IATA ควง AIA เคมบริดจ์ จัดทัพใหม่การบินโลกลด CO2 ปลุกแอร์ไลน์ตื่นตัว-คาด 5 ปี มีฝูงบินไฟฟ้าออกสู่ตลาด



  • IATA ผนึก AIA เคมบริดจ์มหาลัยดัง ประกาศจัดทัพการบินโลกเอาจริงลด CO2 เป็นศูนย์ปี’93
  • ระดมผู้เชี่ยวชาญทำ “โมเดลระบบพื้นฐาน” ใส่พานให้แอร์ไลน์สนานาชาติ รับมือระยะยาว
  • คาดอีก 5 ปีหน้ามี “เครื่องบินไฟฟ้าพิสัยใกล้รุ่นใหม่” ออกวางตลาดแน่นอน

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA/ไออาต้า – International Aviation Transport Association ) รายงานว่า ไออาต้า กับ AIA – Aviation Impact Accelerator ได้ผนึกความร่วมมือเข้าด้วยกันระหว่างอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาคือมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประกาศความร่วมมือเร่งการเปลี่ยนภาคการบินที่จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี 2593 ทั้งสององค์กรจะเดินหน้าวางรากฐานอย่างมั่นคงเพื่อพัฒนาความร่วมมือระยะยาวที่กว้างขึ้น

พร้อมทั้งจะประเมินเรื่องหลักคือ “ผลกระทบทางการเงิน” เพื่อจะทำให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 ต่อยอดจากงานที่มีอยู่ปัจจุบัน พุ่งเป้าเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือตามสถานการณ์เพื่อช่วยสายการบินวิเคราะห์และประเมินเส้นทางการลดคาร์บอนที่มีความแตกต่างกันไป

ความร่วมมือครั้งนี้มี “วัตถุประสงค์” เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูลที่จัดทำเป็นอย่างดีให้กับทางสายการบินและผู้กำหนดนโยบายด้านการเปลี่ยนไปสู่ “ค่าคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์”

ทาง AIA เป็นสถาบันการศึกษาที่มีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติทำหน้าที่รวบรวมประสบการณ์ความหลากหลายจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ นำพาสู่จุดมุ่งหมายเรื่อง “เร่งการเดินทางสู่การบินที่ยั่งยืน” ด้วยวิธีพัฒนาใช้เครื่องมืออย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนเข้าใจถึงการ ทำแผนที่ และจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสู่การบินที่ยั่งยืน เพราะเมื่อช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทางเคมบริดจ์ได้รวบรวมเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ควบคู่กับการพัฒนาความสามารถ “สร้างแบบจำลองระบบพื้นฐาน”จนกระทั่งนำมาใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ศ.ร็อบ มิลเลอร์ ผู้อำนวยการ Whittle Laboratory มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และหัวหน้า AIA กล่าวว่ารู้สึกตื่นเต้นที่จะเปิดตัวความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่าง AIA กับ IATA เพื่อค้นหา “เส้นทางที่เป็นจริง” ในการเปลี่ยนผ่านการบินก้าวสู่ลดการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ให้สำเร็จภายในปี 2593 เนื่องจากไออาต้ามีประวัติการทำงานอย่างแข็งแกร่งทางด้านการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสายการบินกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ แล้วผลักดันการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการบิน จนเชื่อได้ว่าการนำองค์ความรู้นี้มารวมเข้ากับความสามารถในการสร้างแบบจำลองที่ไม่เหมือนใครของ AIA จะมีโอกาสช่วยปลดล็อกการเปลี่ยนแปลงโลกร้อนได้ในอนาคตอันใกล้ได้

Marie Owens Thomsen รองประธานอาวุโสฝ่ายความยั่งยืนและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ไออาต้า กล่าวเสริมว่ายินดีที่ได้ร่วมมือกับ AIA เดินหน้ายกระดับความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางที่มีศักยภาพมาก เพื่อทำให้บรรลุอนาคตความยั่งยืนด้านการขนส่งทางอากาศ การพัฒนาเส้นทางเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน จะมีอิทธิพลต่อแนวโน้มระยะยาวของอุตสาหกรรมการบิน และการทำงานร่วมกันจะเพิ่มอัตราเร่งทำให้เกิดความสำเร็จได้โดยเร็ว

ดังนั้นไออาต้าในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือในอนาคตกับ AIA พร้อมผลักดันโดยมีเป้าหมายจะร่วมมือกันพัฒนาแนวทางปฏิบัติเรื่องการให้ข้อมูลแนะนำวิธีการคำนวณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่อจำนวนผู้โดยสาร ซึ่งเป็นภารกิจของไออาต้าจะทำอย่างดีที่สุดไปพร้อมกับงานอื่นรอบด้าน นำมาใช้ร่วมกับข้อมูลการดำเนินงานของสายการบินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว สามารถปรับเข้าสู่ระบบเป็นอย่างดี

วิธีการทำงานอย่างรัดดังกล่าวจะทำให้ได้ “ผลการคำนวณที่แม่นยำที่สุด” และ “ความโปร่งใส” แก่ทุกคนที่สนใจจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมการบินสามารถก้าวสู่การลดคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกเส้นทางเป็นเรื่องจริงที่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้แน่นอน

ก่อนที่ไออาต้าประกาศร่วมมือครั้งนี้ ทาง AIA เปิดเวทีจัดการประชุม Sustainable Skies World Summit 2023

ซึ่งจัดโดย Farnborough International เพื่อแสดงจุดยืนเรื่องสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินให้มีความพยายามร่วมมือกันทำพันธกรณีลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ โดยมีศาสตราจารย์ Rob Miller เป็นผู้นำขับเคลื่อนนโยบายระดับโลก โดยมีตัวแทนของสหภาพยุโรป การบินพลเรือนของสิงคโปร์ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติในสหรัฐอเมริกา และรัฐมนตรีกระทรวงเงาของสหราชอาณาจักร เข้าร่วมด้วย

บนเวทีการประชุมดังกล่าวทางคณะผู้อภิปรายได้หารือเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกควรมุ่งมั่นลงทุนเชื้อเพลิงการบินทางเลือก และกระตุ้นความสนใจให้หันมาสร้างความสมดุลอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่น ความมั่นคงด้านพลังงาน และอื่น ๆ เพราะอนาคตจะไม่ทำแค่เรื่องการผลิตและใช้เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน หรือ SAFs-Sustainable Aviation Fuels เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีซึ่งเพิ่งจะพัฒนาพัฒนาขึ้นมาได้ไม่นานอย่าง ไฮโดรเจนและแบตเตอรี่ไฟฟ้า

แนวโน้มอีก 5 ปีข้างหน้า อาจจะมี “เครื่องบินไฟฟ้าพิสัยใกล้รุ่นใหม่” จำนวนมากออกสู่ตลาด ดังนั้นคณะผู้อภิปรายจึงได้หารือถึงนัยยะเชิงนโยบายที่ซับซ้อนถึงการวางแผนพัฒนารูปแบบใหม่ที่จะก้าวให้ทันโลกการบินยุคใหม่ รวมถึงความท้าทายด้านการรับรอง กฎระเบียบ การควบคุมการจราจรทางอากาศ และอื่น ๆ ด้วย

ขณะที่สมาชิก AIA มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้เปิดบูธจัดแสดงเครื่องมือที่มีความสำคัญที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกสามารถจะนำมาใช้ในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างประเทศสุทธิให้เป็นศูนย์ ซึ่งประเด็นนี้จะต้องสร้างความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งปลุกความพยายามขึ้นใอุตสาหกรรมเพื่อให้การบินสุทธิเป็นศูนย์กลายเป็นความจริงได้ เพื่อประโยชน์ของคนทั่วโลก

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen