
- ร่วมยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
- สร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย
- รองรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว จากการเปิดประเทศ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งคาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยเป็นจำนวนมากทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยต้องปรับตัว เพื่อรับกับการท่องเที่ยววิถี New Normal ที่จะเกิดขึ้น
โดยข้อมูลภาพรวมล่าสุดของสถานประกอบการทั่วประเทศที่ผ่านมาตรฐาน SHA มีจำนวน 18,722 ราย และ SHA Plus+ มีจำนวน 4,396 ราย ( ณ วันที่ 29 ต.ค. 2564) จึงอยากขอเชิญชวนผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯให้สมัครเข้าร่วมได้ที่ www.thailandsha.com
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ลงทะเบียน SHA Plus+ จะต้องผ่านเกณฑ์ SHA และต้องมีพนักงานในสถานประกอบการได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ไม่น้อยกว่า 70% ของพนักงานทั้งหมด และพนักงานต้อนรับ (Frontline) ที่ต้องพบเจอนักท่องเที่ยวต้องฉีดครบ 100% เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแบบ New Normal ที่สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ให้บริการก็มีความปลอดภัยด้วย
นางสาวรัชดา กล่าวว่า โครงการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA)) เป็นโครงการความร่วมมือของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ โดยนำมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุขผนวกกับมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพของสถานประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดี มีความสุขและความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการประเทศไทย
ทั้งนี้ภายใต้โครงการฯ จะมีสัญลักษณ์ SHA ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านสินค้าและบริการ รวมทั้งด้านสุขอนามัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีมาตรการทางสาธารณสุขเป็นหัวใจหลัก อาทิ การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายการบันทึกประวัติผู้ให้บริการและผู้รับบริการหรือนักท่องเที่ยว การสวมใส่หน้ากากอนามัย และถุงมือตลอดเวลา การจัดให้มีสถานที่ล้างมือและจุดบริการแอลกอฮอลล์ การมีระบบจัดการขยะ และของเสียที่ถูกสุขอนามัย การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร การกำหนดแนวเส้นการใช้บริการอย่างชัดเจน และเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด
ส่วนสัญลักษณ์ SHA Plus+ คือมาตรฐาน SHA ดั้งเดิม ที่เพิ่มเงื่อนไขเข้าไปว่า พนักงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 แล้วไม่ต่ำกว่า 70% ของทั้งองค์กร และ 100% กับพนักงานหน้าด่าน (Frontline) ที่ต้องพบเจอแขกทุกวัน
ทั้งนี้กิจการที่สามารถขอรับมาตรฐาน SHA และ SHA Plus+ ได้ มี 10 หมวด ได้แก่ 1. ภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2. โรงแรม/ที่พัก และสถานที่จัดประชุม 3. นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4. ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6. สุขภาพและความงาม 7. ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8. กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9. โรงละคร โรงมหรสพและการจัดกิจกรรม และ 10. ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ
“รัฐบาลจะเน้นการยกระดับมาตรการด้านการท่องเที่ยวควบคู่กับด้านสาธารณสุข การใส่ใจเรื่องความสะอาด ถูกสุขอนามัย คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ในการลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ช่วยให้ไทยสามารถรักษาความเป็นปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยม แม้ทั่วโลกยังอยู่ในกับช่วงสถานการณ์โควิด-19 ก็ตาม” นางสาวรัชดา กล่าว










