
2 สมาคมหลัก “การค้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน-TEATA” นำธุรกิจใส่เกียร์รับลูกแผนตลาด ททท.ปี’67 High Value+Sustainable ปั๊มรายได้ 3 ล้านล้านบาท
- ในประเทศเร่งขายทุกวันเที่ยวได้ 365 วัน เปิดเพิ่มเพียบเส้นทางเที่ยวยั่งยืน ชู Carbon Net Zero
- งัด The Link ลุย “ตลาดต่างประเทศ” ดึงทัวร์ทางบก เวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชา จีน โต 10%
นางสาววสุมน เนตรกิจเจริญ นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน และสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเตรียมพร้อมเคลื่อนทัพธุรกิจรองรับตามแผนการท่องเที่ยวประจำปี 2567 เอกชนจะต้องปรับตัวให้ทันสถานการณ์ โดยเฉพาะแคมเปญ “365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” ซึ่งจะทำให้การขายเพื่อทำรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งสมาชิก 2 สมาคม วางกลยุทธ์กระตุ้น “ไทยเที่ยวไทย” ด้วย 2 รูปแบบ ได้แก่
แบบที่ 1 นำอีสาน 20 จังหวัด เที่ยวข้าม 4 ภูมิภาค พุ่งเป้าไปเที่ยวทะเลภาคตะวันออก และภาคใต้ รูปแบบที่ 2 ชวนคนไทยทั้ง 4 ภาคเดินทางมาเที่ยวอีสาน กับแหล่งท่องเที่ยวไฮไลต์ สิ่งศักดิ์สิทธิตามความเชื่อหรือ Faith ซึ่งเป็น 1 ใน5F พลังซอฟท์ เพาเวอร์ กับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติความเขียวขจีฤดูฝนเชื่อมต่อกับอากาศเย็นสบายตลอดฤดูหนาว

จุดขายใหม่ ๆ ปลุกกระแส “คนไทยเที่ยวช่วยชาติ” เริ่มจาก “อีสานตอนบน” ไฮไลต์คือ การท่องเที่ยวงานเทศกาลประเพณี (Festival) ไหลเรือไฟนครพนม และตลาดสายมูเตลู เชิญชวนมาสักการะพญานาคใต้พิภพ และเที่ยวริมแม่น้ำโขง เที่ยนคราธานี 3 จังหวัด “อุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ” ขณะที่ “อีสานตอนล่าง” เที่ยวงานเทศกาลแห่เทียนพรรษา ในพื้นที่ยอดนิยม “แห่เทียนอุบล ยลได้ทั้งเดือน” ก่อนและหลังวันเข้าพรรษา ช่วงงานแห่เทียนเต็มรูปแบบคือ 2-3 สิงหาคม 2566 รวมทั้งอุบลราชธานียังได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว 4 แสง ต่อด้วย “ยโสธร” เที่ยวงานบุญบั้งไฟ และ “งานทำบุญข้าวตอก” สวยงามระดับนานาชาติที่ต่างชาติก็ให้ความสนใจเดินทางเข้ามาชมด้วยเช่นกันทางด้าน “ขอนแก่น” กำลังนำเสนอพื้นที่ “ธรณีสันฐาน” ผนวกจุดขายแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเส้นทางใหม่ ๆ
ส่วนไฮไลต์ ปี 2567 ททท.ภาคอีสานชูธีมขายคอนเซ็ปต์ “อีสานไปไสกะแซ่บ” เน้นเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงอาหาร นั้นทางสมาคมจะนำเสนอความหลากหลายของท้องถิ่น เช่น “กินตามวิถีชุมชนและชนเผ่า” ทางททท.นครพนมได้สนับสนุน “จังหวัด3สนุก” ได้แก่ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร หรือ “กินอย่างช้าง” จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ อิ่มอร่อยเต็ม และ “อาหารถิ่นมิชลินสตาร์” 4 จังหวัด นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี

