
- กำหนดเป็นขั้นบันได
- เก็บตามปริมาณน้ำตาล
- สูงสุด 5 บาทต่อลิตร
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2566 สรรพสามิตจะเดินหน้าเก็บภาษีความหวานตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งขณะนี้เลื่อนปรับขึ้นอัตราภาษีความหวาน ระยะที่ 3 ตามปริมาณน้ำตาลออกไป 6 เดือน ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ 1 ต.ค.65 – 31 มี.ค.2566 จากนั้นก็จะปรับขึ้นตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ภาษีความหวาน กฎหมายระบุไว้เป็นการเก็บภาษีตามขั้นบันได โดยปัจจุบันเก็บอัตราภาษีช่วงระยะที่ 2 ได้แก่ ปริมาณน้ำตาล 6-8 กรัม คิดอัตราภาษี 0.1 บาทต่อลิตร ,ปริมาณน้ำตาล 8-10 กรัม คิดอัตราภาษี 0.3 บาทต่อลิตร ปริมาณน้ำตาล 10-14 กรัม คิดอัตราภาษี 1 บาทต่อลิตร ปริมาณน้ำตาล 14-18 กรัม คิดอัตราภาษี 3 บาทต่อลิตร ปริมาณน้ำตาล ตั้งแต่ 18 กรัม คิดอัตราภาษี 5 บาทต่อลิตร ซึ่งจะจัดเก็บไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.2566
และในวันที่ 1 เม.ย.2566 จะจัดเก็บภาษีความหวาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ปริมาณน้ำตาล 6-8 กรัม คิดอัตราภาษี 0.3 บาทต่อลิตร ปริมาณน้ำตาล 8-10 กรัม คิดอัตราภาษี 1 บาทต่อลิตร ปริมาณน้ำตาล 10-14 กรัม คิดอัตราภาษี 3 บาทต่อลิตร ปริมาณน้ำตาล 14-18 กรัม คิดอัตราภาษี 5 บาทต่อลิตร ปริมาณน้ำตาล ตั้งแต่ 18 กรัม คิดอัตราภาษี 5 บาทต่อลิตร
“การจัดเก็บภาษีความหวานนั้น นอกจากรัฐจะได้รายได้เพิ่มไม่มากนัก แต่เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพของประชาชน เชื่อว่าจะช่วยลดการเป็นเบาหวานลงได้ด้วย”










