
- คนมั่นใจใช้เงินดันยอดเพิ่มวันละ 1-2 พันล้านบาท
- เศรษฐกิจเสียหายลดฮวบเหลือเดือนละ 4-7 หมื่นล้าน
- ยื่น 4 ข้อเสนอเตรียมพร้อมเปิดประเทศอย่างปลอดภัย
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ว่า การผ่อนคลายมาตรการรอบวันที่ 16 ต.ค.นี้ เบื้องต้น มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า จะทำให้การจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น 1,000-2,000 ล้านบาทต่อวัน เพราะมีทั้งผ่อนคลายกิจการและขยายเวลาเปิดดำเนินการ ทำให้คาดว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจ จะลดลงตามลำดับ หรือลดลงเหลือ 40,000-70,000 ล้านบาทต่อเดือน จากเดือนส.ค. ที่มีการระบาดรุนแรง และล็อกดาวน์หลายพื้นที่ สร้างความเสียหายสูงถึง300,000-400,000 ล้านบาทต่อเดือน และเดือนก.ย.ที่รัฐผ่อนคลายมากขึ้น ทำให้ความเสียหายลดลงมาอยู่ที่ 100,000-200,000 ล้านบาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ในการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และการเตรียมเปิดประเทศนั้น คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มีข้อเสนอ 4 ประเด็น ได้แก่ 1.ภาครัฐต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น และสื่อสารขั้นตอนการเดินทางเข้าไทยที่ชัดเจน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง รวมถึงการเดินทางภายในประเทศจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง และมีหน่วยงานเจ้าภาพที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและปฏิบัติได้ตรงกัน
2.การเปิดสถานประกอบการ ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และมีมาตรฐานเดียวกันตามพื้นที่เสี่ยง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่าจะมีการกระจายวัคซีนได้อย่างทั่วถึงภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการกระจายฉีดวัคซีนเพิ่มเติมทั้งเข็ม 2 และเข็ม 3
3.ใช้ระบบและมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ เพื่อติดตามนักเดินทาง โดยการนำระบบดิจิทัลมาใช้ ซึ่งจะเกิดความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และรองรับปริมาณนักเดินทางได้มากขึ้น นอกจากนั้น ภาครัฐควรดูแลระบบฐานข้อมูลกลางของระบบ Digital health pass ที่นำมาใช้เก็บข้อมูลการฉีดวัคซีน การตรวจหาเชื้อโควิด-19 และเปิดให้เอกชนเชื่อมต่อระบบได้ เพื่อให้เช็คข้อมูลการฉีดวัคซีน และการตรวจหาเชื้อของผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการในสถานประกอบการทั้งของคนไทย และชาวต่างชาติได้
4.รัฐควรเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เกิดการกระจายรายได้พร้อมไปกับการรักษาการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปีนี้ เพราะการท่องเที่ยวจากต่างประเทศในปีนี้ อาจไม่สามารถช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้อย่างรวดเร็ว
“นอกจากแนวทางต่างๆ นี้แล้ว รัฐต้องนำตัวอย่างของการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มาใช้เป็นต้นแบบในการเปิดประเทศให้สามารถปฏิบัติได้จริง และต้องเร่งฉีดวัคซันให้แรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนแล้ว เพื่อรองรับการเปิดประเทศ โดยเฉพาะภาคบริการ ส่วนแผนงานสำหรับการเปิดประเทศในระยะต่อไป รัฐต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวต่างชาติอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว การเข้าร่วมเจรจาซีพีทีพีพี การยกระดับการเดินทางมาไทยสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมกับการโปรโมท Workation และการมาลงทุนขยายธุรกิจในไทย โดยข้อเสนอต่างๆ นี้ หอการค้าไทยพร้อมร่วมผลักดันกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในปีหน้า”