รวมถึงการนำเสนอขายขานรับโครงการ The Link Local to Global ซึ่งในอีสานมี “ด่านสำคัญท่องเที่ยวทางบก” เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ด่านหนองคาย การท่องเที่ยวของสาธารณรัฐประชาชนจีนนั่งรถไฟความเร็วสูงผ่าน สสป.ลาวเข้าเมืองไทย ด่านมุกดาหาร ด่านช่องเม็ก อุบลราชธานี หรือด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ ด่านกันทรลักษณ์ ศรีสะเกษ ทุกด่านสามารถเพิ่มนักท่องเที่ยวรอยต่อตลาดเพื่อนบ้านเข้ามาไทยได้เป็นอย่างดี
รวมทั้งทาง ททท.สำนักงานโฮจิมินห์ เวียดนาม จะนำนักท่องเที่ยวตลาด สปป.ลาว กับเวียดนาม เดินทางมาเที่ยวช่วงเข้าพรรษา มาเสริมสวย ช้อปปิ้ง และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กระจายไปยัง หนองคาย อุดรธานี อุบลราชธานี ส่วนกัมพูชาก็จะเข้าทางสุรินทร์ ศรีสะเกษ แล้วยังมี ททท.สำนักงานคุนหมิง นำกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเข้ามากับรถไฟความเร็วสูง
ทำให้แนวโน้ม “ตลาดนักท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน” สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าสู่อีสานเติบโตขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามมาด้วยความถี่สูงขึ้น เป็นกลุ่มครอบครัวรวม ๆ แล้ว ปี 2566 -2567 จะสามารถเพิ่มการเติบโตในภาพรวมได้ถึง 10%
นางสาววสุมน กล่าวว่า จะนำพลังของสมาชิกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย หรือ “TEATA” สร้างความเข้มข้นการขาย “ท่องเที่ยวลดคาร์บอนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” สนับสนุนจุดขายหลักแผน ททท.ปี 2567 ทางด้าน การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable) ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และเพิ่มรายได้จากตลาดคุณภาพสูง(high Value) ตอนนี้กำลังทำงานร่วมกับ ททท.ริเริ่มนำสินค้าท่องเที่ยวไปคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับเส้นทางคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ได้ขยายเส้นทางเพิ่มเพื่อให้ ททท.นำไปประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

ปี 2567 ทางสมาคมฯ ได้ขยายเส้นทางโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก หน่วยงานบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) อบก./TGO ลงทุนพัฒนาแอพลิเคชั่นเปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้คือ Zero Carbon อีก 2 เดือนข้างหน้าประมาณกันยายน 2566 เป็นต้นไป เอกชนท่องเที่ยวจะสามารถใช้เครื่องมือดังกล่าวมาคำนวณแล้วสร้างรูปแบบชดเชยการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ซึ่งทาง TEATA กับสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ทำเอ็มโอยูร่วมกัน ทำให้สามารถขยายเส้นทางเพิ่มขึ้นอย่างหลากหลาย ด้วยการนำงานวิจัยของ บพข.ปักหมุดพื้นที่ท่องเที่ยวโลว์ คาร์บอน เพิ่มจังหวัดใหม่ ๆ อย่าง ภูเก็ต กระบี่ นำเสนอให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการเส้นทางท่องเที่ยว หรือเส้นทางทัวร์คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ เมือง 3 เกาะ “เกาะสมุย-เกาะพะงัน-เกาะเต่า” รวมทั้งในอีสานขณะนี้ได้ทยอยคัดเลือกเส้นทางโลว์คาร์บอนด้วยเช่นกัน
ดังนั้นจึงขอเชิญชวนคนไทยออกมา “สนุกเต็มที่ ดีต่อโลก” ท่องเที่ยวโดยเพิ่มการเดินทางอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืน และริเริ่มคำนึงถึงการท่องเที่ยวโดยลดการปล่อยคาร์บอนกับก๊าซเรือนกระจกให้เข้าใกล้สุทธิเป็นศูนย์อย่างเป็นรูปธรรม
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen










