ครบรอบ 19 ปี กรมทางหลวงชนบท มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนดูแลถนนชาวบ้านทั่วไทย



วันนี้ (9 ต.ค.64) นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เป็นประธานในงานวันคล้ายวันก่อตั้งครบรอบ19 ปี ของกรมทางหลวงชนบท โดยมีนายไกวัลย์ โรจนานุกูล นายผดุงศักดิ์ สรุจิกําจรวัฒนะ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายวิศว์ รัตนโชติ วิศวกรใหญ่กรมทางหลวงชนบท นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท เข้าร่วมงาน ซึ่งภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลของบุคลากร ณ กรมทางหลวงชนบท บางเขน กรุงเทพฯ 

นายปฐม กล่าวว่า ทช.ครบรอบ 19 ปี ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 พร้อมขับเคลื่อนภารกิจเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางบนถนนและสะพานที่อยู่ในความดูแลของ ทช.อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ในปัจจุบัน ทช.มีถนนโครงข่ายในความรับผิดชอบทั่วประเทศ จำนวน 3,392 สายทาง ระยะทางรวม 49,164 กิโลเมตร สำหรับในปีงบประมาณ 2564 ที่ผ่านมา ทช.ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 48,763.6681 ล้านบาท สิ้นปีงบประมาณ2564 เบิกจ่ายไปแล้ว จำนวน 43,706.4841 ล้านบาท คิดเป็น 89.63 %(ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย.64) ซึ่งในปีงบประมาณ2564 มีโครงการที่ ทช.ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ เช่น ถนนทางหลวงชนบทสาย ฉช.3001 แยก ทล.314 – ลาดกระบัง 

จ.ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ งบประมาณ 3,712 ล้านบาท ถนนสายแยก ทล.7 – ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรีงบประมาณ 1,499.2550 ล้านบาท ถนนสาย ง2, ง3, ค1 และ ค2 ผังเมืองรวมเมืองแม่สอด จ.ตาก งบประมาณ 450.280 ล้านบาท ถนนสาย ง, ค3 และ ค4 ผังเมืองรวมเมืองนครพนม จ.นครพนม งบประมาณ 256.995 ล้านบาท 

รวมถึงทางต่างระดับข้าม ทล.37 เชื่อมระหว่าง ทช.สาย ปข.2052 กับ ทช.สาย ปข.2057 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ งบประมาณ 382.300 ล้านบาท ถนนสายบ้านศาลาด่าน – บ้านสังกาอู้ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ งบประมาณ 450 ล้านบาทสะพานข้ามทางรถไฟ จุดตัดทางรถไฟกับถนนทางหลวงชนบทสาย นฐ.1023 แยก ทล.4 – บ้านวัดละมุด อ.เมือง, นครชัยศรี จ.นครปฐม งบประมาณ 211.004 ล้านบาท และถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) ถนนทางหลวงชนบทสาย ชพ.4008 แยก ทล.4001 – บ้านโพธิ์แบะ อ.เมือง จ.ชุมพร งบประมาณ 180.780 ล้านบาท ถนนทางหลวงชนบทสาย ชพ.4012 แยก ทล.4198 – เทศบาลปากน้ำหลังสวน อ.ทุ่งตะโก, หลังสวน จ.ชุมพร งบประมาณ 195.478 ล้านบาท ฯลฯ

นอกจากนั้นในปัจจุบันยังมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ อาทิ โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสายสป.1011 แยก ทล.3 – เทพารักษ์ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ งบประมาณ 590 ล้านบาท โครงการก่อสร้างถนนสายแยกทล.2 – พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ อ.เมือง จ.อุดรธานี งบประมาณ 333.466 ล้านบาท โครงการก่อสร้างถนนสาย ง2 และง3 

ผังเมืองรวมเมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร งบประมาณ 372.780 ล้านบาท โครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองดู อ.ละงูจ.สตูล งบประมาณ 291.013 ล้านบาท โครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล 433.190 ล้านบาทคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565 

รวมถึงโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กเข้าศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี อ.เมือง จ.สระบุรี งบประมาณ 274 ล้านบาท โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่าน อ.เมือง จ.พิษณุโลก งบประมาณ 79.950 ล้านบาท และถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ โครงการก่อสร้างถนนสายแยก ทล.4003 – บ้านท้องเกร็ง อ.สวี, ทุ่งตะโก จ.ชุมพร งบประมาณ55.900 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 นี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนต่อไป

สำหรับในปีงบประมาณ 2565 ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 45,851.7526 ล้านบาท ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามภารกิจและนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ งานก่อสร้างถนนเพื่อยกระดับมาตรฐานชั้นทาง ถนนเพื่อสนับสนุนเส้นทางรถไฟทางคู่, 

ถนนเพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค, ถนนสนับสนุนการท่องเที่ยว, ถนนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่ง โดยมีการก่อสร้างถนน จำนวน 397 โครงการ ระยะทาง 1,205.634 กิโลเมตร สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วประเทศ จำนวน 131 โครงการ ความยาวรวม 6,732 เมตร งานบำรุงรักษาทางจำนวน 1,382 โครงการ และงานอำนวยความปลอดภัย จำนวน 1,330 โครงการ โดยในปีงบประมาณ 2565 มีโครงการสำคัญ อาทิ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ บนถนนราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี งบประมาณ 1,200 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างถนนสายเชื่อมศูนย์ซ่อมอากาศยาน – ศูนย์กลางการค้าส่งชายแดน บริเวณสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 3 – ถนนเชื่อมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม งบประมาณ 1,600 ล้านบาท 

นอกจากนี้ ในเรื่องการใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมในอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ตามนโยบายของรัฐบาล และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม แก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำเป็นการรักษาเสถียรภาพราคายาง รวมถึง เพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดอัตราความรุนแรงที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ โดยในปี 2563 – 2564 ทช.ได้ผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) ระยะทาง76,492 เมตร และ ได้ผลิตหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) จำนวน 200,000 ต้น

นายปฐม กล่าวต่อว่า ในส่วนของเรื่องอุทกภัย ทช.ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิดและเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงทีในทั่วทุกภูมิภาค โดยได้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์ ติดตั้งสะพานเบลีย์ ซ่อมแซมผิวทางบริเวณที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้โดยเร็ว รวมถึงการจัดรถบรรทุกรับ-ส่ง ให้บริการผู้ประสบภัยในบริเวณที่มีปริมาณน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ตามนโยบายของนายศักดิ์สยามอย่างไรก็ตาม ทช.ขอความร่วมมือประชาชน โปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ สังเกตป้ายเตือน และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 

ทั้งนี้ หากเกิดเหตุอุทกภัยบริเวณสายทาง ประชาชนสามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146