ททท.เปิดแผนปี’67 เที่ยวอีสาน 20 จังหวัด เพิ่มรายได้ 10% ชู “อีสานไปไสกะแซ่บ” ซอฟท์ เพาเวอร์ อาหารมิชลิน+20 เมนูแซ่บ



  • ททท.อีสาน เปิดแผนตลาดท่องเที่ยวปี’67 งัดจุดขายพลัง “ซอฟท์ เพาเวอร์ Food-อาหาร” ตัวชูโรงขยับส่วนแบ่งรายได้เพิ่ม 10%
  • เมืองไทยสุดแซ่บ 20 จังหวัด ชูขายโปรเจกต์หลัก “อีสานไปไสกะแซ่บ”
  • นำมิชลิน 33 ร้าน 4 จังหวัด ผนวก 20 จานแซ่บ และเมนูเด่น 8 สำนักงาน โกยเงินเข้าชุมชนท่องเที่ยวทั่วอีสาน

นางสาวสรัสวดี อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ททท.ภูมิภาคภาคอีสาน ได้จัดทำแผนตลาดประจำปี 2567 โดยชูแฟลกชิพโครงการ “อีสานไปไสกะแซ่บ” เดินหน้ากิจกรรมส่งเสริมตลาดการขายท่องเที่ยวอีสานนำพลัง Soft Power-5F ชูโรงขายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร “Food : อาหาร” ตั้งเป้า “กระจายรายได้” ไปยังพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ มากขึ้น จากปัจจุบันอีสานมีรายได้จากอาหารรวมเพียง 8% ปีหน้าจะต้องขยับขึ้นเป็น 10% ของรายได้ท่องเที่ยวทั้งหมด ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวตอนนี้ทำได้ดีแล้วมีส่วนแบ่งตลาด 15% ของทั้งหมด หรือปีละประมาณ 30-40 ล้านคน-ครั้ง

ดังนั้น ททท.ภูมิภาคภาคอีสาน ต้องเร่งเดินหน้าส่งเสริมตลาดขายการท่องเที่ยวปีงบประมาณ 2567 ที่จะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป เตรียมโปรโมท “อาหารมิชลินกับอาหารอีสาน 20จานแซ่บ” พลัสหรือผนวกเข้าด้วยกันขณะนี้ในอีสานมีร้านอาหารได้รับคัดเลือกประกาศติดดาวมิชลินไกด์เรียบร้อยแล้ว 33 ร้าน กระจายอยู่ 4 จังหวัดได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี

เนื่องจากมิชลินเป็นการสร้างแบรนด์ทำให้อีสานน่าสนใจ ประกอบกับอาหารอีสานเองอย่าง “ส้มตำ” ก็เป็นเมนูอินเตอร์โด่งดังทั้งคนไทยและต่างชาติทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี ต่อไปเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงอีสานในแต่ละพื้นที่จึงต้องใช้จ่ายเงินเลือกรับประทานอาหารมิชลินให้ได้ทั้ง 4 จังหวัดด้วย และจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนพร้อมกับเป็นแรงผลักดันเพิ่มรายได้กระจายเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

ส่วนจังหวัดอื่น ๆ นอกเหนือจาก 4 จังหวัดที่มีมิชลินไกด์ ททท.จะทำโครงการ “ตามหาเมนู 20 จานแซ่บ” อาจจะเป็นอาหารอร่อยที่คนทั่วไปอาจจะยังไม่รู้จัก แต่มีอยู่ในท้องถิ่นมานานแล้ว เช่น ร้าน บ้านไอ้ติม จ.อุดรธานี มีไอศรีมกะทิและไอศรีมชาไทยอร่อยมาก

ขณะเดียวกัน ททท.อีสาน 8 สำนักงาน ใน 20 จังหวัด แต่ละจังหวัดจะนำเสนอจุดขายอาหารถิ่น ได้แก่ 1.นครพนม ทำเรื่อง “สนุกปาก สนุกวิถีอาหารชนเผ่า” นำเสนออาหารชาติพันธุ์ของชนเผ่าพื้นถิ่น ซึ่งในจังหวัดมีมากถึง 7-8 ชาติพันธุ์2.สุรินทร์ “กินอย่างช้าง” ซึ่งไม่ได้กินเฉพาะกล้วยอ้อยอันเป็นของหวานช้างเท่านั้น แต่ถ้าจะกินอย่างช้างต้องเลือกอาหารสุขภาพ 3.บุรีรัมย์ จะชวนมากิน ฟินอาหารถิ่นเซาะกราว คัดสรรเมนูเพื่อสุขภาพ 4.นครราชสีมา “ท่องถิ่น กินเที่ยว”

5.ขอนแก่น ชู “อาหารนำทาง :from Local to Your Dishes นำเสนออาหาร Chef Table ให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น 6.อุดรธานี “กินแล้วได้…ไหว้แล้วปัง @นคราธานี” 7.อุบลราชธานี “อุบล เที่ยวให้คนตะโกนว่า…แซ่บ” และ8.จังหวัดเลย ชู “แซ่บนัว อาหารถิ่น ฟินเลย หนองบัวลำภู”

รวมทั้งห้ามพลาด “ขับรถเที่ยวอีสานเขียว” ตลอดฤดูฝน Green Season สามารถพาครอบครัวชมทัศนียภาพและบรรยากาศความเขียวขจีชุ่มฉ่ำสวยงาม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระจายและเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวสู่ชุมชนร่วมกันสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen