
- มีแรงซื้อหุ้นสะสม หลังมองดัชนีดาวโจนส์ร่วงแรงไปในวันก่อนหน้า
- ตลาดรอติดตามรายงานการประชุมของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หาทิศทางดอกเบี้ย
- ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น 3.9% สูงกว่านักวิเคราะห์คาด
เมื่อเวลาประมาณ 22.05 น.ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวที่ระดับ 35,078.42 จุดเพิ่มขึ้น
132.03 จุด หรือ 0.38% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เคลื่อนไหวที่ 4,448.26 จุด เพิ่มขึ้น 10.40 จุด หรือ 0.23% ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส อยู่ที่ 13,628.51 จุด ลดลง 2.53 จุดหรือ ลดลง 0.02%
นักลงทุนกลับมาซื้อหุ้น หลังดัชนีดาวโจนส์ร่วงหลุด 35,000 จุด โดยคาดว่าตลาดหุ้นจะรีบาวส์กลับมา หลังดัชนีลดลงแรงจากปัจจัยลบชั่วคราว โดยติดตามการประกาศผลประกอบการบริษัทในกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ และตัวเลขชี้ทิศทางเศรษฐกิจ
ตลาดยังจับตารายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประจำวันที่ 25-26 ก.ค.ในคืนนี้ หลังจากที่ในการประชุมดังกล่าวFOMC มีมติเป็นเอกฉันท์ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 22 ปี
นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดได้ยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว โดยเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนก.ย. และในช่วงที่เหลือของปีนี้ ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า
อย่างไรก็ดี นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย ในการแถลงข่าวหลังการประชุมเมื่อวันที่ 26 ก.ค. โดยกล่าวแต่เพียงว่า เฟดไม่มีการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินไว้ล่วงหน้า โดยจะทำการตัดสินใจในการประชุมเป็นรายครั้ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในขณะนั้น
“มีความเป็นไปได้ที่เราอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. หากข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าวสนับสนุนให้เราดำเนินการเช่นนั้น แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกันที่เราอาจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. หากการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับจุดยืนด้านนโยบายของเรา” นายพาวเวลกล่าว
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยวันนี้ว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 3.9% สู่ระดับ 1.452 ล้านยูนิตในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.448 ล้านยูนิต ส่วนการอนุญาตก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับ1.44 ล้านยูนิตในเดือน ก.ค.










