
- ถือเป็นอีกครั้งที่ไทยได้ร่วมกับนานาประเทศแสดงจุดยืน
- เผยความมุ่งมั่นแก้ปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- เน้นนโยบาย BCG เป็นกลไกหลักร่วมนานาประเทศลดปัญหาโลกร้อน เร่งสร้างกลไกเอกชนมีส่วนร่วม
วันที่ 2 พ.ย. 2564 น.ส.ไตรศลี ไตรสรณกุล โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ขอบคุณคณะเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานต่างๆ ที่สนับสนุนภารกิจการเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (UNFCCC: COP26) ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-3 พ.ย. 2564 ให้ผ่านลุล่วงไปด้วยดี
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีพอใจกับภาพรวมของการได้ร่วมแสดงบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศในครั้งนี้ ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ไทยได้ร่วมกับนานาประเทศแสดงจุดยืน และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาโลกร้อน ซึ่งต้องดำเนินการหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การดำเนินนโยบายในระดับมหภาคเพื่อให้ภาครัฐ อุตสาหกรรม ธุรกิจ และประชาชน เห็นความสำคัญของปัญหาและร่วมกันแก้ไข
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การผลักดันเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG ตลอดจนการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า หรือยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สิทธิประโยชน์สูงสุด ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานบีโอไอ รวมถึงสิทธิประโยชน์ของหน่วยงานต่างๆ เพื่อจูงใจการลงทุน เป็นหนึ่งในการแสดงความมุ่งมั่นของรัฐบาล ในการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจของประเทศเป็นการผลิตและการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
“นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การร่วมกับนานาประเทศเพื่อลดปัญหาโลกร้อน หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่วนของรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการกำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการจูงใจให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการมีมาตรการสร้างแรงจูงให้เอกชนลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายBCG และความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือและพลังจากภาคประชาชน ภาคเอกชนทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการ ร่วมกันขับเคลื่อน” น.ส.ไตรศุลีกล่าว
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุม นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางกลับจากสหราชอาณาจักร ถึงท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ในวันที่ 3 พ.ย. 64 เวลาประมาณ 18.40 น.










