พาณิชย์ปลื้มโมเดลปั้น CEO รุ่นใหม่สู่การค้าอินเตอร์ ปี’66 ทำสำเร็จ Form Gen Z to be CEO รับสิทธิ์เพียบ



กระทรวงพาณิชย์ปลื้มโมเดลความสำเร็จปั้น CEO รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดการค้าอินเตอร์

  • ปี’66 ทำยอดผู้เข้าร่วม Form Gen Z to be CEO ทะลุเป้ารวมกว่า 23,800 คน 110 สถาบัน
  • แจกสิทธิประโยชน์เพียบ ผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งสมัครงานบริษัทชั้นนำ และ SMEs Pro-active Fund

นางอารดา เฟื่องทอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำโครงการ From Gen Z to be CEO ประจำปี 2566 การจัดอบรมให้ความรู้ต่อเนื่อง13 ครั้ง ซึ่งประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย เพราะมีผลตอบรับดีเยี่ยมจากทั้งสถาบันการศึกษาและองค์กรพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่และบุคคลทั่วไปสนใจรับเข้าร่วมโครงการจำนวนมากรวมกว่า 23,800 คน จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศถึง 110 แห่ง เล็งเห็นความสำคัญการให้โอกาสผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และนักศึกษาได้เรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกห้องเรียน

ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าทำโครงการ From Gen Z to be CEO ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว ด้วยกลยุทธ์การนำประสบการณ์ต่าง ๆ จากแต่ละปีนำมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาเพื่อยกระดับโครงการอบรมปี 2566 ทำให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด ควบคู่การขยายความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนสถานที่ฝึกงานการจัดทำ TOP 100 จากเดิม 7 องค์กร เพิ่มเป็น 16 องค์กร แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่มที่ 1 พันธมิตรที่รองรับนักเรียนนักศึกษาในระดับอาชีวศึกษา 7 องค์กร ได้แก่ บริษัท ฟาร์มโตะ (ไทยแลนด์) จำกัดบริษัท นพดาโปรดักส์ จำกัด (B-Garlic) ภูตะวันออร์แกนิคฟาร์ม บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท ไดสตาร์ เฟรช จำกัด (Plant Factory) ไร่สุวรรณ และฟาร์มโคนม ไทย-เดนมาร์ค

กลุ่มที่ 2 พันธมิตรสำหรับมหาวิทยาลัย อีก 9 องค์กร ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (P&G) และ 4 พันธมิตรน้องใหม่ ได้แก่ บริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) จำกัด (DHL) บริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด(มหาชน) (SVPi) บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) (SVOA) และบริษัท บิซิเนส ออนไลน์ จำกัด (มหาชน) (BOL)”

นางอารดา กล่าวว่า ปี 2566 ทางโครงการได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้น้อง ๆ ผู้มีความสามารถทำคะแนนได้สูงสุด 100 อันดับแรก หรือ TOP 100 ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมเตรียมความพร้อมสมัครงานได้ก่อนซึ่งจัดโดย P&G และ TOP 500 เปิดโอกาสให้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรกลยุทธ์การนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดกลุ่มสตาร์ทอัพ “Go-to-Market Strategies for Startup” โดยมี True รับผิดชอบจัดขึ้น

รวมทั้งยังได้ “เพิ่มสิทธิประโยชน์” ให้นิติบุคคลและบุคคลทั่วไป ที่ทำโครงการแล้วผ่านการทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์จะได้รับสิทธิพิเศษถึง 5 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่ 1 ใบรับรอง E-certificate ส่วนที่ 2 รับสิทธิ์เข้าเรียนหลักสูตร E-academy จากสถาบัน NEA ส่วนที่ 3 ได้เข้าร่วมโครงการ SMEs Pro-active ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มีสิทธิ์ได้รับ SMEs Pro-active Fund และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่กรมขัดขึ้น ส่วนที่ 4 มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการต่อยอดเพื่อพัฒนาศักยภาพเชิงลึกด้านการค้าระหว่างประเทศ

ส่วนที่ 5 ได้สิทธิ์ต่อยอดความสำเร็จโครงการ ถือเป็นพิเศษมากยิ่งกว่า โดยกรมจะคัดเลือกน้อง ๆ ที่เคยเข้าร่วมอบรมและมีธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ของตนเอง แล้วต้องการพัฒนาสินค้าให้มีศักยภาพมากพอจะสามารถส่งออกได้ต่อไป จะเปิดให้เข้ามารับคำปรึกษาพัฒนาธุรกิจจากที่ปรึกษาโครงการซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดต่างประเทศ

ปี 2566 การเดินหน้าโครงการ From Gen Z to be CEO ถือเป็นภาพความสำเร็จเห็นได้ชัดเจนมาก เพราะตอกย้ำถึงความสามารถสร้างโอกาสสู่การเป็น CEO ให้เด็กรุ่นใหม่ได้จริง แล้วเรียกน้องเยาวชนกลุ่มนี้ว่า GEMs Z : GEN Z สื่อถึงการเฟ้นหาเพ็ชรเม็ดงามจากบรรดา GEN Z ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จะได้นำผลิตภัณฑ์ของตนเข้าร่วมแสดงช่วงงานพิธีสรุปผลโครงการวันอังคารที่ 19 กันยายน 2566 ที่ห้อง Grand Hall ชั้น 3 อาคาร ทรู ดิจิทัล พาร์ค (West) สุขุมวิท 101 กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไทยรัฐออนไลน์ สร้างการเข้าถึงความสำเร็จจากโครงการสู่สาธารณชนต่อไป

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen