
ททท.ทุ่มลงทุน ปี’66-67 หันใช้ดิจิทัลขยายตลาดท่องเที่ยวไทยและต่างชาติทั่วโลก
- พึ่ง 5 ไฮเทค “เกมออนไลน์-AI-NFT-Metaverse-แพลตฟอร์ม” เพิ่มจุดขาย Smart Travel
- ผนึก Bitkub ผุดเมือง Metaverse สร้างโลกเสมือนจริงทำการค้าท่องเที่ยวโปรโมชั่น
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัยและพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์นำเสนอเทคโนโลยีดิจิทัลการท่องเที่ยวในงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย” ประจำปี 2566 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “นวัฒนธรรม -Innovation Culture Tourism” สื่อถึงเนื้อหานวัตกรรมทางวัฒนธรรมอย่างเต็มที่ในเชิงการท่องเที่ยวยั่งยืนต้นแบบรักษ์โลก รวมทั้งการผลักดันสินทรัพย์ดิจิทัล และผ่านเกมต่าง ๆ มุ่งเดินหน้าสื่อสารกับคนแต่ละวัย
ตามแผน ททท.จะใช้กลยุทธ์ดิจิทัลผลักดันกระตุ้นการท่องเที่ยวเติบโตผ่านเครื่องมือหลัก 5 ส่วน 5 เทคโนโลยีล้ำสมัยได้แก่

ส่วนที่ 1 เกมออนไลน์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ททท.ได้จับมือกับ Yggdrazil Group ผู้พัฒนาเกมซีรีส์ Home Sweet Home และบริษัท โอกิลวี่ (ประเทศไทย) เปิดตัวแคมเปญ The Hunt for Amazing Cultures โดยใช้เกมส์ออนไลน์เชื่อมโยงเครือข่ายผู้เล่นทั่วโลก นำเสนอ Thai Soft Power วัฒนธรรม ความเชื่อ สร้างคอนเทนต์ชีวิตหลังความตายหรือผีซึ่งสามารถเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ สำเร็จ ซึ่งได้เปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วเกมเมื่อเร็ว ๆ นี้ พร้อมกับสอดแซก 3 เรื่องหลัก ได้แก่
1.โลเกชั่นได้นำพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นอัตลักษณ์มาใส่เป็นฉากหลังในเกมทั้ง 5 ภูมิภาค 2. ไอเท็มต่าง ๆ คัดสรรเครื่องลางของขลังที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่น หัวนะโม ท้าวเวสสุวรรณ น้ำมันพราย เหล็กไหล เพชรตาแมวตะกรุด และอื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าตามพื้นที่ของจังหวัดต่าง ๆ 3. เครื่องแต่งกาย จะชูไฮไลต์ชุดไทยออเจ้าตามแบบในละครบุฟเฟต์สันนิวาส หากใครได้ใส่ก็จะสามารถมีพลังในเกมเพิ่มมากขึ้นด้วย
ส่วนที่ 2 NFT หน่วยของที่จัดเก็บข้อมูลทางการท่องเที่ยว ผสมผสานเข้ากับงานศิลปะ โดยจะทำให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วยวิธีนำมาสคอต “น้องสุขใจ” มาต่อยอด แล้วก็นำ Blockchain มาใช้ทำให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นงานศิลปะสวยงามเก็บสะสมได้แล้ว ยังแปลงโฉมเป็น Smart คูปองได้ด้วย ททท.ทำร่วมกับผู้ประกอบการทั่วประเทศ ขณะนี้นำร่องแล้ว 5 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ระยอง ขอนแก่น ในแต่ละพื้นที่จะมีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมจังหวัดละหลาย 10 ราย เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลของน้องสุขใจ Smart Travel ซึ่งเปิดให้เล่นได้ตลอดเดือนสิงหาคม 2566 ก่อนหน้านี้ได้ทดลองทำมาบ้างแล้วเมื่อเดือนเมษายน 2566

โดยได้ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวดิจิทัล ผูกเข้ากับ Smart Travel เป็นความพยายามดึงเทคโนโลยีเข้ามาใช้โดยไม่มีความซับซ้อนมากนัก ริเริ่มแล้ว 5 เส้นทาง ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ นำเสนอพื้นที่ท่องเที่ยว “ตลาดน้อย” ซึ่งมีงานศิลปะกับชุมชน “เชียงใหม่” พื้นที่เขตถนนวัวลาย และประตูท่าแพ สามารถดูได้จาก google map ตามหาน้องสุขใจซึ่งเป็น NFT อาจจะอยู่ตามร้านค้าต่าง ๆ เมื่อหาเจอเก็บได้ก็ให้นำมาใช้แลกสิทธิประโยชน์ได้ “ภูเก็ต” เลือกพื้นที่เมืองเก่าภูเก็ต กับหาดป่าตอง “ขอนแก่น” ถนนข้าวเหนียว เชื่อมโยงไกลถึงภูเวียง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระจายออกไปสู่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม “ระยอง” เลือกพื้นที่ถนนยมจินดา ชุมชนท่องเที่ยว มีร้านค้า ร้านกาแฟ ต่อเนื่องไปจนถึงบ้านเพ ชายหาดและแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ
นายนิธี สีแพร กล่าวว่า ปี 2567 วางแผนนำดิจิทัลเข้ามาเสริมทัพด้านการท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศทั้งระยะใกล้(เอเชียแปซิฟิกใต้) และระยะไกล (ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง อเมริกา) อีก 3 เรื่อง จากฐานเดิมปี 2566 ทำไปแล้ว 2 ส่วน ปีหน้าจะเพิ่มรวมเป็น 5 ส่วนด้วยกัน นั่นคือ
ส่วนที่ 3 เลือกใช้เทคโนโลยี AI -Artificial Intelligence ผสมผสานกับ Virtual Influener เช่น เกาหลีใต้ ใช้น้องRozy ชื่อดัง ปกติจะเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าต่าง ๆ อยู่แล้ว ททท.นำมาประยุกต์ใช้โปรโมตเมืองไทย แนะนำการท่องเที่ยวภาคใต้ แล้วจะขยายไปยังภาคอื่นที่คนเกาหลีนิยมท่องเที่ยว รวมทั้ง NFT ที่นักท่องเที่ยวประเทศอื่น ๆ สนใจ รวมถึง “บัวขาว” มีคนไทยและต่างประเทศติดตาม NFT ศิลปะมวยไทย ได้นำกลยุทธ์การตลาดเข้ามาประยุกต์ใช้ให้มากขึ้น
ส่วนที่ 4 Metaverse-จักรวาลนฤมิต ททท.ร่วมกับ บิทคับ-Bitkub ขับเคลื่อนนำเกมกับเมตาเวิร์สเข้ามาใช้สนับสนุนการท่องเที่ยว โดยจัดทำเป็น “บิทคับเมตาเวิร์ส” ดึงดูดคนเข้าไปได้มากพอสมควร แล้วยังมีแผนจะเปิด “สำนักงาน ททท.สู่โลกเมตาเวิร์ส” ด้วย ภายในอาคารได้ออกแบบประวัติความเป็นมา ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยว นำเสนอโปรโมชั่นสินค้าท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ ทั้งโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว
รวมถึงกำลังหารือจะเพิ่ม “โฆษณาท่องเที่ยวเสมือนจริง” ไว้ในเมตาเวิร์สเพื่อเชิญชวนคนทั่วโลกเข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้น เช่น Soft Power กับกิจกรรม Fight -การต่อสู้ชกมวย Food-ทำอาหารไทย Festival -งานเทศกาลท่องเที่ยวต่าง ๆ และเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึก โดยเก็บ NFT ในโลกเสมือนแล้วรวบรวมมาใช้ประโยชน์ในการเดินทางจริงมาเที่ยวเมืองไทย

สำหรับตลาดต่างประเทศที่นิยมเข้าร่วมกิจกรรมผ่าน NFT และ Metaverse หลัก ๆ ก็จะมีทั้งประเทศแถบ อาเซียนเอเชีย ยุโรป อเมริกา ในกลุ่มซึ่งมีเทคโนโลยีขยายตัว ททท.เร่งศึกษาวิจัยเพื่อขยายผลไปสู่กลุ่มตลาด Digital Nomad จากทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาอยู่ในไทย
ส่วนที่ 5 พัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการลงแข่งขันทางด้านการนำเสนอเทคโนโลยี แล้ว ททท.นำมาต่อยอดการขายท่องเที่ยวของไทย โดยสร้างแพลตฟอร์มกลางเชื่อมต่อกับฝั่ง Supply side และ Demand side เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันผลักดันส่งเสริมดิจิทัลไทยพัฒนามากยิ่งขึ้นได้ รวมพลังกับภาคเอชน และหน่วยงาน ส่งเสริมการตลาดให้แพลตฟอร์มดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย แล้วยังสามารถวิเคราะห์ติดตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวควบคู่กันไปด้วยได้ สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเป็นสารตั้งต้นพัฒนาการตลาด สินค้าบริการ ตอบโจทย์การส่งมอบประสบการณ์กับนักท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและมูลค่าเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะต้องขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ต่อไป
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen










