าไม่ถึงแหล่งทุน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสิ่งแวดล้อม(Green Loan) โดย ณ วันที่ 19 ก.ย. 2566 ได้ปล่อยสินเชื่อ Green Loan จำนวนมาก อาทิ สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ปี 2566 มีลูกค้าได้รับสินเชื่อแล้ว
จำนวน 6,170 บัญชี วงเงิน 8,514.02 ล้านบาท, สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 ลูกค้าได้รับสินเชื่อแล้วจำนวน 270 บัญชีวงเงิน 519.22 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อ Green Loan สูงถึง 120.44% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7,500 ล้านบาท

รวมถึงโครงการสินเชื่อเพื่ออาคารคาร์บอนต่ำ (Project Loan For Carbon Reduction Building) สำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งธนาคารอนุมัติวงเงินกู้แล้วจำนวน 7 โครงการ วงเงินรวม 259.50 ล้านบาท คิดเป็น 28.83% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 900 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณาสินเชื่ออีกจำนวน 9 โครงการ วงเงินรวม 850 ล้านบาท

นายกฤษณ์ กล่าวด้วยว่า เพื่อสนองนโยบายของรัฐอย่างต่อเนื่อง และฉลองครบรอบวันสถาปนา 70 ปี ธอส. ได้จัดทำโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับลูกค้า ทั้งด้านสินเชื่อ เงินฝาก สลากออมทรัพย์ และบ้านมือสอง โดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน 70 ปี ธอส. อัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่นาน 3 ปีแรก โดยเดือนที่ 1 – 6 เท่ากับ 0.70% ต่อปี เดือนที่ 7 – 24 เท่ากับ 2.70% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.70% ต่อปี หรือเฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 2.70% สำหรับลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อ ปลูกสร้างต่อเติม ซ่อมแซม หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบัน
การเงินอื่น กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระต่อเดือนเพียง 3,500 บาท นานถึง 2 ปี ผลปรากฏว่า มีลูกค้าให้ความสนใจยื่นขอสินเชื่อแล้ว 5,555.76 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 9 วันเท่านั้น

ขณะเดียวกันสำหรับลูกค้าที่ขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง วงเงินขอกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาทธอส.มอบโปรโมชันค่าธรรมเนียม โดยลดภาระค่าใช้จ่ายจากการที่ธนาคารรับภาระค่าธรรมเนียมแทนผู้กู้ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนอง ในอัตรา 0.01% ของวงเงินจำนองและไม่เกินตามที่จ่ายจริง สำหรับลูกค้าที่ทำนิติกรรมแล้วเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. – 30 พ.ย. 2566 และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ หรือห้องชุด ไม่เกิน 25% ของค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ หรือห้องชุด ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 0.25% ของวงเงินจำนอง สำหรับลูกค้าที่ทำนิติกรรมแล้วเสร็จ ตั้งแต่วันนี้ – 29 ก.ย. 2566 (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)

ด้านเงินฝากออมทรัพย์ครบรอบ 70 ปี ธอส. อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดสูงสุดถึง 7.70% ต่อปี โดยตั้งแต่วันที่เปิดบัญชีถึงวันที่ 31 มี.ค. 2568 จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 0.70% ต่อปี และตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 30 ก.ย. 2568 จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 7.70% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยรวมสูงถึง 2.43 – 2.53% ต่อปี บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)

นายกฤษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับลูกหนี้ในกลุ่มเปราะบางของธนาคาร ขณะนี้ได้ดำเนินการเข้าปรับโครงสร้างหนี้ใหม่เป็นแบบยั่งยืน คิดเป็นมูลค่า 170,000 ล้านบาท โดย ธอส. ดำเนินการช่วยโดยการลดดอกเบี้ย ลดเงินค่าส่งต่องวด ซึ่งก็ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มนี้พลิกกลับมาเป็นกลุ่มหนี้ดีถึง 70-80% ซึ่งเหลืออีก 20% ธอส. ก็ยังคงช่วยดำเนินการปรับโครงสร้างให้อยู่

ในส่วนของเรื่องดอกเบี้ย ที่ขณะนี้อยู่ในช่วงขาขึ้น ในจุดนี้ก็ไม่มีผลกระทบต่อ ธอส.มากนัก โดยธนาคารได้บริหารงานโดยไม่ได้เน้นในเรื่องกำไรมากเป็นที่ตั้ง รวมถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อก็ไม่ได้เข้มข้นมาก ยังคงช่วยลูกค้าที่อยากมีบ้านอย่างเต็มที่ ให้คำปรึกษา หวิธีการที่ดีที่สุดให้ลูกค้า

นอกจากนี้ นายกฤษณ์ ยังกล่าวถึงในส่วนการสรรหากรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คนใหม่ ว่าขณะนี้อยู่ในขบวนการสรรหาอยู่ ซึ่งก็คาดว่าจะได้ในเร็วๆนี้