“บิ๊กตู่” สั่งลุย! เน้นบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ วางแผนระบายน้ำเข้าทุ่ง พร้อมเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงฤดูแล้ง



  • พร้อมจัดแผนเคลื่อนย้ายเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
  • ฝากย้ำถึงประชาชน ปฏิบัติตามคำแนะนำของส่วนราชการ เพื่อความปลอดภัยของชีวิต-ทรัพย์สิน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท ชลบุรีเพชรบุรี สุโขทัย ชัยภูมิ นนทบุรี และล่าสุดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเน้นการบริหารปริมาณมวลน้ำหลาก ทั้งในลุ่มเจ้าพระยา ลุ่มน้ำมูล-ชี เก็บกักในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่แก้มลิงต่างๆ เพื่อไม่ให้น้ำที่มีอยู่เสียเปล่า และเป็นการใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด  

ทั้งนี้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ กรมชลประทานและกรมส่งเสริมการเกษตร เร่งบริหารจัดการพื้นที่น้ำท่วมบริเวณพื้นที่สองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาโดยปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ และให้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทุ่งรับน้ำภายใน 2 วันเพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว 

รวมทั้งมีแผนจะลดน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท้ายเขื่อนลง ให้อยู่ในอัตราประมาณ 1,000 ลบ.ม./วินาที ภายในวันที่1 พ.ย.2564 นี้ หากไม่มีฝนตกเพิ่ม ทั้งนี้ได้มีการใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในการเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย โดยบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับระดับน้ำทะเลหนุน พร้อมได้กำหนดแผนการระบายน้ำออกจากทุ่งตั้งแต่ 1 พ.ย.2564 ให้เหลือน้อยกว่า 20% ภายใน 1 เดือนด้วย 

ทั้งนี้ปัจจุบันการเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำได้เก็บกักน้ำเต็มความจุแล้วจำนวน 400 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ 10 ทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง รับน้ำแล้วรวม 1,137 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 87% ของความจุ โดยมีทุ่งที่ยังรับน้ำน้อยกว่า 50% จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ทุ่งเชียงราก คิดเป็น 26% และทุ่งเจ้าเจ็ด 39%

นายธนกร กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน สทนช. ประเมินว่า จะสิ้นสุดฤดูฝน ณ 1 พ.ย.2564 ทั้งประเทศไทยมีปริมาตรน้ำ55,900 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 68% ของความจุ ขณะที่น้ำใช้การได้จะอยู่ที่ 27,909 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 58% ของน้ำใช้การ  ซึ่งจากมาตรการเร่งเก็บกักน้ำและบริหารจัดการน้ำในเขื่อนตลอดช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาก็ทำให้เบาใจในระดับหนึ่งว่า ในปีนี้ทุกภาคมีปริมาณน้ำเก็บกักมากกว่าปี 2563 รวมทั้งน้ำที่อยู่ในทุ่ง ยังสามารถช่วยเกษตรกรทำการเกษตรช่วงแล้ง ทำให้พื้นที่การเกษตรอาจจะเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 

“พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงความเป็นห่วงและกังวล และขอให้ดูแลและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบกรณีจากการผันน้ำด้วย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหลักเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 2564  อยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ฝากถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่เสี่ยง และที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ให้หมั่นสังเกตระดับน้ำและความผิดปกติจากแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้ๆ เช่น แม่น้ำ คลอง ขอย้ำว่าต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของราชการ เคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ตัดกระแสไฟฟ้า ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว เตรียมพร้อมอพยพคนและสัตว์เลี้ยงและเคลื่อนย้ายยานพาหนะไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย” นายธนกร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ต้องขอให้พี่น้องประชาชนคอยติดตามข่าวสาร และการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานรัฐที่ดูแล อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th กรมชลประทาน www1.rid.go.th/main/index.php/th  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย www.disaster.go.th เป็นต้น โดยรัฐบาลกำลังบูรณาการ และประสานงานทุกภาคส่วนเพื่อเร่งจัดการปัญหา หากมีความจำเป็น ก็จะพิจารณามาตรการช่วยเหลือ เยียวยาเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมด้วย