
ดาวโจนส์ขยับพุ่ง 260 จุด ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 ติดต่อกัน นักลงทุนสบายใจเศรษฐกิจขยายตัว
- ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 9,000 ราย
- ยอดขายบ้านมือสองร่วงลง 3.3% สู่ระดับ 4.16 ล้านยูนิตในเดือน มิ.ย.
เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เคลื่อนไหวที่ระดับ 35,321.36 จุด เพิ่มขึ้น 260.15 จุด หรือ+0.74% ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส เคลื่อนไหวที่ 14,166.86 จุดลดลง 191.16 จุดหรือ–1.33% ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เคลื่อนไหวที่ระดับ 4,543.58 จุด.ลดลง 22.14 จุดหรือ –0.48%
นักลงทุนซื้อหุ้นต่อเนื่อง รับผลประกอบการที่ออกมาดี รวมทั้งเศรษฐกิจที่ส่อขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ ราคาหุ้นของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) พุ่งขึ้นกว่า 2% ขานรับผลประกอบการที่สดใส
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นเทสลาดิ่งลงกว่า 6% หลังนายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า การผลิตรถยนต์ของเทสลาจะชะลอตัวลงในไตรมาส 3/2566 เนื่องจากมีการปิดโรงงานหลายแห่งเพื่อทำการปรับปรุงในช่วงฤดูร้อน
ส่วนราคาหุ้นเน็ตฟลิกซ์ทรุดตัวลงกว่า 8% หลังบริษัทเปิดเผยรายได้ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 2/2566 โดยนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นเน็ตฟลิกซ์ หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 60% นับตั้งแต่ต้นปี 2566
นักลงทุนจับตาผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยข้อมูลจาก FactSet ระบุว่า 74% ของบริษัทในดัชนี S&P 500 ที่ได้เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 แล้ว มีกำไรสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 228,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 242,000 ราย
ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลง 9,250 ราย สู่ระดับ 237,500 ราย
ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น33,000 ราย สู่ระดับ 1.75 ล้านราย
สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองร่วงลง 3.3% สู่ระดับ 4.16 ล้านยูนิตในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน
เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านดิ่งลง 18.9% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดสำหรับยอดขายในเดือนมิ.ย.นับตั้งแต่ปี 2552
การชะลอตัวของยอดขายบ้านมือสองได้รับผลกระทบจากสต็อกบ้านในตลาดที่อยู่ในระดับต่ำ โดยสต็อกบ้านลดลง13.6% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี อยู่ที่ระดับ 1.08 ล้านยูนิต










